ไขข้อข้องใจ! กินยาคุมมาเป็นระยะนาน ๆ จะทำให้มีลูกยากไหม
ยาคุมกำเนิด ช่วยยับยั้งการตั้งครรภ์ ทำให้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลกระทบเมื่อต้องการมีบุตรในอนาคต เพราะผู้หญิงหลายคนเมื่อถึงวัยที่ต้องการมีลูกแล้ว อาจกลัวว่าการทานยาคุมเป็นเวลานานจะทำให้มีลูกไม่ได้ จึงไม่กล้าที่จะคุมกำเนิดด้วยการทานยา ครั้งนี้ทางศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่างจึงจะมาไขข้อสงสัยนี้ให้เข้าใจกัน
ยาคุมกำเนิด ทำงานอย่างไร?
ก่อนอื่นมาดูการทำงานหรือการออกฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดก่อน กลไกในการคุมกำเนิดของยา คือระงับไม่ให้เกิดการโตของไข่ ทำให้ไม่เกิดการตกไข่ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ และตัวยายังเพิ่มความเหนียวข้นให้กับเมือกที่ปากมดลูก ทำให้อสุจิเข้าไปปฏิสนธิได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยายังทำให้ผนังมดลูกบางลง ไม่รองรับการฝังตัวของตัวอ่อนหลังจากที่ไข่มีการปฏิสนธิ โดยหลังทานยาคุมกำเนิดไป 1 สัปดาห์ ตัวยาจะออกฤทธิ์คุมกำเนิดด้วยกระบวนการดังกล่าว
ยาคุมกำเนิด กินอย่างไร?
การรับประทานยาคุมกำเนิด จะต้องรับประทานทุกวัน วันละ 1 เม็ดจนหมดแผง หากเป็นชนิด 2 เม็ดต้องหยุดการทานไป 7 วันก่อนจะเริ่มทานแผงใหม่ ผู้หญิงที่ต้องการคุมกำเนิดมักจะทานต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ และกลไกลของการระงับการตกไข่ก็จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ทำให้คนบางส่วนสงสัยว่าถ้าหากทานต่อเนื่องไปนาน ๆ จะทำให้มีลูกยากหรือไม่

กินยาคุมนาน ๆ ทำให้มีลูกยากไหม?
มาถึงคำถามสำคัญของเรื่องนี้ ก็คือการรับประทานยาคุมนาน ๆ จะทำให้มีลูกยากหรือไม่ คำตอบคือไม่มีผล หากเลิกทานยาคุมไป 1-3 เดือนก็สามารถมีลูกได้ตามปกติ ร่างกายสามารถตกไข่ได้ปกติ และผนังมดลูกก็จะหนาขึ้น รวมถึงเมือกที่ปากมดลูกก็จะเหนียวข้นลดลง สำคัญคือต้องงดทานยาคุมกำเนิดให้ต่อเนื่องอย่างน้อย 1-3 เดือน เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุล ให้มีสภาพพร้อมที่จะตั้งครรภ์
ดังนั้นการคุมกำเนิดเป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติหากยังไม่พร้อมมีลูก ซึ่งการรับประทานยาคุมกำเนิดก็ถือเป็นวิธีการที่เหมาะสมวิธีหนึ่ง
ยาคุมกำเนิดและผลข้างเคียง
ยาคุมกำเนิดก็มีผลข้างเคียงเหมือนกับยาทั่ว ๆ ไป โดยผลข้างเคียง ได้แก่ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หงุดหงิดง่าย คัดหน้าอก มีเลือดออกกระปริดกระปรอย น้ำหนักขึ้น โดยเฉพาะในคนที่เพิ่งเริ่มยากินยาคุมกำเนิดช่วง 3 เดือนแรก แต่หลังจากนั้นก็ได้รับผลข้างเคียงลดลง เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้ ส่วนเรื่องการมีบุตรยาก ไม่ใช่ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด หากหยุดทานไปสักประมาณ 3 เดือน ร่างกายก็มีบุตรได้ตามปกติ หากพบภาวะมีบุตรยาก อาจมาจากสาเหตุอื่น เช่น ในบางคนหยุดกินยาคุมตอนอายุมาก ก็อาจมีบุตรยากจากอายุที่มากขึ้น ไม่ใช่เพราะกินยาคุมนานเกินไปอย่างที่หลายคนเข้าใจ
ประโยชน์ของยาคุมกำเนิด
- ยับยั้งการตั้งครรภ์ได้สูงถึง 93%
- ลดสิว
- ลดขนดก
- ลดภาวะประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
- ลดอาการหงุดหงิดก่อนมีประจำเดือน
- ลดความเสี่ยงของมะเร็งรังไข่
- ลดความเสี่ยงของมะเร็งมดลูก
- ลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่
ใครบ้างไม่ควรทานยาคุมกำเนิด
แม้ยาคุมกำเนิดจะมีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย และไม่ส่งผลต่อการมีบุตร รวมถึงยังมีประโยชน์หลายอย่าง แต่ก็มีบางคนที่ไม่ควรทานยาคุมกำเนิดอยู่ ได้แก่
- ผู้ที่มีปัญหาลิ่มเลือดอุดตัน
- คนไข้มะเร็งเต้านมและมดลูก
- ผู้ที่มีประวัติโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ
- ผู้ที่มีเลือดออกทางช่องคลอดแบบผิดปกติ โดยยังไม่ทราบสาเหตุ
- คนไข้ความดันโลหิตสูง
- คนไข้โรคตับ
- ผู้ที่ปวดไมเกรนรุนแรง
อ่านเพิ่มเติม: อัตราความสำเร็จของการมีบุตรยากในแต่ล่ะช่วง อายุ
ยาคุมกำเนิด ช่วยยับยั้งการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ไม่ส่งผลให้มีบุตรยากในอนาคต เพียงแค่หยุดทานไปประมาณ 1-3 เดือน ก็สามารถมีบุตรได้ตามปกติ สำหรับผู้หญิงที่ยังไม่พร้อมมีบุตร การทานยาคุมกำเนิดถือเป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติ
เขียนโดย
นพ. นฤมิต วงษ์ลิขิตปัญญา
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ประจำ Millennium IVF Clinic กรุงเทพฯ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ดูแลรักษา IVF บนพื้นฐานหลักฐานทางการแพทย์ พร้อมแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
แชร์บทความนี้
ปรึกษาทีมแพทย์ของเรา
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี คำแนะนำที่ชัดเจนและเฉพาะบุคคลสำหรับเส้นทาง IVF ของคุณ
นัดปรึกษา