บทความแนะนำ · ไลฟ์สไตล์กับภาวะเจริญพันธุ์
อาหารบำรุงอสุจิ เพิ่มกำลังสเปิร์ม อยากเป็นคุณพ่อต้องไม่พลาด
กินอะไรเพื่อให้อสุจิแข็งแรง บทความนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Millennium IVF Clinic มีคำแนะนำดี ๆ มาฝากเหล่าคุณพ่อกันค่ะ
บทความ ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการ และเรื่องราวจากทีมแพทย์ Millennium IVF Clinic — เขียนขึ้นเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
บทความแนะนำ · ไลฟ์สไตล์กับภาวะเจริญพันธุ์
กินอะไรเพื่อให้อสุจิแข็งแรง บทความนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Millennium IVF Clinic มีคำแนะนำดี ๆ มาฝากเหล่าคุณพ่อกันค่ะ
ไลฟ์สไตล์กับภาวะเจริญพันธุ์
แนะนำอาหารบำรุงมดลูก เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นคุณแม่ ต้องกินอะไรบ้าง มาดูไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ
ภาวะเจริญพันธุ์ของชายและหญิง
อายุเยอะมีลูกได้ไหม อายุ 40 อยากมีลูกต้องทำอย่างไร คุณหมอมาตอบทุกข้อสงสัยและดูรีวิวเคสจริงของคุณแม่ตั้งท้องตอนอายุ 40+ สำเร็จ !
ไลฟ์สไตล์กับภาวะเจริญพันธุ์
อยากมีลูก อยากมีบุตรต้องทำอย่างไร เตรียมตัวอย่างไรด บทความนี้ แพทยผู้เชี่ยวชาญจะมาแนะนำวิธีมีลูกที่สามารถเริ่มต้นได้ด้วยตัวคุณเอง
เด็กหลอดแก้ว (IVF)
หากคุณกำลังอยู่ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) คุณอาจเคยได้ยินแพทย์พูดถึงคำว่า “บลาสโตซิสต์” (blastocyst) ซึ่งเป็นคำที่มักปรากฏขึ้นในช่วงวันที่ห้าของการพัฒนาเอ็มบริโอ และสำหรับคนไข้หลายคน คำนี้อาจทำให้เกิดความสงสัยว่าทำไมระยะนี้จึงมีความพิเศษ ระยะบลาสโตซิสต์เป็นหมุดหมายสำคัญในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว ในระยะนี้เอ็มบริโอได้แบ่งตัวออกเป็นเซลล์หลายร้อยเซลล์ และเริ่มพัฒนาโครงสร้างที่จะกลายเป็นทารกและรกในที่สุด การที่เอ็มบริโอสามารถพัฒนาถึงระยะนี้ได้ ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เอ็มบริโอสามารถประเมินได้ว่าเอ็มบริโอตัวใดมีแนวโน้มฝังตัวได้สำเร็จมากที่สุด ในบทความนี้ เราจะพูดถึงว่าบลาสโตซิสต์คืออะไร เหตุใดเอ็มบริโอบางตัวจึงถูกเลี้ยงจนถึงวันที่ห้าก่อนการย้ายตัวอ่อน และกลยุทธ์นี้สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพดีได้อย่างไร คุณจะได้เรียนรู้ด้วยว่า คลินิกต่างๆ เช่นของเรา ใช้วิธีสมัยใหม่อย่าง IVF และ ICSI อย่างไรเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของบลาสโตซิสต์ที่แข็งแรงและเพิ่มผลลัพธ์ของการรักษา บลาสโตซิสต์คืออะไร? บลาสโตซิสต์คือเอ็มบริโอที่พัฒนาได้ประมาณห้าถึงหกวันหลังจากการปฏิสนธิ ในระยะนี้เอ็มบริโอได้แบ่งตัวหลายครั้งและประกอบด้วยเซลล์จำนวนหลายร้อยเซลล์ เซลล์เหล่านี้เริ่มพัฒนาไปเป็นส่วนต่างๆ โดยมวลเซลล์ด้านใน (inner cell mass) คือกลุ่มเซลล์ที่จะพัฒนาเป็นทารก ส่วนชั้นนอกที่เรียกว่าโทรโฟเอกโทเดิร์ม (trophectoderm) จะสร้างรกซึ่งทำหน้าที่หล่อเลี้ยงทารกตลอดการตั้งครรภ์ ภายในเอ็มบริโอยังมีช่องของเหลวขนาดเล็กที่เรียกว่า บลาสโทซีล (blastocoel) ซึ่งช่วยให้เอ็มบริโอเติบโตและเตรียมพร้อมสำหรับการฝังตัวในมดลูก ในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ เอ็มบริโอจะพัฒนาถึงระยะนี้ก่อนจะเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อฝังตัว ส่วนในการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) การเลี้ยงเอ็มบริโอให้ถึงระยะบลาสโตซิสต์ในห้องแล็บช่วยให้แพทย์สามารถประเมินได้ว่าเอ็มบริโอตัวใดพัฒนาอย่างแข็งแรงและมีโอกาสเติบโตต่อหลังการย้ายตัวอ่อนได้มากที่สุด ทำไมระยะนี้จึงมีความสำคัญ ไม่ใช่ไข่ที่ปฏิสนธิทุกใบจะพัฒนาไปถึงระยะบลาสโตซิสต์ และนั่นเป็นเรื่องปกติ เมื่อเซลล์เริ่มแบ่งตัว เอ็มบริโอที่อ่อนแอมักจะหยุดพัฒนา ส่วนที่สามารถเติบโตจนถึงระยะบลาสโตซิสต์ได้มักเป็นเอ็มบริโอที่แข็งแรงกว่าและมีแนวโน้มฝังตัวสำเร็จมากกว่า เนื่องจากระยะนี้สะท้อนกระบวนการตามธรรมชาติภายในร่างกายได้ใกล้เคียงที่สุด การย้ายตัวอ่อนในระยะบลาสโตซิสต์จึงอาจช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ในหลายรอบของการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) […]
ภาวะเจริญพันธุ์ของชายและหญิง
ปัญหาสเปิร์มไม่แข็งแรง เชื้ออ่อน มีอสุจิน้อย เป็นปัญหาที่ส่งผลต่อการมีลูกโดยตรง แล้วทำอย่างไรให้สเปิร์มแข็งแรง คุณหมอมีคำตอบมาให้แล้ว
ความเชื่อผิด ๆ ที่พบบ่อย
กินยาคุมนานๆ มีลูกยากไหม ? เป็นคำถามอันดับต้น ๆ สำหรับคุณแม่ที่เคยกินยาคุมกำเนิดมักรู้สึกกังวลใจ บทความนี้จะมาไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องยาคุมกำเนิดกัน จริงหรือไม่ที่กินยาคุมบ่อยทำให้ท้องยาก ต้องหยุดกินยาคุมนานแค่ไหนถึงจะท้อง คุณหมอนฤมิต วงศ์ลิขิตปัญญา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำ Millennium IVF Clinic จะมาให้คำตอบเพื่อช่วยให้คุณแม่วางแผนเพื่อเตรียมมีลูกได้แบบไม่ต้องกังวลใจกันค่ะ ความเชื่อที่ว่า “กินยาคุมมานานทำให้มีลูกยาก” จริงหรือไม่ คงต้องบอกว่าความเชื่อนี้ไม่เป็นความจริง เนื่องจากยาคุมกำเนิดเป็นยาที่ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ แต่ไม่ส่งผลทำให้ผู้กินยาคุมมีลูกยากแต่อย่างใด โดยปัจจัยที่ทำให้มีลูกยากนั้นมีหลากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น อายุที่มากขึ้น, สุขภาพร่างกายของสามีและภรรยา, คุณภาพของอสุจิและไข่, โรคประจำตัวที่ส่งผลให้มีลูกยาก และปัจจัยอื่น ๆ ดังนั้นการรับประทานยาคุมกำเนิดจึงไม่ทำให้มีลูกยากนั่นเอง คำถามที่พบบ่อย ของผู้ที่อยากมีลูกเกี่ยวกับยาคุมกำเนิด กินยาคุมมา 5 ปี มีโอกาสท้องหรือไม่ ? อย่างที่กล่าวไปข้างต้นการกินยาคุมกำเนิดไม่ได้ทำให้มีลูกยาก แต่หากกินนาน ๆ โดยเฉพาะนานกว่า 5 ปีขึ้นไป อาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลงได้ และทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้ยากขึ้นค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนนะคะ ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน หากคุณแม่ที่กินยาคุมกำเนิดมานานกว่า 5 ปี หรือบางคนกินยาคุมกว่า 10 ปี และอยากมีลูก […]
การแช่แข็งไข่
ฝากไข่ คือ การเก็บรักษาเซลล์ไข่ของเพศหญิงให้คงสภาพหรือหยุดอายุไข่เอาไว้ เพื่อใช้สำหรับการตั้งครรภ์ในอนาคต
อิ๊กซี่ (ICSI)
IVF กับ ICSI ต่างกันอย่างไร เลือกรักษาแบบใดดี คุณหมอจาก Millennium IVF Clinic ได้อธิบายถึงความแตกคต่างระหว่างไอวีเอฟและอิ๊กซี่ ดังนี้
การย้ายตัวอ่อน
การวางตัวอ่อน เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว หากคุณแม่วางแผนและเตรียมพร้อมก่อนใส่ตัวอ่อนมาเป็นอย่างดี บอกเลยว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง
PGT/PGD
สำหรับคู่สมรสหลายคู่ที่มีตัวอ่อนแช่แข็งจากรอบการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ก่อนหน้า มักเกิดคำถามขึ้นว่า “ตัวอ่อนเหล่านี้ยังสามารถตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมได้ก่อนการย้ายหรือไม่?” ซึ่งเป็นความกังวลตามธรรมชาติ โดยเฉพาะสำหรับคู่ที่ต้องการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพดี หรือป้องกันความผิดปกทางพันธุกรรมของทารกในอนาคต ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ในปัจจุบันทำให้สามารถทำการตรวจคัดกรองพันธุกรรมก่อนการฝังตัว (Preimplantation Genetic Testing – PGT) กับตัวอ่อนที่ถูกแช่แข็งไว้นานหลายเดือนหรือแม้กระทั่งหลายปีได้ กระบวนการนี้ประกอบด้วยการละลายตัวอ่อนอย่างระมัดระวัง การตรวจคัดกรองทางพันธุกรรม และการแช่แข็งกลับอีกครั้ง โดยมีความเสี่ยงเพียงเล็กน้อยเมื่อดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ในบทความนี้ เราจะอธิบายว่าการตรวจคัดกรองพันธุกรรมก่อนการฝังตัว (PGT) ทำงานอย่างไรกับตัวอ่อนแช่แข็ง ผลลัพธ์ที่ได้มีความน่าเชื่อถือเพียงใด และเหตุผลที่คนไข้ซึ่งมีตัวอ่อนเก็บไว้เลือกใช้กระบวนการนี้ นอกจากนี้ คุณจะได้เรียนรู้สิ่งที่ควรคาดหวังจากขั้นตอนดังกล่าว รวมถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่ออัตราความสำเร็จของการตรวจ การตรวจคัดกรองพันธุกรรมก่อนการฝังตัว (Preimplantation Genetic Testing – PGT) คืออะไร? การตรวจคัดกรองพันธุกรรมก่อนการฝังตัว หรือที่เรียกย่อว่า PGT เป็นกระบวนการที่ช่วยตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือโครโมโซมในตัวอ่อนก่อนที่จะทำการย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก การตรวจนี้ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะเจริญพันธุ์สามารถคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโอกาสสูงที่สุดในการพัฒนาเป็นทารกที่มีสุขภาพดีได้ การตรวจจะมุ่งค้นหาความผิดปกติ เช่น การขาดหรือเกินของจำนวนโครโมโซม รวมถึงโรคทางพันธุกรรมที่อาจนำไปสู่การแท้งบุตรหรือปัญหาด้านพัฒนาการในภายหลัง การตรวจคัดกรองพันธุกรรมก่อนการฝังตัวมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละแบบถูกพัฒนาขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ได้แก่ PGT-A ใช้ตรวจหาความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม (aneuploidy) PGT-M ใช้ตรวจหาโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากยีนเดี่ยว (single-gene disorders) […]
การดูแลด้านจิตใจ
สองสัปดาห์หลังจากการย้ายตัวอ่อนอาจดูเหมือนยาวนานกว่ากระบวนการทำเด็กหลอดแก้วทั้งหมด นี่คือช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความหวัง ความไม่แน่นอน และความกังวลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของคุณ สำหรับคนไข้หลายคน ช่วงเวลานี้เป็นการผสมผสานระหว่างความตื่นเต้นและความวิตกกังวลที่อาจจัดการได้ยาก เนื่องจากผลลัพธ์อยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะหมกมุ่นอยู่กับความรู้สึกหรืออาการต่าง ๆ และสงสัยว่ามันเป็นสัญญาณของความสำเร็จหรือไม่ ความเครียดทางอารมณ์นี้อาจทำให้แต่ละวันรู้สึกหนักและกระสับกระส่าย แต่ข่าวดีคือ มีวิธีที่ช่วยให้คุณรักษาสมดุลและความสงบระหว่างการรอได้ ในบทความนี้ เราจะพูดถึงวิธีการปฏิบัติจริงในการรับมือกับช่วงรอสองสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นการปรับมุมมอง การรับการสนับสนุนทางอารมณ์ และการปรับพฤติกรรมเล็กน้อยในชีวิตประจำวันที่ช่วยให้คุณรู้สึกมั่นคงมากขึ้น ทำไมช่วงรอสองสัปดาห์ถึงรู้สึกเข้มข้นและยากนัก ช่วงเวลาหลังการย้ายตัวอ่อนนั้นแตกต่างจากทุกขั้นตอนของการรักษาภาวะเจริญพันธุ์ที่ผ่านมา แม้ว่าคุณจะผ่านกระบวนการทางการแพทย์ทั้งหมดมาแล้ว แต่ระยะนี้กลับรู้สึกเหมือนเป็นช่วงที่ยากที่สุด เพราะไม่มีสิ่งใดเพิ่มเติมที่คุณสามารถทำได้ คนไข้หลายคนมักรู้สึกเหมือนติดอยู่ระหว่างความหวังและความกลัว คอยสังเกตทุกความรู้สึกในร่างกาย และสงสัยว่านั่นคือสัญญาณของความสำเร็จหรือไม่ ความรู้สึกทางอารมณ์ที่ทวีขึ้นนี้มักเกิดจากความต้องการควบคุมผลลัพธ์อย่างลึกซึ้ง คุณได้ปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่ตอนนี้ผลลัพธ์ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของคุณเอง สื่อสังคมออนไลน์ การพูดคุยกับผู้อื่น หรือการได้ยินประสบการณ์จากรอบการรักษาก่อนหน้า อาจยิ่งกระตุ้นความรู้สึกเหล่านี้ ทำให้แต่ละวันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความกดดันมากยิ่งขึ้น สิ่งที่งานวิจัยบอกเรา งานวิจัยทางจิตวิทยายืนยันว่า ช่วงรอสองสัปดาห์ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สร้างความเครียดมากที่สุดของกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) คนไข้มักประสบกับความวิตกกังวลและความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ โดยเฉพาะในผู้ที่เคยแท้งบุตรหรือเคยล้มเหลวจากรอบการรักษาก่อนหน้า งานศึกษายังพบว่า การมีกลยุทธ์ในการรับมืออย่างเป็นระบบ การฝึกสติ (mindfulness) และการได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้าง สามารถช่วยลดความเครียดและทำให้คนไข้รู้สึกควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นในช่วงเวลานี้ แนวคิดและกลยุทธ์ทางความคิด การพูดกับตัวเองอย่างอ่อนโยนและการมองสถานการณ์อย่างสมจริง วิธีที่คุณสื่อสารกับตัวเองตลอดช่วงเวลาการรอคอยนั้นส่งผลมากกว่าที่คุณคาดคิด คนไข้หลายคนพบว่าการปลอบใจตัวเองด้วยการเตือนว่า การมีหรือไม่มีอาการไม่ใช่เครื่องบ่งชี้ที่แน่นอนของการตั้งครรภ์ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น ลองปรับความคิดที่ไม่แน่นอนให้กลายเป็นถ้อยคำที่อ่อนโยนและจริงใจมากขึ้น แทนที่จะคิดว่า “ฉันต้องตั้งครรภ์แน่ ๆ” […]
การฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI)
การตัดสินใจระหว่างการทำ IUI (การฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก) กับ IVF (การทำเด็กหลอดแก้ว) มักทำให้หลายคนรู้สึกสับสนและกังวลใจ IUI เป็นวิธีที่ง่ายกว่า เจ็บตัวน้อยกว่า และค่าใช้จ่ายถูกกว่า แต่โอกาสสำเร็จในแต่ละรอบจะต่ำกว่า ขณะที่ IVF มีขั้นตอนซับซ้อนกว่า ค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่มีอัตราความสำเร็จต่อรอบที่สูงกว่าอย่างชัดเจน การเข้าใจว่าควรเริ่มด้วยการทำ IUI เมื่อใด และเมื่อไหร่ที่ควรพิจารณาการทำ IVF แทน จะช่วยให้คุณวางแผนเส้นทางการรักษาได้อย่างมั่นใจมากขึ้น บทความนี้จะเปรียบเทียบระหว่างการทำ IUI และ IVF ในหลายแง่มุม เช่น ขั้นตอนการรักษา อัตราความสำเร็จ ค่าใช้จ่าย ผลกระทบทางอารมณ์ และลักษณะของผู้ที่เหมาะกับแต่ละวิธี เมื่ออ่านจบ คุณจะเข้าใจว่าการรักษาแบบไหนที่สอดคล้องกับการวินิจฉัยของคุณ ระยะเวลา งบประมาณ และความหวังที่คุณตั้งไว้ เพื่อให้คุณและทีมแพทย์ตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ IUI และ IVF IUI (การฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง)IUI คือการนำอสุจิที่ผ่านการเตรียมพิเศษแล้วฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรงในช่วงที่มีการตกไข่ เพื่อลดระยะทางที่อสุจิต้องเดินทางไปปฏิสนธิกับไข่ ถือเป็นหัตถการที่ทำในคลินิกอย่างอ่อนโยน ใช้ยากระตุ้นน้อย และส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ยาระงับความรู้สึก ผู้ที่เหมาะสมกับการทำ IUI ได้แก่: IVF (การปฏิสนธินอกร่างกาย) IVF เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนกว่า โดยเริ่มจากการกระตุ้นรังไข่และเก็บไข่ออกมาภายใต้การให้ยานอนหลับ จากนั้นนำไข่มาปฏิสนธิกับอสุจิในห้องปฏิบัติการ และจึงย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกในขั้นตอนต่อมา กระบวนการนี้มักรวมถึงการทำ ICSI (การฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง) หรือการตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมเพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จ ประโยชน์หลัก: การเปรียบเทียบระหว่าง 2 วิธี: ความเหมาะสมของทั้ง 2 วิธี และคุณควรเริ่มด้วยวิธีใด? เมื่อใดควรเลือกทำ IUI ก่อน เมื่อใดที่ IVF เป็นตัวเลือกแรกที่ดีกว่า เดินตามเส้นทางนี้ กำหนดแผนการรักษาของคุณ การติดตามความคืบหน้าของการทำ IUI หลังจากทำ IUI ไปแล้ว 3–4 รอบ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินใหม่อีกครั้ง โดยพิจารณาจากการตกไข่และการตอบสนองของรังไข่ว่ายังมีความสม่ำเสมออยู่หรือไม่ หากแพทย์พบว่าการตกไข่ไม่ปกติ หรือการเจริญเติบโตของฟอลลิเคิลมีจำนวนจำกัด เช่น มีเพียงหนึ่งหรือสองฟอลลิเคิล ดังนั้นการทำ IUI ต่อไปอาจให้ผลลัพธ์ที่ลดลง แนวทางที่เป็นประโยชน์คือ หากไม่มีความก้าวหน้าชัดเจนหลังจากทำ IUI ไปแล้ว 3 รอบ อาจถึงเวลาที่ควรพิจารณาการทำ IVF การเปลี่ยนไปทำ IVF IVF มักเป็นขั้นตอนถัดไปเมื่อการทำ IUI ไม่ได้ผล หรือมีปัจจัยทางการแพทย์เฉพาะ เช่น ท่อนำไข่อุดตัน หรือภาวะมีบุตรยากจากฝ่ายชายอย่างรุนแรง คนไข้ที่อายุมากกว่า 38 ปี หรือมีปริมาณไข่ต่ำ อาจเลือกการทำ IVF ตั้งแต่แรกเพื่อกระบวนการที่รวดเร็วกว่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสถิติก็สนับสนุนข้อเท็จจริงนี้ วางแผนก้าวต่อไปของคุณ เราเข้าใจว่าการตัดสินใจระหว่าง IUI กับ IVF ไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว คุณจะต้องพิจารณาอายุ ผลตรวจ และความพร้อมทางอารมณ์ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่การพูดคุยอย่างละเอียดและเฉพาะบุคคลกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะเจริญพันธุ์ของเรา ที่ Millennium IVF จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วนที่สุด
ภาวะเจริญพันธุ์ของชายและหญิง
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากมีลูกแฝด อาจกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ ซึ่งครั้งนี้ทางบทความก็มีข้อมูลความรู้มาฝาก เกี่ยวกับโอกาสในการมีลูกแฝดแบบธรรมชาติ ว่ามีมากน้อยแค่ไหน ให้คุณพ่อคุณแม่ที่อยากมีลูกแฝดทั้งหลายได้เก็บข้อมูลและนำไปวางแผนมีบุตรกันต่อ รวมถึงการแนะนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยให้มีลูกแฝดได้ สำหรับผู้ที่สนใจ ซึ่งสามารถทำได้ในศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับท้องแฝด ท้องแฝดคือการที่มีเด็ก 2 คน (หรือมากกว่านั้น) ในครรภ์เดียวกัน มี 2 แบบ ได้แก่ แฝดแท้ และแฝดเทียม ทั้งนี้การท้องแฝด เกิดจากปัจจัยบางอย่าง โดยปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์แฝด คือ เชื้อชาติ, อายุ และ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม แฝดแท้ คือ ฝาแฝดที่เกิดจากไข่ไบเดียวกัน โดยหลังจากที่อสุจิและไข่ผสมกันแล้ว มีการแบ่งตัวเกิดขึ้น ทำให้ได้แฝดเพศเดียวกันและมีหน้าตาเหมือนกัน การตั้งครรภ์แฝดแท้ไม่เกี่ยวกับพันธุกรรม มีความเสี่ยงมากกว่าแฝดเทียม เพราะทารกแฝดในไข่ใบเดียวกัน ไม่สามารถกำหนดได้ว่าตัวอ่อนจะเกิดการแบ่งตัวในวันที่เท่าไรและขั้นตอนไหน เพราะหากมีการแบ่งตัวในช่วงวันหลังๆ อาจเกิดภาวะที่มีบางส่วนของร่างกายติดกันได้ แฝดเทียม คือ ฝาแฝดที่เกิดจากไข่คนละใบกัน โดยทารก 1 คน เกิดจากไข่ 1 ใบและเสปิร์ม 1 ตัว ทารกอีกคนก็จะเกิดจากไข่อีก 1 ใบและเสปิร์มอีก […]
ภาวะเจริญพันธุ์ของชายและหญิง
การนับวันไข่ตก เป็นอีกหนึ่งวิธีการของคนอยากมีลูก เหมาะสำหรับคู่สมรสที่วางแผนมีบุตร แต่ยังไม่สามารถมีบุตรได้ตามต้องการ และยังหาสาเหตุแน่ชัดของการไม่ตั้งครรภ์ไม่ได้ การลองใช้วิธีนับวันไข่ตกดูก่อน ถือเป็นวิธีที่เหมาะสม ก่อนเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นเมื่อไม่สำเร็จ ไข่ตก คืออะไร ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “ไข่ตก” หรือภาวะการตกไข่กันก่อนว่าคืออะไร โดยภาวะไข่ตกเป็นภาวะหนึ่งซึ่งเป็นธรรมชาติของผู้หญิง จะเกิดขึ้นทุกเดือน จนกระทั่งถึงวัยหมดประจำเดือนหรือวัยทอง ภาวะการตกไข่ก็จะไม่เกิดขึ้นอีก และภาวะการตกไข่ จะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ หมายความว่าถ้าหากเข้าสู่วัยทองหรือวัยที่หมดประจำเดือนไปแล้ว ก็จะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้นั่นเอง ภาวะการตกไข่ จะเกิดขึ้นหลังจากที่รังไข่ในระบบสืบพันธุ์เพศหญิงมีการผลิตเซลล์ไข่ขึ้นมา และเจริญเติบโตเต็มที่ก็จะตกลงไปในท่อนำไข่ เพื่อรอการปฏิสนธิ หากมีเชื้ออสุจิเดินทางเข้ามาที่ท่อนำไข่ในช่วงที่มีไข่ตกอยู่ก็มีโอกาสที่จะเกิดการปฏิสนธิกัน และกลายเป็นตัวอ่อน กระทั่งเจริญไปเป็นทารกในครรภ์มารดาตามลำดับ วันไข่ตก คืออะไร วันไข่ตกก็คือวันที่มีการตกไข่เกิดขึ้นนั่นเอง โดยวันไข่ตกจะเกิดขึ้นทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง และวันตกไข่เป็นวันที่ไข่ตกลงไปในท่อนำไข่ มีโอกาสที่จะเกิดการปฏิสนธิกับอสุจิได้ ดังนั้นถ้าหากไข่ตก ก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ ตรงกันข้ามหากเชื้ออสุจิเดินทางเข้าไปที่ท่อนำไข่ในวันที่ไม่มีการตกไข่เกิดขึ้น ก็จะไม่เกิดการปฏิสนธิ และไม่เกิดการตั้งครรภ์ ดังนั้นในคู่สมรสที่มีปัญหาเรื่องการมีบุตร ก็สามารถ “นับวันไข่ตก” เพื่อเพิ่มโอกาสได้ เพราะเป็นไปได้ว่าที่ผ่านมา คู่สมรสอาจมีเพศสัมพันธ์ในวันที่ไม่มีการตกไข่ จึงไม่เกิดการตั้งครรภ์ก็เป็นได้ วันไข่ตก ไข่อยู่ได้นานเท่าไร วันไข่ตกที่จะเกิดขึ้นเดือนละครั้ง ซึ่งไข่จะตกลงไปอยู่ในท่อนำไข่ เพื่อรอการปฏิสนธิ คำถามต่อมาที่หลายคนสงสัยคือไข่จะรอการปฏิสนธิอยู่ที่ท่อนำไข่เป็นเวลานานเท่าไร […]
ไลฟ์สไตล์กับภาวะเจริญพันธุ์
อยากมีลูก ก็ต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม เรื่องที่ควรเตรียมก่อนเป็นอันดับต้น ๆ คืออาหารการกิน ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เพราะการได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ ช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรได้ ที่สำคัญควรงดรับประทานบางอย่าง ถ้าหากต้องการมีลูกง่าย ๆ ดังนี้ 1.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันดับแรกที่ควรงดคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรงดทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย เพราะมีผลต่อการผลิตไข่และอสุจิ ร่างกายที่ได้รับแอลกอฮอล์เป็นประจำ จะทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตไข่และอสุจิลดลง จนกระทั่งมีบุตรยากในที่สุด ดังนั้นหากวางแผนมีบุตร ควรงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด 2.เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ถัดมาอาหารที่ควรงดคือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ทั้งชาและกาแฟ แม้ว่าจะมีข้อมูลเผยออกมาว่าคาเฟอีนไม่ได้มีผลโดยตรงต่อการมีบุตรยาก แต่ผู้หญิงที่ได้รับคาเฟอีน 300 มิลลิกรัมต่อวัน มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะแท้งบุตรในระยะเริ่มต้น และในผู้หญิงที่ได้รับคาเฟอีน 600 มิลลิกรัมต่อวัน มีความเสี่ยงที่จะแท้งบุตรเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จึงเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง แต่ถึงอย่างนั้นเนื่องจากไม่พบข้อมูลว่าคาเฟอีนส่งผลให้มีบุตรยากโดยตรง จึงยังสามารถดื่มได้บ้างในปริมาณที่เหมาะสม คือไม่ควรดื่มเกินวันละ 1-2 แก้วจะดีที่สุด 3.อาหารที่มีไขมันสูงและไขมันทรานส์ ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีบุตรยากก็คือเรื่องของน้ำหนักส่วนเกิน จึงควรควบคุมอาหารและหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงและไขมันทรานส์ เพราะส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนัก ซึ่งทำให้มีบุตรยากได้ 4.อาหารสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูปมักมีปริมาณโซเดียมที่สูงเกินไป ซึ่งส่งผลทำให้มีบุตรยากได้ โดยจะส่งผลต่อการตกไข่ และอาจทำให้ผู้หญิงเป็นโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการมีบุตรยาก ในด้านของฝ่ายชาย หากรับโซเดียมมากเกินไป […]
สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
สำหรับคู่สมรสที่ต้องการมีบุตร แต่พยายามเท่าไรก็ยังไม่มีวี่แววที่จะตั้งครรภ์สำเร็จ ครั้งนี้ทางศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic มีคำแนะนำดี ๆ จาก พญ. นฤมิต วงศ์ลิขิตปัญญา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เกี่ยวกับการวางแผนมีบุตรให้สำเร็จ ตั้งแต่การสังเกตตัวเอง เพื่อประเมินเบื้องต้นว่าทำไมถึงยังไม่มีบุตรสักที รวมถึงจะแนะนำวิธีการดีๆ เกี่ยวกับการรักษาภาวะมีบุตรยากมาให้ด้วย ดังนี้ 1.สังเกตตัวเองก่อนว่ามีบุตรยากจริงไหม เริ่มต้นคือสังเกตให้ดีว่ามีปัญหาจริงไหม เพราะบางคู่สมรสหลังปล่อยไม่คุมกำเนิดไม่ทันไร ก็คาดหวังว่าจะต้องตั้งครรภ์ทันทีหรือตั้งครรภ์โดยเร็ว ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ควรปล่อยให้เวลาผ่านไปสักประมาณ 1 ปี หลังจากที่ไม่คุมกำเนิดและมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอแล้ว หากไม่ตั้งครรภ์จริงๆ อาจหมายความว่ามีบุตรยากแล้ว ที่สำคัญจะต้องมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมออย่างน้อย 2-3ครั้ง ต่อสัปดาห์ เพราะบางคู่พบว่าแม้จะไม่คุมกำเนิดก็จริง แต่มีเพศสัมพันธ์ไม่สม่ำเสมอเท่าที่ควร ก็อาจเป็นเหตุให้การตั้งครรภ์เป็นไปได้ยากเช่นกัน 2.อย่าเครียดหรือกังวลเกินเหตุ คู่สมรสบางคู่ก็อาจมีความเครียดสะสม ทั้งเรื่องราวในชีวิตประจำวันไปจนถึงการจดจ่ออยู่กับการมีบุตร หากเครียดหรือกังวลมากจนเกินไป ก็ส่งผลให้มีบุตรยากได้เช่นกัน เนื่องจากความเครียดจะทำให้ฮอร์โมนไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนในระบบสืบพันธุ์ และเกิดภาวะไข่ไม่ตก หรือไข่อาจเจริญเติบโตไม่เต็มที่ รวมถึงหากไข่ตกและเกิดการปฏิสนธิ แต่ความเครียดก็อาจส่งผลให้เกิดการฝังตัวที่มดลูกได้ยากขึ้น เพราะฉะนั้นคู่สมรสที่ต้องการมีบุตร จะต้องไม่เครียด หรือพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดด้วย 3.พักผ่อนไม่เพียงพอ คู่สมรสหลายคู่ที่โอดครวญว่าไม่ท้องสักที ทั้งที่มีเพศสัมพันธ์ต่อเนื่องและไม่คุมกำเนิด แต่อาจลืมสังเกตตัวเองไปว่าพักผ่อนเต็มที่อย่างน้อย 8 ชั่วโมงหรือเปล่า […]
สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
หากมีบุตรยากที่เกิดจากปัญหาไข่น้อย รังไข่เสื่อม ค่า AMH ต่ำ อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะปัญหาเหล่านี้ ยังมีวิธีการที่ช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรได้ โดยศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก มีวิธีการกระตุ้นไข่ และการชะลอการลดลงของค่าฮอร์โมน AMH อยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องให้แพทย์ประเมินอาการรายบุคคล เพื่อหาแนวทางการรักษาร่วมกัน โดยเรื่องนี้ทางศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic ก็สามารถช่วยคุณได้เช่นกัน รังไข่ มีหน้าที่อะไร? รังไข่เป็นอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ อยู่บริเวณปีกมดลูกทั้ง 2 ข้าง มีหน้าที่หลักสร้างฮอร์โมนต่าง ๆ ของผู้หญิงให้มีความสมดุล โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิง เกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือนและไข่ตก ซึ่งทำให้มีบุตร ปกติแล้วร่างกายผู้หญิงจะทำการคัดเลือกไข่ในแต่ละรอบเดือน โดยไข่ที่ได้รับการคัดเลือก จะโตขึ้นและเคลื่อนที่ออกมาอยู่ใกล้ ๆ กับผิวของรังไข่ จากนั้นจะเคลื่อนที่ผ่านท่อนำไข่ และตกลงมาเพื่อรอการปฏิสนธิกับอสุจิ หากเกิดการปฏิสนธิจะเจริญเป็นตัวอ่อน เพื่อเติบโตเป็นทารกต่อไป ทำให้รังไข่มีความสำคัญกับการมีบุตร และภาวะไข่เสื่อมจึงก่อให้เกิดภาวะการมีบุตรยากได้ อ่านเพิ่มเติม: ภาวะรังไข่เสื่อมก่อนวัยทำให้มีลูกยากจริงไหม? รังไข่เสื่อม ทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง? รังไข่เสื่อมจะทำให้ไข่ไม่ตก หรือไม่มีการผลิตไข่ที่มีคุณภาพรวมถึงการผลิตไข่ได้จำนวนน้อยเกินไป ทำให้ภาวะรังไข่เสื่อมเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาไข่น้อย และทำให้มีบุตรยาก ซึ่งสาเหตุของภาวะไข่เสื่อมมีหลายอย่าง อาทิ อายุที่เพิ่มมากขึ้น […]
การฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI)
ฟังไม่ผิด! 19,990 บาท ก็ท้องได้ ด้วยการทำ IUI✅ ราคาดี๊ดี ✅ ใช้เวลาน้อย ✅ ไม่ต้องผ่าตัด 😍Package เบาเบา ทำ IUI ที่ Millennium IVF Clinicเพียง 19,990 บาท จากปกติ 30,000 บาท++ จองด่วน ราคานี้จบ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม รับจำนวนจำกัด 10 เคส/เดือนเท่านั้น ✨ รายละเอียด Package IUI ✨ ยารับประทานตลอดช่วงการกระตุ้นไข่✨ ตรวจเลือดเช็คการติดเชื้อ ( สามี – ภรรยา)✨ ตรวจฮอร์โมน β-HCG และ Progesterone✨ อัลตราซาวนด์✨ ตรวจวิเคราะห์อสุจิ✨ ยากระตุ้นไข่สุก 1 เข็ม✨ ยาหลัง IUI We make your […]
PGT/PGD
เทคโนโลยีช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตร สำหรับผู้ที่มีบุตรยาก ยังมีเรื่องที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือการตรวจคัดกรองโครโมโซม เพื่อลดความเสี่ยงที่เด็กจะเกิดมาผิดปกติ สำหรับบทความนี้จะมานำเสนอเรื่องของการตรวจคัดกรองโครโมโซม PGT ซึ่งมีความแตกต่างกันออกไประหว่าง PGT-A PGT-M และ PGT-SR จะแตกต่างกันอย่างไรบ้าง และคู่สมรสแต่ละคู่ควรได้รับการตรวจแบบไหนบ้าง สามารถทำความเข้าใจได้ในบทความจากศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic วันนี้! ความหมายของ PGT-A PGT-M PGT-SR มาดูความหมายเบื้องต้นของการตรวจคัดกรอง PGT ทั้ง 3 แบบกันก่อน ดังนี้ PGT-A คืออะไร PGT-A คือ การตรวจความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมในตัวอ่อน ย่อมาจาก Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidy โดยในการตรวจคัดกรองโครโมโซมแบบ PGT-A จะตรวจตัวอ่อนก่อนที่จะย้ายเข้าไปฝังตัวในมดลูก เหตุผลที่ควรทำการตรวจความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม ก็เพราะว่าจำนวนโครโมโซมมีผลต่อความสำเร็จในการตั้งครรภ์จากการทำเด็กหลอดแก้ว หากพบว่าจำนวนโครโมโซมในตัวอ่อนผิดปกติไป โอกาสการตั้งครรภ์ที่สำเร็จก็จะลดลง นอกจากนั้นความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมยังส่งผลให้เกิดความผิดปกติของทารกได้ด้วย โดยความผิดปกติที่มักเกิดจากจำนวนโครโมโซมที่ผิดปกติ ได้แก่ กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (Down’s syndrome) เอ็ดเวิร์ดซินโดรม (Edword’s […]
การตรวจและวิเคราะห์ภาวะมีบุตรยาก
มะเร็งปากมดลูก โรคร้ายที่ควรหาวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดขึ้น และการป้องกันลำดับต้น ๆ ก็คือการสังเกตตัวเองอยู่เสมอ ว่ามีสัญญาณเตือนมะเร็งปากมดลูกเกิดขึ้นหรือไม่ หากมีสัญญาณบางอย่างเกิดขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าใช่เซลล์มะเร็งหรือไม่ โดยสัญญาณที่ว่าก็มีหลากหลายวันนี้ Millennium IVF Clinic ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากจะมาเล่าให้ทุกคนฟังว่าสัญญาณเหล่านั้นมีอะไรบ้าง 1.ตกขาว โดยปกติแล้วผู้หญิงอาจเกิดตกขาวได้จากเชื้อรา แต่บางกรณีตกขาวอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งปากมดลูก หากตกขาวมีมากเกินไป หรือตกขาวมีเลือดปน ความผิดปกติลักษณะนี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจละเอียดอีกที 2.ประจำเดือนมาไม่ปกติ แม้ว่าประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจไม่ใช่อาการที่ร้ายแรง และเป็นสัญญาณของหลาย ๆ อาการ อาจเกิดขึ้นได้จากความเครียด หรือเกิดขึ้นจากการที่น้ำหนักเพิ่มหรือลดมากเกินไป ซึ่งมีผลต่อฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการตกไข่ หรือแม้แต่การรับประทานยาบางชนิด ก็อาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติได้ แต่ถ้าหากไม่มีการรับประทานยา และไม่มีเรื่องของน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงมากเกินไป อาจเป็นไปได้ว่านั่นเป็นสัญญาณของมะเร็งปากมดลูก 3.เลือดออกในช่องคลอด อาการเลือดออกในช่องคลอด อาจแสดงถึงความผิดปกติของฮอร์โมน หรือการติดเชื้อบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ และถ้าหากกำลังตั้งครรภ์อาจแสดงถึงภาวะแทรกซ้อนบางอย่าง เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก ภาวะรกเกาะต่ำ ไปจนถึงการแท้งบุตร ขณะเดียวกันอาการเลือดออกในช่องคลอด ยังเป็นสัญญาณของเนื้องอกในมดลูก และมะเร็งปากมดลูกได้อีกด้วย หากมีอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินัจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง 4.ปวดท้องน้อย อาการปวดท้องน้อย เป็นสัญญาณของอาการต่าง ๆ หลากหลาย ตั้งแต่ความผิดปกติของลำไส้ […]
ไลฟ์สไตล์กับภาวะเจริญพันธุ์
หลายคู่มักคิดว่าหากรับประทานอาหารอย่างถูกต้องและดูแลตัวเองอย่างดี ก็ควรจะสามารถตั้งครรภ์ได้โดยไม่ต้องพึ่งความช่วยเหลือ แต่จริง ๆ แล้วยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์มากกว่าสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน คุณอาจไม่รู้ว่า พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่คุณทำในแต่ละวัน อาจมีผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ได้เช่นกัน รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สำคัญค่ะ ภาชนะใส่อาหารที่คุณใช้ ปริมาณการนอนหลับที่ได้รับ หรือแม้แต่ความเครียดในการทำงาน ล้วนส่งผลต่อฮอร์โมนที่ควบคุมการตกไข่และคุณภาพของอสุจิได้ หลายครั้งที่คู่รักไม่ทราบปัญหาเหล่านี้จนกว่าจะเริ่มพยายามมีลูก และพบกับอุปสรรคที่ไม่คาดคิดมาก่อน เราจะพูดถึงกิจกรรมประจำวันบางอย่างที่พบบ่อยซึ่งอาจทำให้ภาวะเจริญพันธุ์ลดลงโดยที่คุณไม่รู้ตัว สิ่งสำคัญคือ คุณจะได้เรียนรู้การปรับเปลี่ยนเล็ก ๆ ที่ง่ายและเป็นประโยชน์ ซึ่งช่วยปกป้องสุขภาพการเจริญพันธุ์ของคุณและช่วยให้คุณก้าวไปสู่การเป็นพ่อแม่ได้ง่ายขึ้น ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ ความเสี่ยงต่อภาวะเจริญพันธุ์ไม่ได้มาจากภายในร่างกายทั้งหมด บางอย่างซ่อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา สิ่งของและสภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวันสามารถทำให้ผู้ชายและผู้หญิงสัมผัสกับสารเคมีที่รบกวนสุขภาพการเจริญพันธุ์ สารเหล่านี้เรียกว่า สารรบกวนต่อระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine-Disrupting Chemicals หรือ EDCs) เพราะพวกมันไปรบกวนระบบต่อมไร้ท่อซึ่งควบคุมฮอร์โมนในร่างกาย แหล่งทั่วไปของ EDCs ขั้นตอนปฏิบัติที่ช่วยลดความเสี่ยง การปรับเปลี่ยนเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันสามารถช่วยลดการสัมผัสสารเหล่านี้ได้: รูปแบบการใช้ชีวิตที่อาจรบกวนสมดุลฮอร์โมน ฮอร์โมนทำหน้าที่เหมือนสารสื่อในร่างกาย คอยควบคุมกระบวนการเจริญพันธุ์สำคัญ เช่น การตกไข่ในผู้หญิงและการสร้างอสุจิในผู้ชาย เมื่อกิจวัตรประจำวันทำให้สมดุลนี้เสียไป ภาวะเจริญพันธุ์อาจลดลงโดยที่คู่รักไม่ทันสังเกต ผลกระทบของความเครียด ระดับความเครียดที่สูงจะกระตุ้นการหลั่งคอร์ติซอล ซึ่งบางครั้งเรียกว่า […]
การดูแลด้านจิตใจ
การเข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยากต้องอาศัยความเข้มแข็งอย่างมาก เมื่อรอบหนึ่งไม่สำเร็จ คู่รักมักจะรวบรวมกำลังใจและลองใหม่อีกครั้ง โดยยึดมั่นกับความหวัง แต่หลังจากความพยายามหลายครั้งที่ไม่ประสบผลสำเร็จ น้ำหนักทางอารมณ์อาจเริ่มกดทับอย่างหนัก ซึ่งมักเรียกกันว่า “ความเหนื่อยล้าจากการรักษา” ความเหนื่อยล้าจากการรักษาไม่ใช่แค่ความเหน็ดเหนื่อยธรรมดาเท่านั้น แต่มันรวมเอาความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ ความเครียดทางกายภาพ และความรู้สึกเหมือนชีวิตอยู่บนรถไฟเหาะของความหวังและความผิดหวัง หลายคู่เริ่มตั้งคำถามว่าตัวเองจะรับไหวอีกแค่ไหน และยังควรเดินหน้าต่อไปหรือไม่ ในโพสต์นี้ เราจะพูดถึงว่าความเหนื่อยล้าจากการรักษาคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และคู่รักสามารถดูแลตัวเองในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ได้อย่างไร คุณจะได้พบกับแนวทางปฏิบัติที่ช่วยดูแลสุขภาพจิต เสริมสร้างความสัมพันธ์ และทบทวนสิ่งที่ควรพิจารณาต่อไปในเส้นทางการมีบุตรของคุณ ความเหนื่อยล้าจากการรักษาคืออะไร? เมื่อการรักษาภาวะมีบุตรยากยืดเยื้อออกไป หลายคู่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งทางอารมณ์และร่างกาย คำว่า “ความเหนื่อยล้าจากการรักษา” ใช้อธิบายอาการหมดแรงประเภทนี้โดยเฉพาะ ความเครียดทางอารมณ์ รอบการรักษาที่ล้มเหลวซ้ำ ๆ อาจทำให้คู่รักรู้สึกหมดหนทาง ทุกครั้งที่เริ่มต้นจะมีความหวังอย่างระมัดระวัง แต่เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ความเศร้าและความผิดหวังก็จะตามมา เมื่อเวลาผ่านไป วงจรนี้อาจทำให้แม้แต่คนที่เข้มแข็งที่สุดรู้สึกหมดแรง จากการศึกษาเรื่องหนึ่งพบว่า ความเครียดทางอารมณ์เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้คู่รักเลือกหยุดการรักษา ซึ่งพบได้มากกว่าค่าใช้จ่ายหรือคำแนะนำทางการแพทย์เสียอีก ความกดดันทางร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต นอกเหนือจากอารมณ์แล้ว การรักษายังรวมถึงการฉีดยา การใช้ยา การตรวจอัลตราซาวด์ และแม้กระทั่งการผ่าตัด ซึ่งล้วนส่งผลต่อร่างกาย สำหรับผู้หญิง ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากยากระตุ้นการเจริญพันธุ์อาจรวมถึงอาการท้องอืด ปวดศีรษะ และอารมณ์แปรปรวน ส่วนผู้ชายก็อาจมีปัญหานอนหลับจากความเครียด หรือการเปลี่ยนแปลงของความอยากอาหาร การนัดพบแพทย์อย่างต่อเนื่องตามตารางที่เคร่งครัดอาจรบกวนงานและชีวิตสังคม ทำให้แม้แต่กิจวัตรประจำวันทั่วไปก็รู้สึกว่าทำได้ยากยิ่งขึ้น กลยุทธ์รับมือกับความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ […]
ไลฟ์สไตล์กับภาวะเจริญพันธุ์
หลายคนทราบว่าการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อหัวใจและปอด แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่ามันอาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ด้วย นิโคตินและสารเคมีอื่น ๆ ในบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอาจเปลี่ยนแปลงการทำงานของไข่ อสุจิ และแม้กระทั่งมดลูกอย่างละเอียดอ่อน ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จ ความเชื่อมโยงนี้มักถูกมองข้ามโดยคู่รักที่กำลังพยายามจะมีบุตร การศึกษาพบว่าการสูบบุหรี่อาจทำให้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเร็วขึ้น ลดคุณภาพของไข่ ลดจำนวนอสุจิ และเพิ่มความเสี่ยงของการแท้งบุตร หลายคนมักคิดว่าการสูบไอเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า แต่จริง ๆ แล้วยังคงทำให้ร่างกายได้รับนิโคตินและสารพิษอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังพบว่าการสูบบุหรี่มือสองมีความเชื่อมโยงกับภาวะเจริญพันธุ์ที่ลดลงในผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ด้วย ในบทความนี้ เราจะพูดถึงผลกระทบของการสูบบุหรี่และการสูบไอที่มีต่อภาวะเจริญพันธุ์ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง นอกจากนี้ เรายังจะแชร์งานวิจัยล่าสุด รวมถึงสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อปกป้องสุขภาพการเจริญพันธุ์ของคุณ การสูบบุหรี่และภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิง การสูบบุหรี่ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อปอดเท่านั้น สำหรับผู้หญิง สารเคมีในบุหรี่สามารถทำลายรังไข่โดยตรงและลดโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ ผลของควันบุหรี่ต่อรังไข่ ผลกระทบต่อการทำ IVF และการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ ผู้หญิงที่สูบบุหรี่มักตอบสนองต่อการรักษาภาวะเจริญพันธุ์ได้น้อยกว่า อาจต้องใช้ยากระตุ้นรังไข่มากขึ้น แต่ก็ยังผลิตไข่ได้น้อยกว่าในระหว่างการทำ IVF การศึกษายังพบว่าอัตราการปฏิสนธิและการฝังตัวของตัวอ่อนต่ำกว่า รวมถึงมีความเสี่ยงของการแท้งบุตรสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ สำหรับผู้ที่พยายามตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ การสูบบุหรี่สามารถทำให้โอกาสตั้งครรภ์ในแต่ละเดือนลดลง ตามข้อมูลจาก American Society for Reproductive Medicine ผู้หญิงที่สูบบุหรี่มีโอกาสประสบปัญหาภาวะมีบุตรยากมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึงสองเท่า การสูบบุหรี่และภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชาย เมื่อพูดถึงการสูบบุหรี่และภาวะเจริญพันธุ์ ความสนใจมักจะมุ่งไปที่ผู้หญิง แต่การวิจัยพบว่าผู้ชายที่สูบบุหรี่ก็เผชิญความเสี่ยงต่อการสืบพันธุ์อย่างมากเช่นกัน ผลกระทบต่อจำนวนและคุณภาพของอสุจิ ความเสี่ยงต่อผลลัพธ์การตั้งครรภ์ในอนาคต ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การปฏิสนธิ การศึกษาพบว่าคู่ของผู้ชายที่สูบบุหรี่มีอัตราการแท้งบุตรสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีหลักฐานว่าการสูบบุหรี่ของพ่อสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในเด็ก เช่น […]
การตรวจและวิเคราะห์ภาวะมีบุตรยาก
เมื่อคู่รักมีปัญหาในการตั้งครรภ์ หนึ่งในขั้นตอนแรกที่แพทย์มักจะแนะนำก่อนการรักษาภาวะเจริญพันธุ์คือการตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ สำหรับผู้ชายหลายคน การตรวจนี้อาจก่อให้เกิดความรู้สึกต่าง ๆ และบางครั้งอาจรู้สึกวิตกกังวล พวกเขากำลังมองหาอะไรอย่างชัดเจน? ตัวเลขต่าง ๆ หมายถึงอะไร? การตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิเป็นการทดสอบพื้นฐานที่ประเมินหลายองค์ประกอบของสุขภาพอสุจิ การตรวจนี้วิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ เช่น จำนวนอสุจิ การเคลื่อนไหวของอสุจิ และรูปร่างว่าปกติหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ให้บริการดูแลสุขภาพประเมินได้ว่าอสุจิมีโอกาสไปถึงไข่และปฏิสนธิได้หรือไม่ ในบทความนี้ เราจะอธิบายว่าการตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิวัดอะไรได้บ้างด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย คุณจะได้เรียนรู้ว่าแต่ละด้านของการทดสอบเกี่ยวข้องกับอะไร ทำไมถึงสำคัญต่อภาวะเจริญพันธุ์ และผลลัพธ์เหล่านี้มีผลต่อขั้นตอนการรักษาต่อไปอย่างไร ทำไมการตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิจึงสำคัญ การทำความเข้าใจภาวะเจริญพันธุ์ต้องพิจารณาทั้งคู่ และปัจจัยของผู้ชายมีส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของปัญหาการตั้งครรภ์ทั้งหมด การตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิเป็นวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนเพื่อประเมินว่าสุขภาพอสุจิอาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาหรือไม่ ปัจจัยของผู้ชายในการประสบปัญหาภาวะเจริญพันธุ์ พื้นฐานของการทดสอบ ขั้นตอนค่อนข้างง่าย ผู้ชายจะให้ตัวอย่างน้ำอสุจิ โดยทั่วไปหลังจากงดเว้นกิจกรรมทางเพศ 2–5 วัน จากนั้นห้องปฏิบัติการจะตรวจสอบตัวอย่างภายใต้กล้องจุลทรรศน์และใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง แพทย์จะเปรียบเทียบผลลัพธ์กับค่ามาตรฐานอ้างอิงขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อดูว่าตรงตามช่วงปกติหรือไม่ พารามิเตอร์สำคัญในการตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ การตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิไม่ได้วัดเพียงแค่จำนวนอสุจิเท่านั้น แต่จะพิจารณาหลายรายละเอียดร่วมกันเพื่อให้ภาพรวมของสุขภาพภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชาย แต่ละพารามิเตอร์ให้เบาะแสสำคัญต่อความสมบูรณ์ของการสืบพันธุ์ ปริมาตรน้ำอสุจิ ความเข้มข้นของอสุจิ (จำนวนอสุจิ) การตรวจนี้วัดจำนวนอสุจิที่มีอยู่ในน้ำอสุจิหนึ่งมิลลิลิตร ตามองค์การอนามัยโลก จำนวนอสุจิน้อยกว่า 15 ล้านตัวต่อน้ำอสุจิหนึ่งมิลลิลิตรถือว่าต่ำกว่าช่วงปกติ แม้ว่าการมีอสุจิน้อยจะทำให้การตั้งครรภ์ยากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้เสมอไป ความเคลื่อนไหว (Motility) ความเคลื่อนไหวหมายถึงความสามารถในการว่ายของอสุจิ […]
สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
เมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์ หลายคนมักให้ความสำคัญกับฮอร์โมนสืบพันธุ์ เช่น เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ขณะที่ต่อมไทรอยด์มักถูกมองข้าม อย่างไรก็ตาม ต่อมขนาดเล็กนี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย และแม้ความผิดปกติของไทรอยด์เพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งผลต่อการปฏิสนธิและการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีสัญญาณที่ชัดเจน ภาวะของต่อมไทรอยด์สามารถส่งผลต่อการตกไข่ การฝังตัวของตัวอ่อน และความมั่นคงของการตั้งครรภ์ระยะแรก ในกระบวนการทำ IVF ความไม่สมดุลของไทรอยด์ที่ไม่ได้รับการควบคุมอาจส่งผลต่อการตอบสนองของร่างกายต่อการกระตุ้นไข่และความสำเร็จของการฝังตัวของตัวอ่อน วันนี้เราจะพูดถึงความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของต่อมไทรอยด์กับภาวะเจริญพันธุ์และผลลัพธ์ของ IVF ความสำคัญของการตรวจแม้มีอาการเพียงเล็กน้อย และการแทรกแซงตั้งแต่เนิ่น ๆ สำหรับปัญหาไทรอยด์ซึ่งสามารถช่วยให้กระบวนการรักษามีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำความเข้าใจบทบาทของต่อมไทรอยด์ต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ แม้ว่าต่อมไทรอยด์จะมีขนาดเล็ก แต่ผลกระทบของมันขยายไปไกลกว่าการเผาผลาญพลังงาน ช่วยควบคุมการใช้พลังงานของร่างกาย วิธีที่เซลล์ตอบสนองต่อฮอร์โมน และการรักษาสมดุลในหลายระบบ สุขภาพการเจริญพันธุ์เป็นหนึ่งในระบบเหล่านั้น และมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนไทรอยด์เป็นพิเศษ ฮอร์โมนไทรอยด์ทำงานอย่างเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง เมื่อระดับฮอร์โมนคงที่ รอบเดือนมักจะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ การตกไข่เกิดขึ้นตามกำหนด เยื่อบุโพรงมดลูกก่อตัวตามที่คาดไว้ เมื่อระดับไทรอยด์สูงหรือต่ำเกินไป จังหวะเหล่านี้อาจถูกรบกวนในรูปแบบที่ละเอียดอ่อนและถูกมองข้ามได้ง่าย ต่อมไทรอยด์ทำอะไรในร่างกาย ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนที่เรียกว่า T3 และ T4 ฮอร์โมนเหล่านี้มีอิทธิพลต่อความเร็วในการทำงานของเซลล์และการสื่อสารระหว่างอวัยวะต่าง ๆ ในระบบสืบพันธุ์ ฮอร์โมนไทรอยด์ทำงานร่วมกับสัญญาณจากสมองและรังไข่ที่ควบคุมรอบเดือน เหตุใดฮอร์โมนสืบพันธุ์จึงไวต่อการเปลี่ยนแปลงของไทรอยด์ ระบบสืบพันธุ์ต้องพึ่งพาจังหวะเวลาที่แม่นยำ การตกไข่ การฝังตัว และการตั้งครรภ์ระยะแรกอาศัยสัญญาณฮอร์โมนที่ประสานกันอย่างพอดี ฮอร์โมนไทรอยด์ช่วยรักษาการประสานงานนั้น เมื่อระดับไทรอยด์ผิดปกติ ร่างกายอาจประสบความยากลำบากในการรักษาเสถียรภาพ รอบเดือนอาจไม่สม่ำเสมอ […]
ภาวะเจริญพันธุ์ของชายและหญิง
บทความนี้คุณหมอแนะนำ วิธีนับวันไข่ตก เพื่อเพิ่มโอกาสการมีลูกให้กับคุณแม่มากขึ้น มีวิธีคำนวณอย่างไรมาดูกันได้เลย
สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
คู่สมรสคู่ไหนเคยมีลูกแล้ว แต่พออยากมีลูกอีก กลับไม่มีตามที่ต้องการสักที คู่สมรสคู่นั้นๆ อาจสงสัยอยู่ว่าตนเองอยู่ในภาวะมีบุตรยากหรือไม่ วันนี้ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจกันว่าทำไมคนที่เคยมีลูกมาแล้ว ไม่สามารถมีลูกคนต่อไปได้ดั่งใจสักที ภาวะมีบุตรยาก คืออะไร? ภาวะมีบุตรยาก คือ การที่คู่สมรสที่วางแผนมีบุตรและมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอโดยไม่คุมกำเนิด เป็นเวลาต่อเนื่องกันประมาณ 1 ปี แต่ก็ยังไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น นั่นอาจเข้าข่ายภาวะมีบุตรยากของคู่สมรสคู่นั้น โดยสาเหตุอาจมาจากฝ่ายหญิง กรณีที่เคยมีบุตรครั้งแรกได้สำเร็จตามธรรมชาติมาแล้ว หรือบางกรณีก็อาจมาจากฝ่ายชาย หากเป็นเพราะอายุที่เพิ่มมากขึ้น รีวิวจากลูกค้าของ Millennium IVF Clinic: รีวิวโปรแกรมตรวจสุขภาพคู่รักกับคุณหมอนฤมิต วงษ์ลิขิตปัญญา ทำไมการตั้งครรภ์ลูกคนที่สองจึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย แม้ว่าจะเคยมีลูกมาแล้ว ก็อาจมีลูกยากได้ในภายหลังสำหรับบางท่าน โดยบทความนี้จะมาอธิบายว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น 1.อายุเพิ่มมากขึ้น หนึ่งในสาเหตุสำคัญของการมีบุตรยาก นั่นคืออายุที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย อาจส่งผลให้มีลูกยากขึ้นได้ แม้ว่าจะเคยมีลูกมาแล้วอย่างง่ายดาย แต่ถ้าหากต้องการมีลูกคนถัดไปในตอนที่คุณพ่อคุณแม่เริ่มมีอายุมากขึ้นจนเกิน 35 ปีไปแล้ว ก็มีสิทธิที่จะอยู่ในภาวะมีบุตรยากได้ อาจต้องพึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อช่วยให้มีบุตร 2.รังไข่เสื่อม ในคุณแม่บางท่านพบว่าหลังคลอดลูกคนแรกแล้วมีภาวะรังไข่เสื่อม ซึ่งรังไข่ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ทั้งยังมีส่วนต่อการตกไข่ ดังนั้นถ้าหากมีภาวะนี้อาจต้องพึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ช่วยกระตุ้นในการตกไข่ […]
การย้ายตัวอ่อน
การตัดสินใจว่าจะย้ายตัวอ่อนกี่ตัวในระหว่างการทำ IVF ถือเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่สุด และมักเต็มไปด้วยอารมณ์ความคาดหวังที่อยากจะมีบุตร หลายคนอาจรู้สึกว่า การย้ายตัวอ่อนมากกว่าหนึ่งตัวจะช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จ แต่ความจริงคือ “มากกว่า” ไม่ได้แปลว่า “ดีกว่า” เสมอไป บทความนี้จะอธิบายจากประสบการณ์ของเราถึงปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจย้ายตัวอ่อน เช่น อายุ คุณภาพของตัวอ่อน และความเสี่ยงด้านสุขภาพ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในรอบ IVF ครั้งแรก หรือเคยทำมาแล้วหลายครั้ง การเข้าใจทางเลือกของคุณจะช่วยให้คุณมั่นใจและพร้อมสำหรับการปรึกษาแพทย์ครั้งถัดไป ทำไมจำนวนตัวอ่อนจึงสำคัญ? การเลือกจำนวนตัวอ่อนที่ย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ไม่ใช่แค่เรื่องของโอกาสตั้งครรภ์ แต่เป็นการปกป้องสุขภาพของแม่และให้โอกาสที่ดีที่สุดแก่ตัวอ่อนในการเติบโตเป็นทารกที่แข็งแรง เป้าหมายของการย้ายตัวอ่อนคือการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและมีสุขภาพดีทีละครั้ง ไม่ใช่ให้ได้ผลลัพธ์เร็วที่สุด เข้าใจเป้าหมายของการย้ายตัวอ่อน แม้ว่าการย้ายตัวอ่อนมากกว่า 1 ตัวจะดูเหมือนเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงของการตั้งครรภ์แฝดหรือแฝดสาม ซึ่งจัดว่าเป็นการตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง และมักมีภาวะแทรกซ้อน เช่น คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักทารกแรกเกิดต่ำ และต้องเข้ารับการดูแลพิเศษ ตัวอย่างเช่น งานวิจัยแสดงว่า การตั้งครรภ์แฝดมีความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดสูงกว่าการตั้งครรภ์เดี่ยวถึง 5 เท่า ความเสี่ยงจากการย้ายตัวอ่อนหลายตัว การย้ายตัวอ่อนมากกว่า 1 ตัว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของแม่ เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง และโอกาสต้องผ่าคลอด โดยเฉพาะในผู้หญิงอายุมากกว่า 35 ปี […]
การปรึกษาและการวินิจฉัย
หากคุณเริ่มเข้าสู่กระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยาก คุณจะพบว่าคลินิกมักใช้คำศัพท์ทางการแพทย์และตัวย่อที่ทำให้คุณรู้สึกสับสน และบางครั้งก็รู้สึกราวกับกำลังเรียนภาษาใหม่ แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ คุณไม่ได้เผชิญสิ่งนี้เพียงลำพังแน่นอน ในบทความนี้ เราได้รวบรวมคำศัพท์ที่พบบ่อยในการรักษาภาวะมีบุตรยาก พร้อมอธิบายให้เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณรู้สึกมั่นใจและเข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ได้ดีขึ้นค่ะ สรุปคำศัพท์ที่พบบ่อยในการรักษาภาวะมีบุตรยาก เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ หรือ Assisted Reproductive Technology (ART) ART คือวิธีทางการแพทย์ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถมีบุตรได้ ครอบคลุมกระบวนการต่าง ๆ เกี่ยวกับการรักษาภาวะมีบุตรยาก เช่น การทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี IVF (In Vitro Fertilization), การแช่แข็งไข่ (Egg Freezing), และการใช้อสุจิหรือไข่จากผู้บริจาค เรียกได้ว่า ART คือกระบวนการใด ๆ ที่ช่วยให้เกิดการตั้งครรภ์ โดยไม่อาศัยการปฏิสนธิตามธรรมชาติจากเพศสัมพันธ์ การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) In Vitro Fertilization (IVF) หรือที่เรารู้จักกันว่า การทำเด็กหลอดแก้ว เป็นวิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากที่แพทย์จะทำการเก็บไข่ออกมาจากรังไข่ แล้วนำไปผสมกับอสุจิในห้องปฏิบัติการ เมื่อไข่และอสุจิปฏิสนธิกันจนได้ตัวอ่อนแล้ว ตัวอ่อนนั้นจะถูกย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไป กล่าวอย่างง่าย ๆ คือ IVF […]
กฎหมายเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์
อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนต้องรู้เกี่ยวกับการพึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อช่วยให้มีบุตร นั่นก็คือเรื่องของการมีทะเบียนสมรส ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมาย วันนี้ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic จะมาอธิบายเกี่ยวกับการทำ IUI/IVF/ICSI และเรื่องของทะเบียนสมรส ดังนี้ ทำ IUI/IVF/ICSI ต้องมีทะเบียนสมรสไหม ตามกฎหมายประเทศไทย การทำ IUI/IVF/ICSI จะต้องมีทะเบียนสมรส อธิบายเพิ่มเติม ดังนี้ การทำ IUI การทำ IUI คือการฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิและได้ตัวอ่อนออกมา ตัวอ่อนที่ว่าเมื่อนำไปฝังตัวในมดลูกจะเจริญไปเป็นทารก อ่านเพิ่มเติม: IUI ไม่ติดกี่ครั้ง? ถึงต้องเปลี่ยนวิธี การทำ IVF การทำเด็กหลอดแก้วแบบ IVF เป็นการทำเด็กหลอดแก้ว ที่มีการกระตุ้นการเจริญเติบโตของไข่และกระตุ้นการตกไข่ร่วมกันกับการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงมาผสมกับไข่ เพื่อให้ได้ตัวอ่อนขึ้นมา ตัวอ่อนที่ว่าเมื่อนำไปฝังตัวในมดลูกจะเจริญไปเป็นทารกตามลำดับ การทำ ICSI การทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI เป็นการทำเด็กหลอดแก้ว ที่มีการกระตุ้นการเจริญเติบโตของไข่และกระตุ้นการตกไข่ร่วมกันกับการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุดเพียงตัวเดียวมาผสมกับไข่ เป็นการคัดเลือกที่เจาะจงกว่าการทำ IVF จึงเพิ่มโอกาสการมีบุตรได้สูงกว่า จากนั้นเมื่อนำอสุจิมาผสมกับไข่จะได้ตัวอ่อนขึ้นมา ตัวอ่อนที่ว่าเมื่อนำไปฝังตัวในมดลูกจะเจริญไปเป็นทารก อ่านเพิ่มเติม: IVF และ ICSI ต่างกันอย่างไร […]
สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
คนที่มีปัญหามีลูกยากคงอยากรู้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะคู่สมรสที่ยังไม่รู้ว่าสาเหตุการมีบุตรยากนั้นเกิดจากฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชาย อาจกำลังต้องการข้อมูลสาเหตุการมีบุตรยากของแต่ละฝ่ายอยู่ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งทางบทความนี้ก็จะมาอธิบายถึงสาเหตุมีลูกยาก แยกระหว่างสาเหตุของฝ่ายชาย และสาเหตุของฝ่ายหญิง ให้ได้ทำความเข้าใจกัน สาเหตุการมีบุตรยาก ฝ่ายหญิง สาเหตุมีลูกยากของฝ่ายหญิง หลัก ๆ เลยคือการผลิตไข่ หากร่างกายผลิตไข่ได้น้อย ก็มีโอกาสสูงที่จะมีลูกยาก นอกจากการผลิตได้น้อยก็คือร่างกายผลิตไข่ได้ไม่มีคุณภาพมากพอ ก็ทำให้มีลูกยากได้เช่นกัน ส่วนสาเหตุที่ร่างกายผลิตไข่ได้น้อยหรือไม่มีคุณภาพ ก็มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง ดังนี้ 1.อายุ อายุที่เพิ่มมากขึ้น ร่างกายคนเราย่อมเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา รวมถึงระบบสืบพันธุ์ก็เช่นกัน พบว่าในช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป ผู้หญิงจะเริ่มผลิตไข่ที่มีคุณภาพได้น้อยลง เนื่องจากรังไข่ซึ่งเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ผลิตไข่ เริ่มเสื่อมสภาพไปตามวัย 2.ความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ บางรายอาจพบว่าตัวเองมีบุตรยากทั้งที่อายุยังน้อย โดยเฉพาะอายุน้อยกว่า 35 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ยังสามารถมีบุตรได้ตามปกติ แต่ในรายที่มีบุตรยากตั้งแต่อายุยังน้อย อาจเป็นไปได้ว่ามีความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ที่ไม่เกี่ยวกับอายุ เช่น ภาวะรังไข่เสื่อมก่อนวัยอันควร ซึ่งภาวะดังกล่าวอาจเกิดจากความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือสาเหตุอื่น ๆ ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล บางรายพบว่ามีมูกที่ปากช่องคลอดมากกว่าปกติ ก็ทำให้อสุจิไม่สามารถเดินทางเข้าไปผสมกับไข่ได้ ทำให้มีบุตรยากได้เช่นกัน 3.ประวัติการได้รับการรักษา ในผู้หญิงบางรายที่เคยได้รับการรักษาบางอย่างก็อาจทำให้มีบุตรยากได้ โดยเฉพาะการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด จะทำให้มีบุตรยากโดยไม่เกี่ยวกับอายุได้ บางอาจเคยประสบอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลต่อมดลูกหรือรังไข่จนต้องผ่าตัด ก็ทำให้มีบุตรยากได้เช่นกัน 4.พฤติกรรมบางอย่าง […]
อิ๊กซี่ (ICSI)
หนึ่งในขั้นตอนการทำ ICSI ก็คือการกระตุ้นไข่ ซึ่งในการกระตุ้นนั้น คนไข้จะต้องพบแพทย์หลายครั้งด้วยกัน จึงกลายเป็นข้อสังสัยที่สำคัญอีกหนึ่งเรื่องว่าถ้าหากต้องการทำ ICSI เพื่อให้มีลูก จะต้องพบแพทย์กี่ครั้ง เพื่อวางแผนการใช้ชีวิตได้ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องของตารางเวลาของแต่ละคน ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium จึงมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาอธิบายให้เข้าใจกัน ยิ่งถ้าหากอยากมีลูกให้ทันปีมังกรทอง ต้องเข้ามาทำความเข้าใจเรื่องนี้โดยเร็ว การทำ ICSI คืออะไร? การทำ ICSI คือการทำเด็กหลอดแก้วแบบเฉพาะเจาะจง ย่อมาจาก Intracytoplasmic Sperm Injection กระบวนการของ ICSI คือทำให้เกิดการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย โดยวิธีการคือแพทย์จะนำอสุจิมาฉีดเข้าไปในเซลล์ไข่ เพื่อให้เกิดการผสมกันในหลอดแก้ว จากนั้นนำไข่ที่ผสมแล้วไปเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ 3-5 วัน ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด การทำ ICSI แตกต่างจากการทำเด็กหลอดแก้วแบบ IVF ตรงขั้นตอนคัดเลือกอสุจิ โดยการทำ IVF จะคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงจำนวนหนึ่งมาผสมกับไข่ แต่การทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI จะคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุดเพียงตัวเดียวมาผสมกับไข่ การคัดเลือกแบบนี้จะเฉพาะเจาะจงมากกว่า จึงช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรที่สำเร็จมากกว่า อ่านเพิ่มเติม: IVF และ ICSI ต่างกันอย่างไร เลือกแบบใดให้เหมาะกับคุณ การกระตุ้นไข่ในการทำ […]
ไลฟ์สไตล์กับภาวะเจริญพันธุ์
สิ่งที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้ก็คือการเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่ส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์ สิ่งสำคัญคือการเสริมสารอาหารที่มีประโยชน์ มีส่วนช่วยให้ทารกในครรภ์มีพัฒนาการที่สมบูรณ์ ครั้งนี้ทางศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic มีคำแนะนำดี ๆ จาก พญ. นฤมิต วงศ์ลิขิตปัญญา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ได้รวบรวมเอาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารการกินของคุณแม่มือใหม่มาฝาก เพื่อบำรุงเด็กในครรภ์ให้มีความพร้อม 1.กรดโฟลิก สารอาหารที่สำคัญสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งตั้งครรภ์อยู่ในช่วง 1-3 เดือน ก็คือกรดโฟลิก เพราะกรดโฟลิกมีส่วนช่วยเรื่องพัฒนาการส่วนของเซลล์ประสาทและสมอง เป็นสารสำคัญมากที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องได้รับเพื่อถ่ายทอดไปยังลูกน้อย มีส่วนช่วยป้องกันภาวะความบกพร่องของระบบประสาท ทั้งยังช่วยป้องกันภาวะพิการของหัวใจ และป้องกันโรคปากแหว่งเพดานโหว่ คุณแม่มือใหม่สามารถรับกรดโฟลิกได้จาก ผักใบเขียว พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วลิสง รวมถึงผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้รสเปรี้ยว ยกตัวอย่างผลไม้ที่มีกรดโฟลิกสูง เช่น องุ่น กล้วย แคนตาลูป เป็นต้น ส่วนผักที่มีกรดโฟลิกสูง เช่น มะละกอ บรอกโคลี ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง อ่านเพิ่มเติม: อาหารบำรุงอสุจิ เพิ่มกำลังสเปิร์ม อยากเป็นคุณพ่อต้องไม่พลาด 2.โปรตีน สารอาหารอีกหนึ่งอย่างที่คุณแม่ควรรับประทานก็คือโปรตีน ซึ่งเป็นหนึ่งในสารอาหาร […]
การแช่แข็งไข่
คู่สมรสที่ต้องการมีบุตรแต่เคยมีประวัติเกี่ยวกับการป่วยด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งหลายคนรู้ดีว่าโรคมะเร็งมีผลต่อการมีบุตรในหลายกรณี บางอาการป่วยถึงแม้ว่าจะรักษามะเร็งจนหายแล้ว แต่ร่างกายก็ได้รับผลข้างเคียงจากการรักษาและส่งผลกระทบให้มีบุตรยากได้เช่นกัน ทำให้คู่สมรสหลายคู่หมดหวัง แต่ในขณะเดียวกันถึงแม้จะเป็นโรคมะเร็งก็สามารถมีบุตรได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนยังไม่รู้หรืออาจจะยังสงสัยอยู่ว่าทำได้จริงหรือไม่อย่างไร บทความนี้ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic ก็มีข้อมูลดีๆ นำมาฝากด้วยเช่นเดิม ดังนี้ มะเร็งส่งผลต่อการมีบุตรอย่างไร? อาการป่วยด้วยโรคมะเร็ง ส่งผลต่อการมีบุตร แบ่งออกเป็น 2 กรณีใหญ่ ๆ คือ การมีบุตรยากจากการป่วยด้วยโรคมะเร็ง การที่ร่างกายป่วยด้วยโรคมะเร็ง บางกรณีอาจส่งผลต่อการมีบุตรด้วย โดยเฉพาะการเป็นมะเร็งบริเวณที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ อาทิ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งอัณฑะ มะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น เพราะเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นในอวัยวะดังกล่าว ส่งผลให้การทำงานของอวัยวะนั้นมีความผิดปกติ และไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมื่อเกิดที่อวัยวะสืบพันธุ์ ก็ทำให้ระบบสืบพันธุ์นั้นบกพร่อง และมีบุตรยากในที่สุด การมีบุตรยากจากการรักษามะเร็ง กรณีถัดมาการมีบุตรยากจากการรักษามะเร็งนั้นเกิดขึ้นได้เช่นกัน เนื่องจากการรักษามะเร็งในหลายๆ ครั้ง มีวิธีการรักษาที่ส่งผลต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด รังสีรักษา หรือเคมีบำบัด ทำให้คนไข้อาจผ่านการรักษามะเร็งจนร่างกายเป็นปกติก็จริง แต่ก็ส่งผลต่อการมีบุตรยากได้หลังการรักษานั้น เนื่องจากในคนไข้ที่มีภาวะรังไข่หยุดทำงาน พบว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดมักเกี่ยวกับการได้รับเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา จากที่กล่าวมาข้างต้นคือข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากการป่วยด้วยโรคมะเร็ง ที่ทำให้มีบุตรยาก คู่สมรสหลายคู่ที่เคยป่วยเป็นมะเร็งจึงเลิกล้มความตั้งใจที่จะมีบุตร ขณะที่ปัจจุบันคนไข้มะเร็งก็สามารถมีบุตรได้ […]
เด็กหลอดแก้ว (IVF)
คู่สมรสที่มีบุตรยาก มักมีข้อสงสัยหลายอย่างในเรื่องของเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรที่สำเร็จ หนึ่งคำถามที่พบบ่อย คือการทำกิ๊ฟเปรียบเทียบกับการทำเด็กหลอดแก้ว เนื่องจากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในการเพิ่มโอกาสการมีบุตร บทความนี้จึงจะมาอธิบายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวโดยละเอียด การทำกิ๊ฟ คืออะไร การทำกิ๊ฟท์ หรือ GIFT ย่อมาจาก gamete-intrafallopian-transfer เป็นเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์หรือช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรให้สำเร็จ ด้วยวิธีการนำไข่และอสุจิไปใส่ไว้ที่ท่อนำไข่ และปล่อยให้เกิดการปฏิสนธิกันภายในร่างกาย ช่วยแก้ปัญหาการมีบุตรยากที่เกิดจากอสุจิไม่สามารถเดินทางไปผสมกับไข่ได้ จึงช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรที่สำเร็จได้ ขั้นตอนการทำกิ๊ฟ คืออะไร การทำกิ๊ฟ ข้อดี ข้อเสีย คืออะไร การทำกิ๊ฟ มีข้อดีคือช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรให้สำเร็จในผู้ที่มีบุตรยาก เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในอดีต สมัยที่เทคโนโลยีช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรยังไม่ก้าวหน้าเท่าปัจจุบัน แต่ถ้าหากพูดในมุมของปัจจุบัน การทำกิ๊ฟถือว่ามีข้อเสียมากกว่าข้อดี เพราะอัตราความสำเร็จค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับการทำเด็กหลอดแก้ว ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการทำกิ๊ฟก็ไม่ได้ถูกกว่าการทำเด็กหลอดแก้วเลย ปัจจุบันการทำกิ๊ฟ จึงไม่เป็นที่นิยมแล้วในวงการแพทย์ที่ให้การรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก และหันไปใช้วิธีทำเด็กหลอดแก้วกันมากกว่า เพราะมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าค่อนข้างมาก ทำกิ๊ฟต์กับเด็กหลอดแก้ว ต่างกันอย่างไร การปฏิสนธิ การทำกิ๊ฟ เป็นการปล่อยให้เกิดการปฏิสนธิกันเองระหว่างไข่และอสุจิตามธรรมชาติภายในร่างกาย โอกาสที่สำเร็จจึงต่ำกว่าการทำเด็กหลอดแก้ว ที่มีการนำไข่และอสุจิออกมาปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์อย่างใกล้ชิด การทำเด็กหลอดแก้ว ผู้เชี่ยวชาญจะทำการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน เพื่อให้ได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์ ก่อนย้ายกลับเข้าไปฝังตัวที่มดลูก แต่การทำกิ๊ฟจะไม่มีขั้นตอนการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน หากตัวอ่อนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ก็จะเดินทางไปฝังตัวที่มดลูกเอง การคัดเลือกเซลล์สืบพันธุ์ที่แข็งแรง การทำกิ๊ฟ ไม่มีขั้นตอนการคัดเลือกเซลล์สืบพันธุ์ที่แข็งแรงก่อนนำมาปฏิสนธิกัน แตกต่างจากการทำเด็กหลอดแก้ว […]
TESA/PESA
TESE เป็นวิธีการรักษาผู้มีบุตรยากวิธีหนึ่ง ซึ่งมีทั้งประโยชน์และความเสี่ยงในคราวเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับผู้มีบุตรยาก หากสาเหตุของการมีบุตรยากนั้นมาจากฝ่ายชายที่มีปัญหาเรื่องไม่มีอสุจิในน้ำเชื้อ การเลือกใช้วิธีการทำ TESE ก็คงเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ และความเสี่ยงที่ว่าก็ไม่ได้มีอัตราที่สูงเท่าไร หากเปรียบเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับ TESE คืออะไร? รูปภาพอ้างอิงจาก : https://www.invitra.com/en/testicular-biopsy/open-biopsy-tese/ TESE ย่อมาจาก Testicular Sperm Extraction เป็นการรักษาผู้มีบุตรยากที่มีสาเหตุจากฝ่ายชายไม่มีตัวอสุจิในน้ำเชื้อ สามารถทราบได้จากการนำน้ำเชื้อที่หลั่งออกมาเข้าเครื่องตรวจและส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ สาเหตุที่ไม่พบตัวอสุจิในน้ำเชื้อแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ การไม่มีอสุจิจากภาวะอุดตันของทางเดินอสุจิ และการไม่มีอสุจิเพราะอัณฑะไม่ผลิตอสุจิหรือผลิตได้น้อยเกินไป สำหรับการรักษาด้วยวิธีการทำ TESE จะแก้ไขได้ทั้งปัญหาการไม่มีอสุจิจากภาวะอุดตันของทางเดินอสุจิหรือผลิตอสุจิได้น้อย เพราะการทำ TESE จะผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อบริเวณอัณฑะออกมา เพื่อเก็บอสุจิจากอัณฑะโดยตรง ส่วนผู้ที่ไม่มีปัญหาเรื่องทางเดินอสุจิอุดตัน แพทย์จะใช้วิธีการทำ microTESE แทน ซึ่งจะแตกต่างจาก TESE เล็กน้อย ขั้นตอนการทำ TESE อ่านเพิ่มเติม: IVF และ ICSI ต่างกันอย่างไร เลือกแบบใดให้เหมาะกับคุณ ประโยชน์ของ TESE คืออะไร? การทำ […]
สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
ผนังมดลูกเจริญผิดที่ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้มีบุตรยาก เพราะผนังมดลูกเป็นส่วนที่อยู่ในระบบสืบพันธุ์ สำหรับผู้หญิงที่มีปัญหานี้และอยากมีบุตร อาจกำลังสงสัยอยู่ว่ายังมีโอกาสที่จะมีบุตรได้หรือไม่ อย่างที่กล่าวไปว่าผนังมดลูกเจริญผิดที่ทำให้มีบุตรยาก แต่ก็ใช่ว่าจะมีไม่ได้เลย เพียงแต่โอกาสที่จะมีบุตรนั้นต่ำกว่าคนที่มีผนังมดลูกปกติทั่วไปเท่านั้น อาจต้องอาศัยเทคโนโลยีบางอย่างเพื่อช่วยให้มีบุตรได้สำเร็จ ซึ่งศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic จะมาเล่าให้ฟังกันค่ะ รู้จักกับภาวะผนังมดลูกเจริญผิดที่ ผนังมดลูกเจริญผิดที่ คือการที่ผนังมดลูกเจริญภายนอกโพรงมดลูก ซึ่งเป็นภาวะผิดปกติ ทำให้ผู้ที่ประสบปัญหาปวดท้องน้อยรุนแรงโดยเฉพาะตอนมีประจำเดือน ภาวะดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่ออวัยวะอื่น เช่น รังไข่ ท่อนำไข่ และเนื้อเยื่อในอุ้งเชิงกราน ซึ่งอวัยวะทั้งหมดเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ จึงเป็นผลให้มีบุตรยากได้ โดยภาวะผนังมดลูกเจริญผิดที่ ยังทำให้เกิดการอักเสบบริเวณเนื้อเยื่อในอุ้งเชิงกรานได้อีกด้วย อาการผนังมดลูกเจริญผิดที่ ผู้ที่มีปัญหาผนังมดลูกเจริญผิดที่ จะมีอาการปวดท้องตอนประจำเดือนมาในระดับที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละรอบเดือน รวมถึงประจำเดือนมาไม่ปกติ และรู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ สาเหตุของผนังมดลูกเจริญผิดที่ แม้ทางการแพทย์จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แต่ก็มีหลายทฤษฎี สามารถอธิบายได้ดังนี้ อยากมีลูกแต่ผนังมดลูกเจริญผิดที่ สำหรับคนที่มีปัญหาผนังมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งตกอยู่ในภาวะมีบุตรยากไปโดยปริยาย แต่ต้องการที่จะมีลูก จะต้องทำอย่างไร มี 2 วิธีคือ การรักษาภาวะผนังมดลูกเจริญผิดที่ การรักษาภาวะผนังมดลูกเจริญผิดที่ สามารถทำได้ตั้งแต่การควบคุมอาการด้วยยา ไปจนถึงการฉีดฮอร์โมนหรือการผ่าตัด ซึ่งเดิมทีการผ่าตัดรักษาผนังมดลูกเจริญผิดที่ จะต้องผ่าตัดเอารังไข่และมดลูกทิ้งไป แต่ถ้าหากต้องการอยากมีลูก ไม่สามารถทำวิธีนี้ได้ แต่มีอีกหนึ่งวิธีก็คือการผ่าตัดแบบอนุรักษ์ […]
การตรวจและวิเคราะห์ภาวะมีบุตรยาก
อาจดูสับสนเมื่อคุณได้รับแจ้งจากแพทย์ว่าระดับ AMH ของคุณต่ำ แม้ว่าประจำเดือนของคุณจะมาเป็นประจำทุกเดือน หลายคนมักคิดว่าการมีประจำเดือนสม่ำเสมอแสดงถึงภาวะเจริญพันธุ์ที่ดีโดยธรรมชาติ ดังนั้นการได้ยินสิ่งตรงกันข้ามอาจทำให้ตกใจได้ AMH หรือ Anti-Müllerian Hormone คือสารที่สร้างขึ้นจากถุงไข่ขนาดเล็กที่บรรจุไข่ในรังไข่ แพทย์ใช้มันเพื่อตรวจสอบ “ปริมาณไข่คงเหลือในรังไข่” ซึ่งหมายถึงจำนวนไข่ที่คุณยังมีอยู่ ระดับ AMH ที่ต่ำอาจบ่งชี้ว่ามีไข่น้อยลง แม้ว่ารอบประจำเดือนของคุณจะดูปกติทั้งหมดก็ตาม ในบทความนี้ เราจะพูดถึงเหตุผลที่ระดับ AMH อาจต่ำแม้ว่าจะมีประจำเดือนสม่ำเสมอ ความหมายต่อภาวะเจริญพันธุ์ของคุณ และมาตรการที่คุณสามารถทำเพื่อเข้าใจสุขภาพการสืบพันธุ์ของคุณให้ดีขึ้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ AMH และปริมาณไข่คงเหลือในรังไข่ AMH มักถูกอธิบายว่าเป็นภาพรวมสั้น ๆ ของปริมาณไข่ที่คุณมีอยู่ ทุกเดือน รังไข่ของคุณจะมีถุงไข่ขนาดเล็กหลายพันถุง ซึ่งเป็นถุงเล็ก ๆ ที่สามารถปล่อยไข่ได้ เซลล์รอบ ๆ ถุงไข่เหล่านี้จะสร้าง AMH ดังนั้นยิ่งคุณมีถุงไข่มาก ระดับ AMH ของคุณก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป และปริมาณไข่คงเหลือในรังไข่ลดลง ระดับ AMH ก็จะลดลงตามไปด้วย ทำไมการมีประจำเดือนสม่ำเสมอจึงไม่รับประกันว่าระดับ AMH จะสูง การมีประจำเดือนสม่ำเสมอหมายความเพียงว่าร่างกายของคุณกำลังปล่อยไข่และหลุดลอกเยื่อบุโพรงมดลูกตามรอบที่สม่ำเสมอเท่านั้น แต่ไม่ได้แสดงจำนวนไข่ที่เหลืออยู่ บางคนสามารถตกไข่ทุกเดือนตามรอบปกติ แม้ว่าปริมาณไข่คงเหลือในรังไข่จะต่ำกว่าที่คาดหวังสำหรับอายุของพวกเธอก็ตาม […]
ขั้นตอนการรักษา
เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ Assisted Reproductive Technology นวัตกรรมรักษาภาวะมีบุตรยากที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้คู่รักมีลูกได้ง่ายขึ้น
เด็กหลอดแก้ว (IVF)
การทำเด็กหลอดแก้ว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเพิ่มโอกาสการมีบุตร สำหรับผู้ที่มีบุตรยากด้วยสาเหตุต่างๆ จากหลายปัจจัยประกอบกัน และการทำเด็กหลอดแก้วก็มีกรรมวิธีที่ต้องใช้ระยะเวลา ตั้งแต่การเตรียมตัวไปจนถึงระยะเวลาในการทำเด็กหลอดแก้ว และระยะเวลารอผลลัพธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนอาจหาคำตอบอยู่ว่าการทำเด็กหลอดแก้วแต่ละครั้งนั้นต้องใช้เวลานานแค่ไหน ทำความรู้จักการทำเด็กหลอดแก้ว การทำเด็กหลอดแก้ว คือการทำให้เกิดการปฏิสนธิ เพื่อให้เกิดตัวอ่อน ซึ่งถูกควบคุมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติ ช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรให้สูงขึ้น และแก้ปัญหาการมีบุตรยากได้ โดยเฉพาะผู้ที่ประสบปัญหาผลิตเชื้ออสุจิได้จำนวนน้อย และมีอสุจิที่แข็งแรงไม่มากพอ จนไม่สามารถปฏิสนธิกับเซลล์ไข่ได้สำเร็จ โดยการทำเด็กหลอดแก้ว แพทย์จะคัดสรรเชื้ออสุจิที่แข็งแรงมาปฏิสนธิกับไข่ในจานทดลอง และดูแลภายในห้องปฏิบัติการ ทำให้ได้ตัวอ่อนง่ายกว่าการปฏิสนธิแบบธรรมชาติ นอกจากปัญหาการผลิตเชื้ออสุจิได้น้อย การทำเด็กหลอดแก้ว ก็ช่วยเรื่องการมีบุตรยากจากปัญหาอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน รูปภาพการปรึกษาแพทย์หญิงนฤมิต วงศ์ลิขิตปัญญา การเตรียมตัวทำเด็กหลอดแก้ว นานแค่ไหน ก่อนเข้าสู่การทำเด็กหลอดแก้ว คู่สมรสคู่นั้นๆ จะต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อน โดยการทำตามคำปรึกษาของแพทย์เจ้าของไข้ ซึ่งแพทย์จะทำการประเมินร่างกายของคู่สมรสนั้น และให้คำแนะนำว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง โดยในการทำเด็กหลอดแก้วจะมีกระบวนการที่ซับซ้อนพอสมควร จึงต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวประมาณ 4-6 สัปดาห์ แต่ก็อาจจะมากกว่านั้น หากพบว่าคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีพฤติกรรมสุบบุหรี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนทำเด็กหลอดแก้วนานถึง 3 เดือน ทำให้ระยะเวลาในการเตรียมตัวต้องขยายออกไปอีก ดังนั้นหลังเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนมีบุตร แพทย์จะประเมินจากร่างกายและพฤติกรรมของคู่สมรสว่าต้องเตรียมตัวก่อนทำเด็กหลอดแก้วนานแค่ไหน กล่าวโดยสรุประยะเวลาในการเตรียมตัวก่อนทำเด็กหลอดแก้วคือ 4 สัปดาห์ถึง 3 เดือน ทั้งนี้หากคู่สมรสไม่มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ […]
ขั้นตอนการรักษา
สำหรับผู้มีบุตรยาก และต้องอาศัยเทคโนโลยีช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตร ไม่ว่าจะเป็นการทำเด็กหลอดแก้ว IVF หรือการทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI ล้วนมีขั้นตอนที่สำคัญนั่นก็คือการเก็บไข่-เก็บอสุจิ และก่อนจะถึงขั้นตอนนี้ คู่สมรสทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้ไข่และอสุจิมีความแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมที่จะปฏิสนธิ เพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ที่สำเร็จในที่สุด การเก็บไข่ คืออะไร? การเก็บไข่ เป็นเทคโนโลยีทางแพทย์ เพื่อแก้ปัญหามีบุตรยาก เป็นขั้นตอนหนึ่งในการทำเด็กหลอดแก้ว หลังจากกระตุ้นไข่ กระทั่งได้ไข่ในปริมาณที่เหมาะสมและเจริญเติบโตจนได้ขนาดตามต้องการ ซึ่งแพทย์จะทำการเก็บเซลล์ไข่จากฝ่ายหญิงในห้องผ่าตัด โดยแพทย์จะให้ยาสลบอ่อนๆ กับคนไข้ และเก็บไข่ด้วยเครื่องมือแพทย์ที่เป็นเข็มเจาะดูดออกมาผ่านทางผนังช่องคลอด และนำไปปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการ ซึ่งหัตถการนี้ทำภายใต้การอัลตร้าซาวด์ตลอดและเกิดความปลอดภัยสูงสุด โปรโมชั่นสุด Hot : ฝากไข่แช่แข็ง ราคาสุดพิเศษ จาก Millennium IVF Clinic การเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการกระตุ้นและเก็บไข่ งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 3 เดือน ก่อนเริ่มเก็บไข่ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีผลต่อเซลล์ไข่และการตั้งครรภ์ พบว่าแอลกอฮอล์จะทำให้การตกไข่ลดลง หากต้องอาศัยเทคโนโลยีช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตร ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้ยากระตุ้นการตกไข่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในขั้นตอนการฉีดยากระตุ้นเพื่อเก็บไข่ งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ควรงดสูบบุหรี่ 3 เดือนก่อนเริ่มการรักษา เพราะในบุหรี่มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบต่างๆ รวมถึงระบบสืบพันธุ์ มีผลโดยตรงกับเซลล์ไข่ สารในบุหรี่จะเข้าไปฝังตัวกับเซลล์ในโครงสร้างรังไข่ […]
การฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI)
IUI หรือการฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก เป็นอีกหนึ่งวิธีการรักษาสำหรับคู่สมรสที่มีปัญหามีบุตรยากและต้องการมีบุตร โดยในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีหลายอย่างรองรับ ขณะที่ IUI ก็นับเป็นวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ แต่โอกาสที่จะทำให้ตั้งครรภ์ได้สำเร็จจาก IUI ก็มีหลายปัจจัยประกอบ โดยเฉพาะสภาพร่างกายของตัวคนไข้เอง ที่ถ้าหากมีปัญหาเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ขั้นรุนแรง ก็อาจใช้วิธี IUI ไม่สำเร็จ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic ก็ได้รวบรวมข้อมูลเอาไว้ให้แล้ว ดังนี้ IUI คืออะไร ช่วยเรื่องการมีบุตรอย่างไร? ก่อนที่จะรู้ว่าต้องทำ IUI กี่ครั้ง จึงจะเปลี่ยนวิธีเมื่อพบว่าไม่สำเร็จ อยากให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจกันก่อนว่า IUI คืออะไร โดย IUI ก็เป็นเทคโนโลยีการรักษาวิธีหนึ่งที่เกี่ยวกับการมีบุตรยาก เป็นการฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรง และเป็นวิธีการปฏิสนธิที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด โดยการทำ IUI จะมีการกระตุ้นไข่ในฝ่ายหญิง และมีการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงของฝ่ายชายมาทำการฉีด ช่วยให้อสุจิเดินทางถึงไข่ได้ง่ายขึ้น ทำไมต้องใช้วิธี IUI? เหตุผลที่ต้องใช้ IUI ในการปฏิสนธิ เพราะร่างกายของฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง ไม่พร้อมด้วยเหตุผลบางอย่าง จึงไม่เกิดการปฏิสนธิกันโดยธรรมชาติ หรือไม่สามารถตั้งครรภ์ได้สำเร็จ และการฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรงจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้สำเร็จ การฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูกโดยตรง ช่วยแก้ปัญหาในคู่สมรสที่ฝ่ายชายอสุจิผิดปกติเล็กน้อย เช่น […]
สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
รังไข่เป็นอวัยวะสืบพันธุ์ เกี่ยวกับการมีบุตรโดยตรง เพราะรังไข่จะผลิตเซลล์ไข่ที่สามารถปฏิสนธิกับเซลล์อสุจิทำให้เกิดเป็นตัวอ่อนและทารกได้ ดังนั้นหากรังไข่มีปัญหาก็อาจส่งผลต่อการมีบุตรได้ด้วย จึงมีคำถามอยู่ว่าภาวะรังไข่เสื่อมก่อนวัยอันควรจะทำให้มีลูกยากจริงหรือไม่ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าภาวะนี้มีส่วนทำให้มีบุตรยากจริง แต่ถึงอย่างนั้นผู้ที่มีภาวะรังไข่เสื่อมก็ยังสามารถมีบุตรได้ ครั้งนี้ศูนย์รักษาผู้มีบัตรยากอย่างเราก็ได้รวบรวมข้อมูลโดยละเอียดมาให้หลายๆ คนได้ทำความเข้าใจแล้ว ดังนี้ รังไข่ มีหน้าที่อะไร? ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับอวัยวะรังไข่กันก่อน โดยรังไข่เป็นอวัยวะหนึ่งในระบบสืบพันธุ์ อยู่บริเวณปีกมดลูกทั้ง 2 ข้าง หน้าที่หลักของรังไข่คือสร้างฮอร์โมนต่างๆ ของผู้หญิงให้มีความสมดุล โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิง ทำให้มีประจำเดือนและเกิดการไข่ตก ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งที่ทำให้มีบุตรได้ ตามปกติร่างกายจะคัดเลือกไข่ที่จะโตขึ้นในแต่ละรอบเดือน เรียกว่า dominant follicle ไข่ที่ได้รับการคัดเลือกนั้นจะค่อยๆ โตขึ้น และจะค่อยๆ เคลื่อนที่ออกมาให้ใกล้ๆ กับผิวของรังไข่ เพื่อเตรียมพร้อมในการตกไข่ ซึ่งไข่ที่ตกออกมาจะค่อยๆ เคลื่อนที่ผ่านท่อนำไข่ ซึ่งพร้อมที่จะผสมกับอสุจิของเพศชาย กลายเป็นตัวอ่อนตามลำดับ แน่นอนว่าถ้าหากมีภาวะรังไข่เสื่อม ก็จะทำให้กระบวนการเหล่านี้เสื่อมเร็วขึ้น คุณภาพและจำนวนของไข่ลดลงเร็วขึ้น เป็นผลทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก ภาวะรังไข่เสื่อม ก่อนวัยอันควรคืออะไร? ภาวะรังไข่เสื่อมตามธรรมชาติ คือภาวะที่รังไข่ผลิตฮอร์โมนและผลิตไข่ได้น้อยกว่าปกติ เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจอเมื่อถึงวัยอันควร โดยปกติแล้วภาวะรังไข่เสื่อมจะเกิดขึ้นเมื่อผู้หญิงอายุ 40 ปี เป็นต้นไป สังเกตได้ง่ายๆ หากรังไข่เริ่มเสื่อมประจำเดือนจะมาไม่ปกติ เช่น ประจำเดือนขาด มาไม่สม่ำเสมอในแต่ละเดือน […]
การแช่แข็งไข่
ฝากไข่ เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะมีบุตรยาก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่แล้วการฝากไข่จะตอบโจทย์การมีบุตรในช่วงอายุเยอะตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ช่วยให้คู่สมรสที่ต้องการมีบุตรเมื่อพร้อม ในช่วงวัยที่เซลล์ไข่อาจจะฝ่อไปแล้ว สามารถมีบุตรได้สำเร็จ ฝากไข่ คืออะไร? การฝากไข่ เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ค่อนข้างได้รับความนิยม เนื่องจากในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ มีลูกช้ารวมถึงแต่งงานช้า ทำให้อายุมากเกินไปที่จะตั้งครรภ์ ดังนั้นการฝากไข่จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่แก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ เพราะการฝากไข่ ฝ่ายหญิงจะฝากไข่ไว้กับแพทย์ก่อน และทำการแช่แข็งไว้ สามารถเก็บรักษาได้นาน 10 ปีขึ้นไป เมื่ออายุ 35 ปี จะทำให้ทั้งความสมบูรณ์และจำนวนของไข่ลดลง ดังนั้นหากต้องการมีบุตรเมื่อายุมากขึ้น จะสามารถเอาไข่ที่ฝากไว้มาใช้งานได้ เพราะไข่ที่ฝากไว้ตั้งแต่อายุยังน้อยจะยังคงมีปริมาณที่เหมาะสมกับการตั้งครรภ์อีกทั้งยังมีความสมบูรณ์มากกว่า จึงช่วยให้มีบุตรได้ง่ายขึ้น อธิบายเรื่องการฝากไข่โดยละเอียด คือ การนำเอาเซลล์สืบพันธุ์ (เซลล์ไข่) ของผู้หญิง ไปแช่แข็งในไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส เพื่อให้ไข่สามารถใช้ในอนาคตได้ โดยวิธีการนี้จะทำให้สามารถเก็บรักษาไข่ให้คงสภาพสมบูรณ์ได้นานถึง 10 ปี ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการมีบุตรยากในผู้ที่มีอายุมากได้ อ่านเพิ่มเติม: ฝากไข่คืออะไร สามารถเก็บได้กี่ปี มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ขั้นตอนการฝากไข่ ขั้นตอนการนำไข่ที่ฝากไว้ออกมาใช้ หลังจากเก็บไข่เอาไว้ด้วยวิธีการแช่แข็ง จะสามารถเก็บรักษาไข่ให้คงสภาพเดิมเอาไว้ได้ยาวนานถึง 10 ปี […]
ภาวะเจริญพันธุ์ของชายและหญิง
อย่างที่รู้กันว่าถ้าหากคู่สมรสมีปัญหามีบุตรยากแล้วต้องการมีบุตร ก็จะต้องอาศัยเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อแก้ไขปัญหานั้น แต่ถึงแม้จะช่วยให้มีบุตรได้จริง ก็ยังไม่การันตีว่าจะได้ผล 100% เพราะยังมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง โดยในการรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก ก็จะมีอัตราความสำเร็จสำหรับการทำแต่ละครั้งและแต่ละวิธีการรักษา โดยการรักษาแต่ละวิธีก็จะมีอัตราความสำเร็จต่างกัน อีกทั้งยังมีปัจจัยอื่นส่งผลต่ออัตราความสำเร็จนั้นด้วย อายุเป็นปัจจัยหลักของการมีบุตรยากอย่างไร? หากกล่าวถึงการมีบุตรยากซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างๆ “อายุ” ถือเป็นปัจจัยอันดับแรกๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรงโดยเฉพาะผู้หญิง เนื่องจากอายุมีผลต่อการผลิตเซลล์สืบพันธุ์ที่ทำให้เกิดการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนและกลายเป็นทารกตามลำดับ ในผู้หญิงอายุมาก การผลิตไข่จะน้อยลง เมื่อผลิตได้น้อยโอกาสการมีบุตรก็น้อยลงด้วย ส่วนในผู้ชายอายุมาก ร่างกายจะผลิตเซลล์อสุจิได้น้อยลง ทำให้โอกาสการปฏิสนธิต่ำลงด้วยนั่นเอง และมีบุตรยากในที่สุด จากที่ได้กล่าวไปในข้างต้น หลายคนคงพอเข้าใจแล้วว่าอายุมีผลต่อการมีบุตรยากอย่างไร แต่นั่นเป็นการกล่าวถึงการมีบุตรยากตามธรรมชาติ ถัดมาสำหรับเรื่องการรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก อายุก็มีผลต่ออัตราความสำเร็จด้วยเช่นกัน แม้ว่าหลายๆ คนที่หันไปพึ่งเทคโนโลยีการรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก อันเป็นเหตุจากอายุที่มากขึ้น ทำไมผู้หญิงอายุมากขึ้นถึงผลิตไข่ได้น้อยลง? คนทุกคนเมื่ออายุมากขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานของอวัยวะต่างๆ จะลดน้อยลง ในผู้หญิงที่มีรังไข่เป็นอวัยวะผลิตเซลล์ไข่ เพื่อปฏิสนธิกับอสุจิ เมื่ออายุมากขึ้นรังไข่จะค่อยๆ เสื่อมสภาพลงตามวัยเป็นเรื่องธรรมชาติ และจะผลิตไข่ได้น้อยลง แม้แต่คุณภาพของไข่ที่ผลิตออกมาก็เกี่ยวข้องกับอายุด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าหากว่ามีอายุมาก ไข่ที่ผลิตได้ก็จะมีคุณภาพน้อยกว่าคนที่มีอายุน้อยกว่า หากไข่ที่ได้มีคุณภาพต่ำ ก็จะทำให้มีบุตรยาก ดังนั้นอายุจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีบุตรได้ยากขึ้น อ่านเพิ่มเติม: อายุ 40 มีลูกได้หรือไม่ ควรมีลูกอายุเท่าไหร่ดี ทำไมผู้ชายอายุมากขึ้นถึงผลิตอสุจิได้น้อยลง? โดยปกติแล้วสำหรับเพศชายหากอายุมากขึ้น ก็จะมีปัญหาเรื่องการผลิตเชื้ออสุจิ […]
สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
คนที่มีปัญหาเรื่องการมีบุตรยาก คงมีคำถามหรือข้อสงสัยมากมาย ถึงสาเหตุที่แท้จริง เพื่อสังเกตตัวเองรวมถึงวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยก็คือความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ภายในผู้หญิง ว่ามีผลต่อการมีบุตรยากหรือไม่อย่างไร ครั้งนี้จึงเป็นการนำเสนอข้อมูลส่วนนี้โดยเฉพาะ เพื่อไขข้อสงสัยให้กับใครหลายๆ คน ช่องคลอด เริ่มที่อวัยวะสืบพันธุ์บริเวณแรกกับช่องคลอด หากกำลังสงสัยว่ากรณีช่องคลอดผิดปกติ จะทำให้มีบุตรยากได้จริงไหม ก่อนอื่นขออธิบายเกี่ยวกับความผิดปกติบริเวณนี้กันก่อน ว่าจะมีลักษณะแบบไหนได้บ้าง ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับช่องคลอดที่พบ อาจเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิดและมีความผิดปกติเรื่อยมาจนโต หรือเกิดขึ้นได้ภายหลัง เช่น ช่องคลอดตีบหรือช่องคลอดตัน ซึ่งเกิดจากการรักษามะเร็งด้วยรังสี เป็นผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์อย่างหนึ่ง และไม่ได้มีการอธิบายว่าทำให้มีบุตรยากโดยตรง แต่ทำให้มีบุตรยากทางอ้อมได้ เนื่องจากปัญหาช่องคลอดตีบหรือช่องคลอดตัน ทำให้มีปัญหาต่อการมีเพศสัมพันธ์ เมื่อไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ ก็ไม่สามารถมีบุตรได้นั่นเอง ปัญหาต่อมาที่พบได้บริเวณช่องคลอด ก็คือการติดเชื้อบริเวณช่องคลอด อาทิ การติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดอาการอักเสบที่ช่องคลอด หรือการมีเชื้อราบริเวณช่องคลอด เป็นต้น สังเกตได้จากตกขาวที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ แต่ปัญหานี้สามารถรักษาได้ หากพบมีอาการผิดปกติควรรีบมาพบแพทย์ทันที รังไข่ อวัยวะสืบพันธุ์ถัดมาคือรังไข่ ที่มีผลต่อการตั้งครรภ์และมีบุตร เนื่องจากรังไข่มีหน้าที่ผลิตเซลล์ไข่ที่จะปฏิสนธิกับอสุจิกลายเป็นตัวอ่อนและเจริญไปเป็นทารก ซึ่งเซลล์ไข่ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญมากในการมีบุตร โดยทั้งปริมาณและคุณภาพของเซลล์ไข่ สามารถบ่งชี้ได้ว่ามีโอกาสมีบุตรได้หรือไม่อย่างไร หากมีปริมาณน้อยเกินไป จะทำให้มีบุตรยาก หรือถ้าเซลล์ไข่มีคุณภาพต่ำ ก็ทำให้มีบุตรยากเช่นกัน โดยปริมาณในการผลิตเซลล์ไข่ รวมถึงคุณภาพของเซลล์ไข่นั้นขึ้นอยู่กับรังไข่ด้วย กรณีที่รังไข่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ก็จะทำให้สามารถผลิตเซลล์ไข่ได้ในปริมาณมาก เหมาะสำหรับการปฏิสนธิ และไข่ที่ได้ก็จะมีคุณภาพ […]
ไลฟ์สไตล์กับภาวะเจริญพันธุ์
หากกำลังวางแผนมีบุตร พฤติกรรมก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะหลายพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการมีบุตรยากหรือมีบุตรง่ายได้ด้วย สำหรับคนที่อยากมีลูกแต่ยังไม่มีลูกสักที อาจเกี่ยวกับพฤติกรรมของตนเองได้เช่นกัน ครั้งนี้ได้รวบรวมเอาพฤติกรรมที่ทำให้มีบุตรยากมาฝาก เพื่อให้คนที่กำลังวางแผนมีบุตรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ จะมีอะไรบ้างไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่า 1.ดื่มเครื่องดื่มแอลกกอฮอล์เป็นประจำ พฤติกรรมที่เป็นอุปสรรคต่อการมีบุตรอย่างแรกคือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ อย่างที่รู้กันว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีโทษต่อร่างกายหลายอย่าง รวมถึงระบบสืบพันธุ์ก็ได้รับโทษจากแอลกอฮอล์เช่นกัน โดยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้โอกาสการมีบุตรลดลงถึง 50% ในเพศชายที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ พบว่าจะมีเชื้ออสุจิที่อ่อนแอ เคลื่อนที่ได้ช้า ไม่สมบูรณ์เท่ากับคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และอสุจิที่อ่อนแอก็เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้มีบุตรยาก ไม่เพียงแต่ฝ่ายชายเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ฝ่ายหญิงก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลต่อเซลล์ไข่ที่จะทำให้การตกไข่ลดลง มีผลทำให้โอกาสการตั้งครรภ์นั้นต่ำลง 2.สูบบุหรี่เป็นประจำ พฤติกรรมที่เป็นอุปสรรคต่อการมีบุตรถัดมาก็คือการสูบบุหรี่เป็นประจำ บุหรี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของปัญหาสุขภาพหลายด้าน รวมถึงด้านระบบสืบพันธุ์ พบว่าคนที่สูบบุหรี่มีลูกยากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 3 เท่า ในบุหรี่จะมีสารนิโคติน ที่ทำให้ลดการสร้างอสุจิ ทำให้ผู้ชายมีอสุจิน้อยลง ซึ่งส่งผลต่อการปฏิสนธิกับเซลล์ไข่ ถ้าน้อยเกินไปก็จะทำให้ไม่เกิดการตั้งครรภ์ หรือลดโอกาสการตั้งครรภ์ให้น้อยลง รวมถึงบางกรณีจะมีอสุจิที่อ่อนแอจนไม่สามารถปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนได้ นอกจากนี้ในฝ่ายหญิงก็ได้รับผลกระทบจากการสูบบุหรี่ด้วย ซึ่งจะทำให้ตกไข่น้อยลง และการสูบบุหรี่ยังรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อนที่มดลูกด้วย ไม่เพียงการสูบบุหรี่เท่านั้นที่ส่งผล แต่การได้รับควันบุหรี่ก็มีผลต่อการตั้งครรภ์ ดังนั้นหากวางแผนมีบุตรนอกจากหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ด้วย 3.ดื่มกาแฟมากเกินไป พฤติกรรมถัดมาที่ทำให้มีลูกยาก นั่นก็คือการดื่มกาแฟมากเกินไป ในผู้หญิงที่ดื่มกาแฟ 4 แก้วต่อวัน มีโอกาสมีลูกยากกว่าการคนที่ไม่ดื่มกาแฟถึง 25% ดังนั้นหากต้องการมีลูก หรืออยู่ในช่วงวางแผนมีลูก […]
ไลฟ์สไตล์กับภาวะเจริญพันธุ์
คนที่วางแผนมีลูก ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ซึ่งอาหารการกินก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เนื่องจากในอาหารจะมีสารอาหารที่สัมพันธ์กับการมีลูกได้ โดยครั้งนี้ทางบทความก็จะนำอาหารส่งเสริมการเจริญพันธุ์มาฝาก ซึ่งช่วยให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ได้ ดังนี้ 1.ปลาทะเล อาหารส่งเสริมการเจริญพันธ์ุ และช่วยให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ได้สำเร็จขอนำเสนอปลาทะเล มีโอเมก้า 3 ช่วยเพิ่มฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ทำให้ตกไข่เป็นปกติ ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้ในระดับหนึ่ง เพราะการตกไข่สำคัญมาก พบว่าผู้มีบุตรยากบางรายมีปัญหาแค่เรื่องไข่ไม่ตกเท่านั้น หากรับประทานอาหารที่ช่วยให้การตกไข่เป็นปกติได้ ก็อาจจะช่วยให้มีบุตรได้ง่ายขึ้น โดยสารอาหารโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยบำรุงมดลูกและรังไข่โดยตรง ยกตัวอย่างปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล ปลาอินทรี เป็นต้น 2.ปลาน้ำจืด (ที่มีโอเมก้า 3) นอกจากปลาทะเลที่มีราคาสูง ปลาน้ำจืดบางชนิดก็ช่วยส่งเสริมให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ได้เหมือนกัน โดยจะต้องเป็นปลาที่มีโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารอาหารบำรุงมดลูกและรังไข่ ทำให้การตกไข่เป็นปกติ ไม่ขาดตกบกพร่อง เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้ ยกตัวอย่างปลาน้ำจืดที่ผู้หญิงอยากตั้งครรภ์ควรรับประทาน เช่น ปลาดุก ปลาช่อน ปลาสลิด ปลานิล ปลาสวาย เป็นต้น 3.น้ำเต้าหู้/นมถั่วเหลือง อาหารส่งเสริมการเจริญพันธุ์ถัดมาที่อยากแนะนำก็คือน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลือง เป็นเมนูที่หารับประทานได้ง่าย เนื่องจากมีถั่วเหลืองเป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งในถั่วเหลืองจะมีสารอาหารที่เรียกว่าไฟโตเอสโตรเจน ที่มีโครงสร้างคล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน […]
การปรึกษาและการวินิจฉัย
คู่สมรสที่มีปัญหามีบุตรยาก ก็ต้องหันไปพึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อช่วยให้มีบุตรได้สำเร็จ และศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ก็คือสถานที่สำคัญสำหรับเทคโนโลยีที่ว่านี้ ขณะที่คู่สมรสบางคู่อาจสงสัยอยู่ว่าศูนย์รักษาดังกล่าว ตอบโจทย์เรื่องนี้ได้มากน้อยแค่ไหน และถ้าหากจะต้องเลือกรักษาจะต้องใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกบ้าง ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ให้บริการด้านไหนบ้าง ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตร โดยทีมแพทย์เฉพาะทางและนักวิทยาศาสตร์ด้านเอ็มบริโอ ซึ่งภายในศูนย์จะมีบริการหลายอย่างด้วยกัน ได้แก่ การฝากไข่ บริการแรกที่มักมีในศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก คือการรับฝากไข่ เพื่อแก้ปัญหาการมีบุตรยากตอนอายุที่เพิ่มมากขึ้น โดยการฝากไข่คือการนำเซลล์ไข่ของผู้หญิงที่วางแผนมีบุตรในอนาคต ออกมาจากร่างกายและแช่แข็งไว้ที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส เพื่อคงสภาพของเซลล์ไข่ไว้ใ้ห้มีสภาพเดิมไปอีกนานกว่า 10 ปี หากอายุมากขึ้นและต้องการมีบุตรแต่เซลล์ไข่ในร่างกายไม่เอื้อต่อการปฏิสนธิแล้ว สามารถนำไข่ที่ฝากไว้ซึ่งมีสภาพเดิมไปปฏิสนธิได้ ช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรนอายุที่มากขึ้นได้ ในส่วนของการเก็บค่าบริการ ทางศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก จะเก็บค่าบริการตอนทำหัตถการ ตอนนำไข่ออกมาแช่แข็งไว้ และระหว่างฝากไข่ไว้กับศูนย์ก็จะมีค่าเก็บรักษารายปี การฝากอสุจิ ในผู้ชายจะมีบริการรับฝากอสุจิ หลักการเดียวกันคือนำอสุจิออกมาจากร่างกายแล้วแช่แข็งเก็บไว้ เพื่อนำไปใช้ในอนาคต เมื่อต้องการมีบุตรตอนอายุมากขึ้น โดยทางศูนย์จะนำเซลล์อสุจิมาแช่แข็งไว้ที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส เพื่อคงสภาพเซลล์อสุจิไว้ต่อไปอีกนานกว่า 10 ปี สามารถนำมาใช้สำหรับปฏิสนธิเมื่ออายุเพิ่มขึ้นอีก 10 ปีได้ โดยที่เซลล์อสุจิยังมีสภาพเท่าเดิม ในส่วนของการเก็บค่าบริการ ทางศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก จะเก็บค่าบริการตอนทำหัตถการ ตอนนำสเปิร์มออกมาแช่แข็งไว้ และระหว่างฝากไว้กับศูนย์ก็จะมีค่าเก็บรักษารายปี การทำ IUI […]
อิ๊กซี่ (ICSI)
หลายคนรู้จักเด็กหลอดแก้ว โดยรู้ว่าเป็นวิธีการทำให้คนมีลูกยากสามารถมีลูกได้ ซึ่งการทำ ICSI ก็เป็นการทำเด็กหลอดแก้วด้วยเช่นกัน เป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนมีลูกยาก เนื่องจากค่อนข้างได้ผลดีทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีสำหรับผู้มีบุตยากวิธีอื่น ดังนั้นสำหรับผู้ที่สนใจและกำลังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ทางศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium ก็ได้รวบรวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI มาให้แล้ว ดังนี้ 1. ICSI คืออะไร? การทำ ICSI มีชื่อเต็มว่า Intracytoplasmic Sperm Injection เป็นการทำเด็กหลอดแก้วด้วยเทคนิคพิเศษ เบื้องต้นการทำ ICSI ก็เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดปฏิสนธิภายนอก คือการนำเอาเซลล์ไข่และอสุจิที่ผ่านการคัดเลือกแล้วมาผสมกันในจานหรือหลอดทดลอง โดยจุดเด่นของการทำ ICSI คือการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุดเพียงตัวเดียว มาผสมกับเซลล์ไข่ จึงค่อนข้างเฉพาะเจาะจง และนับเป็นเทคนิคพิเศษ เมื่อทำการผสมแล้ว แพทย์หรือนักวิทยาศาสตร์จะนำเซลล์ไปเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ 3-5 วัน และดูแลอย่างใกล้ชิด กระทั่งเติบโตเป็นตัวอ่อน จากนั้นจะคัดเลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์ที่สุด ไปฝังตัวในโพรงมดลูก ซึ่งจะมีการเลือกตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตเป็นทารกในครรภ์ของฝ่ายหญิงต่อไป 2.เมื่อไหร่ควรทำ ICSI ทันทีที่รู้ตัวว่ามีบุตรยาก อาจไม่จำเป็นต้องเลือกทำ ICSI เป็นวิธีแรก เพราะมีการทำ IVF ซึ่งเป็นการทำเด็กหลอดแก้วเช่นกันรองรับอยู่ แต่โดยทั่วไปแล้วแพทย์จะให้คำแนะนำว่าควรทำ […]
การย้ายตัวอ่อน
มาทำความรู้จักกับกาวติดตัวอ่อน หรือที่เรียกว่า Embryo Glue กันดีกว่า สำหรับคู่สมรสที่มีบุตรยาก และต้องเข้ารับการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ อย่างเช่นการทำเด็กหลอดแก้ว ทั้งแบบ IVF และ ICSI อาจต้องอาศัยกาวสำหรับติดตัวอ่อน เป็นตัวช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตร แม้ว่าเทคโนโลยีการทำเด็กหลอดแก้ว จะเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์อยู่แล้ว แต่อย่างที่รู้กันว่าการทำเด็กหลอดแก้ว ก็ไม่ได้การันตีว่าจะต้องสำเร็จ 100% และในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว อาจต้องอาศัยตัวช่วยบางอย่างเพื่อเพิ่มโอกาสด้วย ซึ่ง Embryo Glue ก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยนั้น กาวติดตัวอ่อน (Embryo Glue) คืออะไร? กาวติดตัวอ่อน คือสารที่ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อเพิ่มโอกาสการมีบุตรในการทำเด็กหลอดแก้ว การพัฒนากาวติดตัวอ่อนขึ้นมา ใช้หลักการเลียนแบบสภาพแวดล้อมในธรรมชาติ ของการฝังตัวอ่อนในเยื่อบุโพรงมดลูก โดยปกติแล้วหากมีการตั้งครรภ์ธรรมชาติ ร่างกายคุณแม่จะสร้างสารขึ้นมาเพื่อยึดติดตัวอ่อนให้ฝังตัวในโพรงมดลูกได้สำเร็จ สารธรรมชาติที่ร่างกายคุณแม่สร้างขึ้นมามีชื่อว่าไฮยาลูโรแนน (Hyaluronan) เป็นสารคัดหลั่งเหนียวบริเวณเยื่อบุโพรงมดลูก รอการฝังตัวของตัวอ่อนที่เกิดจากการปฏิสนธิ โดยกาวติดตัวอ่อน ก็จะมีสารไฮยาลูโรแนนเป็นส่วนประกอบด้วย กาวติดตัวอ่อน (Embryo Glue) มีสารอะไรบ้าง? ในกาวตัวติดตัวอ่อน จะมีสารประกอบทั้งหมด 5 อย่างด้วยกัน ได้แก่ กาวติดตัวอ่อน (Embryo Glue) […]
การตรวจและวิเคราะห์ภาวะมีบุตรยาก
การตรวจหาความผิดปกติได้ทั้งภายในช่องคลอด มดลูก ปีกมดลูก และรังไข่ ที่มีโอกาสทำให้เห็นก้อนเนื้อ, ซีสต์ หรือถุงน้ำ จะต้องทำก่อนหรือหลังมีประจำเดือน 5 วัน เพราะเป็นช่วงเวลาที่มดลูกและรังไข่สะอาด เป็นช่วงที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดและมีค่าเบี่ยงเบนในผลการตรวจค่อนข้างต่ำ จึงแสดงผลที่แม่นยำมากกว่า อัลตราซาวด์ทางช่องคลอด ควรตรวจกี่ครั้ง ในการอัลตราซาวด์ทางช่องคลอดควรตรวจร่วมกับการตรวจภายใน และตรวจมะเร็งปากมดลูก ควรเข้ารับการตรวจเมื่อมีอายุ 30 ปีขึ้นไป แต่ทางที่ดีอาจเข้ารับการตรวจตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไปจะดีที่สุด โดยความถี่ในการเข้ารับการตรวจ แนะนำให้ตรวจทุก 2-3 ปี และถ้าหากมีการตรวจ 3 ครั้งติดต่อกันแล้วไม่พบความผิดปกติ อาจลดความถี่ในการเข้ารับการตรวจลงเหลือ 3-5 ปี อัลตราซาวด์ทางช่องคลอด ช่วยอะไรได้บ้าง การอัลตราซาวด์ทางช่องคลอดสามารถเห็นได้ละเอียดกว่าการอัลตราซาวด์ทางหน้าท้อง ช่วยให้ทำการรักษาได้ทันเวลา หากพบความผิดปกติเพียงเล็กน้อย ก็รีบรักษาได้ทันที เช่น การตรวจเจอซีสต์ ก็รีบผ่าตัดออกไปได้เลย ไม่ต้องรอให้อาการหนักหรือพัฒนาไปสู่เซลล์มะเร็ง ตรงกันข้ามหากไม่มีการอัลตราซาวด์ช่องคลอดมาก่อน และในบุคคลนั้น ๆ มีก้อนที่มีเซลล์มะเร็งอยู่ แต่ไม่แสดงอาการก็จะไม่รู้ตัว มารู้อีกทีก็ตอนที่ร่างกายเริ่มแสดงอาการ นั่นหมายความว่าเซลล์มะเร็งเริ่มลุกลามแล้ว และอาจสายเกินไปที่จะรักษาให้หายขาดได้ อัลตราซาวด์ทางช่องคลอด ในผู้มีบุตรยาก จากประสบการณ์ของเรา แม้ว่าการอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด […]
การแช่แข็งไข่
ทำไมต้องฝากไข่ อีกหนึ่งคำถามที่คุณผู้หญิงหลายคนอยากรู้ โดยเฉพาะคนที่ยังไม่พร้อมมีบุตรแต่คิดที่จะมีบุตรในอนาคต การฝากไข่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าหากต้องการมีบุตรในช่วงอายุมาก โดยเฉพาะอายุ 30 ปีขึ้นไป ครั้งนี้ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic เป็นการนำเอารายละเอียดเกี่ยวกับการฝากไข่มาฝาก พร้อมทั้งความสำคัญของการฝากไข่ที่ควรรู้ ฝากไข่ คืออะไร ฝากไข่ คือการนำเซลล์ไข่ออกมาเก็บเอาไว้ในธนาคารฝากไข่ก่อน ซึ่งไข่ที่เก็บได้ เป็นไข่ที่ได้จากร่างกายของผู้หญิง ซึ่งมีการผลิตไข่ออกมาตามธรรมชาติ จากนั้นแพทย์จะเก็บไข่เหล่านั้นออกมา และแช่แข็งไว้เพื่อรักษาสภาพไข่ให้คงเดิม สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานกว่า 10 ปี โดยที่ไข่จะยังมีสภาพเดิมและไม่สลายไป เหตุผลที่ต้องฝากไข่ก็เพราะเมื่อถึงช่วงอายุหนึ่งผู้หญิงจะผลิตไข่ลดลง และอาจมีปริมาณน้อยจนทำให้มีบุตรยาก ดังนั้นเมื่ออยู่ในวัยเจริญพันธุ์ที่ยังผลิตไข่ได้เต็มที่ ก็ควรเก็บเอาไว้ก่อน หากยังไม่ต้องการมีบุตรในช่วงเวลานั้น และอยากมีบุตรในอนาคตข้างหน้า อ่านเพิ่มเติม: ฝากไข่ไว้แล้วต้องการตั้งครรภ์ต้องทำอย่างไร? ฝากไข่ ค่าใช้จ่าย ฝากไข่ มีค่าใช้จ่าย 2 ส่วนหลัก ๆ ส่วนแรกคือค่าใช้จ่ายสำหรับหัตถการในการเก็บไข่ออกมาจากรังไข่ เพื่อบรรจุไว้ในภาชนะที่แพทย์เตรียมไว้สำหรับนำไข่ไปแช่แข็ง ส่วนถัดมาเป็นค่าใช้จ่ายในการฝากไข่เอาไว้ในธนาคาร ซึ่งจะต้องจ่ายค่าฝากไข่เป็นรายปี ฝากไข่ ค่าใช้จ่าย สำหรับหัตถการ และการเก็บรักษาไข่ไว้ในอนาคต ค่าใช้จ่ายสำหรับกระบวนการเก็บไข่จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละสถานพยาบาล ช่วงราคาครอบคลุมตั้งแต่ 150,000 – 300,000 […]
PGT/PGD
การวางแผนมีบุตร พ่อแม่หลายคนมีความกังวลเรื่องความสมบูรณ์ของเด็กที่จะเกิดมา กลัวว่าลูกจะมีความผิดปกติในด้านต่าง ๆ ซึ่งบางอาการสามารถดูแลได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ระหว่างตั้งครรภ์ แต่บางอาการก็ยากที่จะควบคุมได้ โดยเฉพาะความผิดปกติที่เกิดจากพันธุกรรม แต่ปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์พัฒนาไปมาก สามารถตรวจการตั้งครรภ์ก่อนที่เด็กจะเกิดมาได้ เพื่อให้แพทย์ประเมินว่าจะมีโอกาสผิดปกติหรือไม่ หากตรวจพบอาจใช้วิธีการรักษาอื่น ๆ ต่อไป หนึ่งในวิธีนั้นก็คือการตรวจชิ้นเนื้อจากตัวอ่อนด้วยวิธี PGT ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ตอนนี้ PGT คืออะไร PGT คือ การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน ย่อมาจาก Preimplantation Genetic Testing for fertility เป็นการตรวจก่อนจะทำการนำตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อฝังตัวอยู่ในมดลูกและเจริญไปเป็นทารกต่อไปตามลำดับ PGT มีประโยชน์คือช่วยลดความเสี่ยงที่ทารกจะมีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด เพราะได้ทำการตรวจคัดกรองโครโมโซมแล้ว และมีการคัดเลือกตัวอ่อนที่มีความสมบูรณ์แล้ว เพื่อนำกลับเข้าไปฝังตัวในมดลูก อธิบายการตรวจชิ้นเนื้อด้วยวิธี PGT การตรวจชิ้นเนื้อตัวอ่อน จะกระทำโดยการนำเอาเซลล์ออกมาจากตัวอ่อนเพื่อทำการตรวจ เซลล์ที่ถูกดึงออกมานั้น เป็นเซลล์ที่จะเจริญไปเป็นผนังหุ้มตัวอ่อนและเป็นรกเด็ก ซึ่งการดึงเซลล์ส่วนนี้ออกมา จะไม่ส่งผลต่อพัฒนาการของตัวอ่อน หากเซลล์ที่ดึงมาตรวจแล้วไม่พบความผิดปกติ ตัวอ่อนนั้นก็จะถูกนำกลับเข้าไปฝังตัวในมดลูกของคุณแม่ เพื่อเจริญไปเป็นทารกต่อไป การตรวจชิ้นเนื้อที่ว่านี้ จะกระทำในช่วงที่ตัวอ่อนอยู่ในระยะ Blastocyst วันที่ 5 หรือ 6 การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน รู้อะไรบ้าง การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน […]
การพักฟื้นและการดูแลหลังการรักษา
คุณแม่มือใหม่ตั้งครรภ์ครั้งแรก อาจต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำ เพื่อความปลอดภัยของเด็กในครรภ์ ครั้งนี้ทางศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่างเราจึงได้รวบรวมเอาสิ่งสำคัญที่ต้องทำ ทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ในครั้งแรกมาฝาก เบื้องต้นคุณแม่มือใหม่ควรปฏิบัติ ดังนี้ 1.พบแพทย์เพื่อฝากครรภ์ อันดับแรกที่ควรทำคือเดินทางไปพบแพทย์เพื่อทำการฝากครรภ์ การฝากครรภ์จะช่วยให้เด็กในครรภ์มีพัฒนาการที่ดีมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับเด็กในครรภ์ด้วย ที่สำคัญหากตรวจพบด้วยตัวเองว่าตั้งครรภ์ การพบแพทย์จะช่วยให้ข้อมูลแม่นยำมากขึ้นว่าตั้งครรภ์จริงหรือไม่อย่างไร ความสำคัญของการฝากครรภ์ มีดังนี้ 1) ติดตามการดำเนินไปของการตั้งครรภ์ ในการฝากครรภ์แพทย์จะติดตามการดำเนินไปของการตั้งครรภ์ ว่ามีความปกติหรือไม่ มีการนัดพบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามดูสุขภาพของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ด้วยการสังเกตน้ำหนักคุณแม่ ตรวจความดันโลหิต และอื่น ๆ หากพบว่าคุณแม่มีน้ำหนักมากหรือน้อยผิดปกติ ไม่สัมพันธ์กับอายุครรภ์ หรือมีความดันโลหิตที่ผิดปกติ รวมถึงอาการอื่น ๆ ก็จะได้ทำการตรวจละเอียดหรือดำเนินการต่อไปตามขั้นตอนของแพทย์ 2) ดูแลทารกในครรภ์ การฝากครรภ์ที่แพทย์มีการนัดพบคุณแม่อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการดูแลทารกในครรภ์ จากการตรวจสุขภาพของคุณแม่ เพื่อสังเกตความสมบูรณ์ของทารก พร้อมกับให้คำแนะนำที่เหมาะกับการตั้งครรภ์ในแต่ละกรณี ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์ให้เจริญเติบโตไปอย่างสมบูรณ์ พร้อมทั้งมีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบำรุงครรภ์ด้วยอาหารต่าง ๆ ที่คุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้ 3) ป้องกันอันตรายของทารกในครรภ์ การติดตามความเป็นไปของการตั้งครรภ์ จะช่วยป้องกันอันตรายของทารกในครรภ์ได้ โดยแพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเองของคุณแม่ให้เหมาะสมในระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของทารกในครรภ์ นอกจากนี้ยังมีการสังเกตการถึงความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ และถ้าหากเกิดขึ้น แพทย์ก็จะรีบป้องกันหรือรักษาได้อย่างทันท่วงที เพื่อความปลอดภัยของเด็ก 2.ระวังการกระทบกระเทือน สิ่งสำคัญที่ต้องทำทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ ก็คือการระมัดระวังการกระทบกระเทือน […]
การฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI)
คู่สมรสบางคู่ตัดสินใจปิดอู่หรือทำหมันไปแล้ว แต่กลับเปลี่ยนใจภายหลัง และอยากมีลูกในตอนที่หมันไปแล้ว อาจต้องการข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติม โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการแพทย์ในการรักษาผู้มีบุตรยากที่พัฒนาไปไกล ทำให้เกิดความสงสัยเกี่ยวกับการรักษา ซึ่งในบทความนี้ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก อย่าง Millennium IVF Clinic จะมาไขข้อสงสัยถึงข้อมูลที่ว่าทำหมันแล้ว ทำ IUI ได้หรือไม่ ทำหมัน ทำอย่างไร ก่อนอื่นคุณแม่ที่ต้องการข้อมูลว่าทำหมันไปแล้วจะทำ IUI ได้ไหม คุณแม่ต้องมาดูข้อมูลเกี่ยวกับการทำหมันก่อนว่าทำอย่างไร เพื่อให้เข้าใจกระบวนการรักษาได้มากขึ้น โดยในการทำหมันจะทำการตัด หรือผูกท่อนำไข่ให้ขาดจากรังไข่ เมื่อท่อนำไข่ขาดแล้ว ไข่ก็ไม่สามารถตกลงมาที่มดลูกได้ และไม่สามารถปฏิสนธิกับอสุจิได้ จึงมีบุตรไม่ได้และเป็นหมันในที่สุด การทำ IUI คืออะไร การทำ IUI หรือ IUI (Intrauterine Insemination) คือ เป็นวิธีการรักษาผู้มีบุตรยากรูปแบบหนึ่ง เป็นการฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อเพิ่มโอกาสให้เชื้ออสุจิเดินทางถึงเซลล์ไข่ได้ง่ายขึ้น จึงเพิ่มโอกาสการมีบุตรได้ แต่วิธีนี้มีข้อจำกัดคือท่อนำไข่ของผู้หญิงจะต้องใช้งานได้อย่างน้อยหนึ่งข้าง เพราะเชื้ออสุจิยังต้องเดินทางผ่านท่อนำไข่ไปผสมกับไข่ หากท่อนำไข่ตีบหรือตันทั้งสองข้าง รวมถึงหากท่อนำไข่ขาดจนไม่สามารถนำไข่ให้ตกลงมาผสมกับอสุจิได้ การทำ IUI ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ทำหมันแล้ว ทำ IUI ได้ไหม มาถึงคำถามสำคัญว่าทำหมันไปแล้วจะทำ IUI […]
ความเชื่อผิด ๆ ที่พบบ่อย
ยาคุมกำเนิด ช่วยยับยั้งการตั้งครรภ์ ทำให้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลกระทบเมื่อต้องการมีบุตรในอนาคต เพราะผู้หญิงหลายคนเมื่อถึงวัยที่ต้องการมีลูกแล้ว อาจกลัวว่าการทานยาคุมเป็นเวลานานจะทำให้มีลูกไม่ได้ จึงไม่กล้าที่จะคุมกำเนิดด้วยการทานยา ครั้งนี้ทางศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่างจึงจะมาไขข้อสงสัยนี้ให้เข้าใจกัน ยาคุมกำเนิด ทำงานอย่างไร? ก่อนอื่นมาดูการทำงานหรือการออกฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดก่อน กลไกในการคุมกำเนิดของยา คือระงับไม่ให้เกิดการโตของไข่ ทำให้ไม่เกิดการตกไข่ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ และตัวยายังเพิ่มความเหนียวข้นให้กับเมือกที่ปากมดลูก ทำให้อสุจิเข้าไปปฏิสนธิได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยายังทำให้ผนังมดลูกบางลง ไม่รองรับการฝังตัวของตัวอ่อนหลังจากที่ไข่มีการปฏิสนธิ โดยหลังทานยาคุมกำเนิดไป 1 สัปดาห์ ตัวยาจะออกฤทธิ์คุมกำเนิดด้วยกระบวนการดังกล่าว ยาคุมกำเนิด กินอย่างไร? การรับประทานยาคุมกำเนิด จะต้องรับประทานทุกวัน วันละ 1 เม็ดจนหมดแผง หากเป็นชนิด 2 เม็ดต้องหยุดการทานไป 7 วันก่อนจะเริ่มทานแผงใหม่ ผู้หญิงที่ต้องการคุมกำเนิดมักจะทานต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ และกลไกลของการระงับการตกไข่ก็จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ทำให้คนบางส่วนสงสัยว่าถ้าหากทานต่อเนื่องไปนาน ๆ จะทำให้มีลูกยากหรือไม่ กินยาคุมนาน ๆ ทำให้มีลูกยากไหม? มาถึงคำถามสำคัญของเรื่องนี้ ก็คือการรับประทานยาคุมนาน ๆ จะทำให้มีลูกยากหรือไม่ คำตอบคือไม่มีผล หากเลิกทานยาคุมไป 1-3 เดือนก็สามารถมีลูกได้ตามปกติ ร่างกายสามารถตกไข่ได้ปกติ และผนังมดลูกก็จะหนาขึ้น […]
การตรวจและวิเคราะห์ภาวะมีบุตรยาก
การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานช่วยเรื่องการวางแผนมีบุตรได้ มีความสำคัญในเรื่องของการลดความเสี่ยงที่เด็กจะเกิดมาผิดปกติ เพราะเหตุนี้คู่รักหลายคู่จึงสนใจเรื่องนี้กันมาก และมีข้อสงสัยตามมา หนึ่งเรื่องที่หลายคนอยากรู้ก็คือการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ว่าต้องตรวจอะไรบ้าง ทางบทความนี้ก็จะมาอธิบายให้เข้าใจ ดังนี้ ความสำคัญของการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ช่วยให้สามารถวางแผนการมีบุตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลัก ๆ เลยก็เพื่อตรวจว่าฝ่ายชายและฝ่ายหญิง มีความพร้อมและเหมาะสมที่จะมีบุตรหรือไม่ เรื่องที่สามารถรับรู้ได้จากการตรวจสุขภาพก่อนที่จะแต่งงาน ก็คือเรื่องโรคติดต่อทั้งทางเพศสัมพันธ์ และการติดต่อทางพันธุกรรม รวมถึงการติดต่อทางสายเลือด นอกจากเรื่องโรคติดต่อก็จะมีเรื่องความพร้อมของร่างกายฝ่ายชายและหญิงว่ามีปัญหาเรื่องการมีบุตรไหม เป็นผู้มีบุตรยากหรือไม่ หรือเป็นหมันหรือไม่ หากไม่มีการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานอาจมีปัญหาภายหลังได้ ยกตัวอย่างเช่นการติดต่อโรคเอดส์ หรือการแต่งงานไปแล้วไม่สามารถมีบุตรได้เพราะสุขภาพของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งที่วางแผนไว้ว่าต้องการมีบุตร จึงควรตรวจสุขภาพก่อนที่จะแต่งงาน เพื่อประกอบการตัดสินใจ นอกจากนั้นยังช่วยเรื่องการวางแผนมีบุตรต่อไปได้หากพบปัญหา เพราะบางปัญหาสามารถแก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ใครบ้างที่ควรตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน บุคคลที่ควรตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานคือคู่รักที่กำลังจะแต่งงานเกือบทุกคู่ โดยเฉพาะคู่ที่ตั้งใจจะมีบุตร เพราะปัญหาที่พบหลังแต่งงานไปแล้วโดยไม่ได้ตรวจก่อน ก็คือการไม่สามารถมีบุตรได้ รวมถึงการตรวจหาความเป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรม หากตรวจก่อนและพบว่ามีความเสี่ยงก็อาจหลีกเลี่ยงการมีบุตรได้ รวมถึงการหลีกเลี่ยงการสมรสได้ ถึงแม้จะไม่ได้วางแผนว่าจะต้องมีบุตร แต่คู่รักที่กำลังจะตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ควรแน่ใจว่าไม่มีโรคติดต่อที่จะถ่ายทอดถึงกันได้ โดยเฉพาะโรคร้ายอย่างโรคเอดส์ ที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ จึงสรุปได้ว่าบุคคลที่ควรตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานคือคู่รักที่กำลังจะแต่งงานเกือบทุกคู่ ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ต้องตรวจอะไรบ้าง มาดูกันว่าการตรวจสุขภาพก่อนที่จะแต่งงาน จะต้องตรวจอะไรบ้าง 1.ตรวจหาเชื้อ HIV หากถามว่าตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ต้องตรวจอะไรบ้าง อันดับต้น ๆ ที่ควรตรวจก็คือการตรวจหาเชื้อ […]
อิ๊กซี่ (ICSI)
คู่สมรสที่ต้องการมีบุตรตอนอายุมาก มีความเสี่ยงสูงที่เด็กจะเกิดมาไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่มีอายุมาก ซึ่งจะมีภาวะไข่เสื่อม ทำให้การปฏิสนธิกับอสุจิได้ตัวอ่อนที่มีปัญหา หนึ่งอาการที่พบบ่อยก็คือดาวน์ซินโดรม มักเกิดจากแม่ที่ตั้งครรภ์ตอนอายุมาก ทำให้การทำเด็กหลอดแก้วคือทางออกที่จะป้องกันปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการทำแบบ ICSI อ่านเพิ่มเติม: ฝากไข่ไว้แล้วต้องการตั้งครรภ์ต้องทำอย่างไร? ดาวน์ซินโดรมเกิดจากอะไร ดาวน์ซินโดรมเกิดจากความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมในตัวอ่อน ลักษณะความผิดปกติคือมีภาวะโครโมโซมเกิน โดยโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการด้านสติปัญญา รวมถึงการเจริญเติบโตของอวัยวะต่าง ๆ ที่ผิดปกติ ในลักษณะที่เรียกว่าภาวะดาวน์ซินโดรม ซึ่งเป็นอาการที่แสดงออกแต่กำเนิดและไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการทำ ICSI สาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติลักษณะนี้ เพราะเซลล์ไข่ที่ปฏิสนธิไม่สมบูรณ์ ทำให้ได้ตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ไปด้วย และไม่ใช่เฉพาะไข่เท่านั้นที่ส่งผล แต่อสุจิที่คุณภาพไม่ดีก็ส่งผลให้เด็กเกิดมาเป็นดาวน์ซินโดรมได้เช่นกัน กลุ่มเสี่ยงคือคู่สมรสที่มีอายุมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง เพราะเซลล์ไข่และอสุจิมีเสื่อมสภาพ เด็กหลอดแก้ว ICSI มีโอกาสเป็นดาวน์ซินโดรมไหม การทำเด็กหลอดแก้ว คือการนำไข่และอสุจิ ออกมาปฏิสนธิภายนอกร่างกาย โดยการทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI จะคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุดเพียงตัวเดียวออกมา เพื่อผสมกับไข่ที่คัดเลือกไว้เช่นกัน และการคัดเลือกเซลล์เหล่านี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้การปฏิสนธิสำเร็จ จึงแก้ปัญหาการมีบุตรยากได้ในหลายกรณี แต่ถึงแม้จะทำให้เกิดการปฏิสนธิที่สำเร็จได้และมีตัวอ่อนเกิดขึ้น ตัวอ่อนเหล่านั้นก็มีโอกาสที่จะมีภาวะโครโมโซมเกินได้ และถ้าหากตัวอ่อนที่มีปัญหาถูกนำกลับเข้าไปฝังตัวในมดลูก เด็กที่เกิดมาก็จะเป็นดาวน์ซินโดรม จึงสรุปได้ว่าเด็กหลอดแก้ว ICSI […]
ความเชื่อผิด ๆ ที่พบบ่อย
ความเชื่อคนท้องเป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนอยากรู้ เพื่อปฏิบัติตนให้เหมาะสม และไม่เป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์ แต่ถึงอย่างนั้นความเชื่อหลายอย่างก็ไม่เป็นความจริงเสมอไป แต่ถ้าจะเชื่อไว้ก็ไม่เสียหายในหลาย ๆ กรณี วันนี้ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic จะมาเล่าให้ฟังกันค่ะ 1.ห้ามไปงานศพ ความเชื่อคนท้องข้อแรกคือห้ามไปงานศพ เพราะงานศพมีวิญญาณและสัมภเวสีมากมาย อาจมาเอาตัวเด็กในท้องไปอยู่ด้วย ทำให้เกิดการแท้ง หรือวิญญาณอาจมาทำร้ายเด็กในท้องทำให้เกิดมาไม่แข็งแรง อ่อนแอ จนกระทั่งเกิดมาไม่สมบูรณ์ ส่วนหนึ่งก็เชื่อว่าวิญญาณอาจอาศัยท้องมาเกิด รวมถึงโชคร้ายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ จึงมีความเชื่อไม่ให้คนท้องไปงานศพตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน เหตุผล : เพราะอาจทำให้จิตใจเศร้าหมอง (คนท้องควรทำจิตใจให้ร่าเริง) 2.ห้ามอาบน้ำตอนกลางคืน ความเชื่อคนท้องถัดมาคือห้ามไม่ให้คนท้องอาบน้ำตอนกลางคืน เพราะเชื่อว่าจะทำให้ถุงน้ำคร่ำหนาหรือมีน้ำคร่ำในท้องมากที่เรียกว่าครรภ์แฝดน้ำ ซึ่งจะส่งผลให้คลอดยาก แต่ในความจริงแล้วสาเหตุของครรภ์แฝดน้ำ คือความผิดปกติของโครโมโซมในเด็ก หรือภาวะเบาหวานของแม่เด็กที่ควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี รวมถึงความผิดปกติของรกที่ทำให้น้ำคร่ำมีปริมาณที่มากขึ้น หรือสาเหตุอื่น แต่ไม่เกี่ยวกับการอาบน้ำในตอนกลางคืน ดังนั้นเรื่องนี้เป็นแค่ความเชื่อเท่านั้น และคุณแม่สามารถอาบน้ำตอนกลางคืนได้โดยไม่ทำให้คลอดยากแต่อย่างใด เหตุผล : สมัยก่อน ห้องน้ำมักอยู่นอกตัวบ้าน หรือแสงไฟไม่สว่างพอ พื้นลื่น อาจทำให้คนท้องลื่นล้มได้ง่าย 3.ห้ามนั่งขวางทางบันไดหรือธรณีประตู ตามความเชื่อของไทดำที่ว่าบันไดและประตูมีผีบ้านผีเรือนคอยดูแลรักษาอยู่ การไปนั่งขวางเอาไว้จึงเหมือนเป็นการลบหลู่ และจะทำให้คลอดยาก รวมถึงห้ามเหยียบธรณีประตูด้วย แต่ให้เดินข้ามเอา ซึ่งก็เป็นหนึ่งในความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ […]
ความเชื่อผิด ๆ ที่พบบ่อย
คู่สมรสที่มีบุตรยาก มักหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติตามให้มีลูกได้สำเร็จ หนึ่งในวิธีการที่ว่าก็คือการเสริมกรดโฟลิก เพื่อช่วยให้ท้องง่ายขึ้น แต่คำถามคือการเสริมโฟลิกจะช่วยให้ท้องง่ายได้จริงหรือไม่นั้น ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก อย่าง Millennium IVF Clinic จะมาไขข้อสงสัยกัน เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว กรดโฟลิก คืออะไร กรดโฟลิก (Folic Acid) คือ วิตามินชนิดหนึ่งเรียกอีกอย่างว่า “โฟเลต” มีส่วนช่วยในการสร้างตัวอ่อนให้สมบูรณ์ และป้องกันความผิดปกติของระบบประสาทในทารก ทำให้กรดโฟลิกมีความสำคัญต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือเตรียมตัวที่จะตั้งครรภ์ กรดโฟลิกสามารถพบได้ในอาหารธรรมชาติ อย่างพวกผักใบเขียวและผลไม้รสเปรี้ยว การพบกรดโฟลิกได้ในอาหารธรรมชาติ ทำให้คนทั่วไปมีโอกาสได้รับกรดโฟลิกจากอาหารอยู่แล้ว แต่ในคุณแม่ตั้งครรภ์จะมีความต้องการกรดโฟลิกสูงกว่าปกติ โดยปริมาณที่ควรได้รับต่อวันคือ 800 ไมโครกรัม ซึ่งมากกว่าผู้หญิงทั่วไปถึง 400 ไมโครกรัมต่อวัน ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์บางท่านได้รับไม่เพียงพอ หากไม่รับประทานผักใบเขียวหรือผลไม้รสเปรี้ยวในปริมาณที่เหมาะสม และการรับประทานอาหารเสริมกรดโฟลิกจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยได้ กรดโฟลิก เตรียมตั้งครรภ์ ควรกินตอนไหน กรดโฟลิก เตรียมตั้งครรภ์ ควรเริ่มรับประทานตั้งแต่วางแผนมีบุตร หรือก่อนตั้งครรภ์ 1-3 เดือน ไปจนถึงช่วงอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ เพราะทารกในครรภ์ช่วง 12 สัปดาห์ […]
อิ๊กซี่ (ICSI)
การทำ ICSI สำหรับคู่สมรสที่มีบุตรยาก เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก พร้อมกันนั้นก็มีคำถามมากมายของผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมตัวและรายละเอียดการรักษา ทั้งนี้ทางบทความได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยพร้อมกับคำตอบมาให้แล้ว ดังนี้ 1. ICSI คืออะไร ICSI คือ เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรที่สำเร็จให้กับผู้มีบุตรยาก เป็นหนึ่งในวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว ที่มีการนำไข่และสเปิร์มมาผสมกันเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย โดยจุดเด่นของการทำ ICSI คือการคัดเลือกสเปิร์มที่แข็งแรงที่สุดเพียงตัวเดียวมาผสมกับไข่ เป็นการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จึงช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ที่สำเร็จค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาด้วยวิธีอื่น 2.ทำ IVF กับ ICSI ต่างกันอย่างไร หลายคนรู้ดีว่าการทำเด็กหลอดแก้วแบบ IVF และการทำ ICSI ล้วนเป็นการทำเด็กหลอดแก้วทั้งคู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีขั้นตอนที่แตกต่างกันอยู่เล็กน้อย นั่นคือขั้นตอนการคัดเลือกอสุจิเพื่อนำไปผสมกับไข่ ซึ่งทั้ง IVF และ ICSI ต่างก็ต้องเลือกอสุจิที่แข็งแรงเช่นกัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่การทำ IVF จะคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงจำนวนหนึ่งมาทำการผสมกับไข่ ขณะที่การทำ ICSI จะคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุดเพียงตัวเดียวเท่านั้น เพื่อนำมาผสมกับไข่ ทำให้อัตราความสำเร็จของการทำ ICSI นั้นมีสูงกว่าการทำ IVF เพราะมีการคัดเลือกอสุจิที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า 3.การเตรียมตัวทำ ICSI มีอะไรบ้าง […]
การดูแลด้านจิตใจ
การแท้งบุตรหลังการทำเด็กหลอดแก้วหรือการทำ IVF อาจเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจได้ ที่ Millennium IVF Clinic เราเข้าใจถึงความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียครั้งนี้ ช่วงเวลาดังกล่าวอาจดูน่ากังวลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความตื่นเต้นและความคาดหวังที่ IVF มอบให้ การยอมรับความโศกเศร้า ขั้นตอนแรกในการรักษาคือการเข้าใจความร้ายแรงของความโศกเศร้า การแท้งบุตรเป็นประสบการณ์ส่วนตัวและไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในรูปแบบใดก็ตาม การทำเด็กหลอดแก้วอาจช่วยเพิ่มระดับความผูกพันทางอารมณ์ได้ โดยคำนึงถึงเวลา ความพยายาม และความหวังที่ทุ่มเทลงไป ให้ตัวเองได้มีพื้นที่ในการโศกเศร้าและซึมซับความสูญเสียนี้ ไม่มีวิธีใดที่ถูกหรือผิดในการโศกเศร้า ไม่ว่าจะเป็นความโศกเศร้า ความโกรธ หรือความสับสน ความรู้สึกเหล่านี้ล้วนเข้าใจได้ การหาการสนับสนุนจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว การแยกตัวจากความสูญเสียอาจเป็นเรื่องง่าย แต่การแสวงหาการสนับสนุนสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก บางคนเลือกที่จะพึ่งพาเพื่อนและครอบครัว ในขณะที่บางคนอาจเพิ่งพาการบำบัดจากผู้เชี่ยวชาญหรือกลุ่มสนับสนุน การแบ่งปันความรู้สึกของคุณ แม้ว่าจะแสดงออกได้ยาก จะช่วยให้คุณเริ่มกระบวนการรักษาตัวเองได้ ล้อมรอบตัวคุณด้วยคนที่ช่วยให้คุณหายโศกเศร้าในแบบของคุณเอง โดยไม่ต้องบังคับความคาดหวังของพวกเขา ที่คลินิกรักษาผู้มีบุตรยากของเราในกรุงเทพฯ เราได้เห็นคุณค่าของการสนับสนุนทางอารมณ์สำหรับคนไข้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้โดยตรง หากการพูดคุยกับนักบำบัดหรือเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนดูเหมาะสม เราสามารถแนะนำทางเลือกที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน การฟื้นฟูร่างกายและอารมณ์ ร่างกายของคุณต้องการเวลาในการฟื้นตัวหลังการแท้งบุตร เช่นเดียวกับอารมณ์ของคุณ กระบวนการรักษาอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์ การปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์จากทีมดูแลสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ พักผ่อน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และดูแลความต้องการของร่างกายของคุณในช่วงเวลานี้แต่ไม่ควรมองข้ามสุขภาพจิตของคุณ การฟื้นตัวเป็นเรื่องของอารมณ์และร่างกาย หากคุณไม่มั่นใจในการจัดการกับอารมณ์ที่สูญเสียไปอย่างไร ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตสามารถให้เครื่องมือและความช่วยเหลือในการจัดการอารมณ์ของการสูญเสีย ความสิ้นหวัง หรือความวิตกกังวล การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้าน IVF […]
ภาวะเจริญพันธุ์ของชายและหญิง
ภาวะมีบุตรยากเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนสำหรับคู่รักหลายคู่ และมักถูกมองว่าเป็น “ปัญหาของผู้หญิง” แต่ในความเป็นจริง ประมาณครึ่งหนึ่งของภาวะมีบุตรยากมีปัจจัยมาจากฝ่ายชาย การพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาการเจริญพันธุ์ของผู้ชายอย่างตรงไปตรงมาและให้ข้อมูลที่ชัดเจนสามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและบรรเทาความกังวลของคนไข้ได้ ในบทความนี้ เราจะพูดถึงปัญหาการเจริญพันธุ์ที่พบบ่อยในผู้ชาย โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ของคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากของเราในกรุงเทพฯ พร้อมแนะแนวทางในการจัดการและปรับปรุง ซึ่งจะช่วยมอบความหวังให้กับผู้ชายที่ประสบปัญหาในลักษณะคล้ายกัน ปัญหาภาวะมีบุตรยากในเพศชายที่พบบ่อย จำนวนอสุจิต่ำ ทำไมจำนวนอสุจิถึงต่ำ? จำนวนอสุจิต่ำเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะมีบุตรยากในเพศชาย โดยทั่วไป หากจำนวนอสุจิมากกว่า 15 ล้านตัวต่อมิลลิลิตรถือว่าอยู่ในระดับปกติ แต่หากจำนวนต่ำกว่านี้มาก การตั้งครรภ์อาจยากขึ้น แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ในหลายกรณี สาเหตุของการมีจำนวนอสุจิต่ำมาจากหลายประการ ได้แก่ ปัญหาด้านไลฟ์สไตล์ โรค ภาวะสุขภาพ หรือแม้กระทั่งการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมบางอย่าง อสุจิเคลื่อนไหวช้า การเคลื่อนที่ของอสุจิหมายถึงความสามารถของอสุจิในการเคลื่อนที่อย่างมีประสิทธิภาพ หากอสุจิไม่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างเหมาะสม โอกาสที่จะไปถึงและปฏิสนธิกับไข่ก็จะลดลง ปัญหานี้อาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น การติดเชื้อ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และผลจากพันธุกรรม รูปร่างของอสุจิผิดปกติ รูปร่างและโครงสร้างของอสุจิก็มีบทบาทสำคัญต่อภาวะเจริญพันธุ์เช่นเดียวกัน รูปร่างอสุจิผิดปกติหมายถึงเซลล์อสุจิที่มีรูปร่างผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการปฏิสนธิกับไข่ได้ ปัญหานี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ปัจจัยด้ายพันธุกรรมไปจนถึงผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ความไม่สมดุลของฮอร์โมน ฮอร์โมน เช่น เทสโทสเตอโรน และ Follicle-Stimulating Hormone (FSH) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตอสุจิและสุขภาพการเจริญพันธุ์ ความไม่สมดุลของฮอร์โมนเหล่านี้อาจส่งผลต่อภาวะมีบุตรยากโดยตรง โดยภาวะต่าง ๆ เช่น […]
การดูแลด้านจิตใจ
การเข้ารับการรักษาด้วยวิธี IVF เป็นกระบวนการที่เต็มไปด้วยความสุขและความหวัง แต่บางครั้งก็อาจมีความท้าทายทางอารมณ์เกิดขึ้น สำหรับหลายคน การตัดสินใจทำเด็กหลอดแก้วแบบ IVF ถือเป็นก้าวสำคัญที่มักจะผ่านการไตร่ตรองมาอย่างละเอียดลึกซึ้ง แม้ว่าการรักษาด้วยวิธีนี้จะเปิดโอกาสให้ครอบครัวมากมายได้มีลูกตามที่ปรารถนา แต่ตัวกระบวนการเองอาจทำให้คุณรู้สึกเครียดได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการมีกลยุทธ์ที่ดีในการรับมือและระบบสนับสนุนที่แข็งแรง ในบทความนี้ เราจะพูดถึงวิธีที่คุณสามารถจัดการกับช่วงเวลาต่าง ๆ ในกระบวนการ IVF ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดี หรือช่วงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย การหาแรงสนับสนุนทางอารมณ์ การรักษาด้วยวิธี IVF อาจทำให้คุณเกิดความรู้สึกที่หลากหลาย จึงเป็นเรื่องปกติหากคุณจะรู้สึกยินดี ร้อนรน คาดหวัง หรือบางครั้งก็ตึงเครียด ในขณะที่คุณก้าวผ่านแต่ละขั้นตอนการรักษา ความต้องการทางอารมณ์ของคุณอาจเปลี่ยนไปซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น การมองหาแรงสนับสนุนจากคนที่เข้าใจในสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่จึงสามารถช่วยได้อย่างมาก สิ่งที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้คือกลยุทธ์ในการสร้างเครือข่ายสนับสนุนรอบตัวคุณ ซึ่งเราพบว่าได้ผลดีสำหรับคนไข้ที่เข้ารับการรักษาที่คลินิกรักษาผู้มีบุตรยากของเราในกรุงเทพฯ พูดคุยกับคู่รักของคุณ IVF เป็นกระบวนการที่ส่งผลกระทบต่อทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ดังนั้นการเปิดเผยความรู้สึกของคุณอย่างตรงไปตรงมาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แม้ว่าความสนใจส่วนใหญ่ของคุณจะจดจ่ออยู่กับขั้นตอนที่เกี่ยวกับร่างกาย แต่การใช้เวลาพูดคุยและรับฟังความรู้สึกของกันและกันก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การแบ่งปันความหวัง ความกังวล และประสบการณ์จะช่วยให้คุณทั้งสองคนยังรู้สึกเชื่อมโยงกันอยู่เสมอ เข้าร่วมกลุ่มสนับสนุน หลายคนพบว่าการพูดคุยกับคนอื่นที่กำลังเผชิญกับการรักษาภาวะมีบุตรยากเช่นเดียวกันทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น กลุ่มสนับสนุนไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบออนไลน์หรือพบเจอกันต่อหน้า ต่างก็มอบพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการแสดงความรู้สึก แลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จากคนที่เดินอยู่บนเส้นทางเดียวกัน มิตรภาพและการสนับสนุนที่คุณได้รับจากกลุ่มสนับสนุนเหล่านี้อาจทำให้เส้นทางการทำ IVF ของคุณไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป พึ่งพาครอบครัวและเพื่อน ในขณะที่บางคนอาจต้องการเก็บเรื่องราวการทำ IVF ไว้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่สำหรับหลายคนกลับพบว่าการแบ่งปันเรื่องราวกับครอบครัวและเพื่อนสนิทเป็นเรื่องที่ส่งผลดีต่อจิตใจ […]
สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้านทั่วโลก แต่ยังคงถูกเข้าใจผิดด้วยข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสำหรับผู้ที่พยายามจะตั้งครรภ์ โรคนี้อาจเพิ่มความกังวลมากขึ้นไปอีก ที่ Millennium IVF Clinic เราพบว่ามีคนไข้จำนวนมากที่ประสบกับภาวะนี้ และเรามุ่งมั่นที่จะให้ข้อมูลและการสนับสนุนที่คนไข้ต้องการ โดยในบทความนี้ เราจะอธิบายว่าโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่คืออะไร มีผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์อย่างไร และมีแนวทางจัดการอย่างไรบ้าง โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่คืออะไร? โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) เกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อที่คล้ายกับเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrium) เจริญเติบโตอยู่นอกโพรงมดลูก ซึ่งมักพบในรังไข่ ท่อนำไข่ และอวัยวะอื่น ๆ ภายในอุ้งเชิงกราน ในแต่ละรอบเดือน เนื้อเยื่อนี้จะมีพฤติกรรมเหมือนอยู่ในโพรงมดลูก นั่นคือหนาตัวขึ้น สลายตัว และหลุดลอก ความแตกต่างคือเลือดประจำเดือนสามารถออกจากร่างกายได้ แต่เนื้อเยื่อที่เจริญผิดที่นี้จะไม่มีทางออก ส่งผลให้เกิดการอักเสบ เกิดพังผืดหรือแผลเป็นบริเวณเนื้อเยื่อ และในบางกรณีอาจเกิดพังผืดที่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด อาการของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่สามารถเกิดได้หลากหลายแบบ ตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง ซึ่งอาจรวมถึงอาการดังต่อไปนี้: อย่างไรก็ตาม คนไข้หลายรายที่เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อาจไม่มีอาการใด ๆ เลย และมักพบปัญหานี้เมื่อเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก ผลกระทบของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ต่อภาวะเจริญพันธุ์ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อาจส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยสาเหตุที่คนไข้สามารถตั้งครรภ์ได้ยากขึ้นจากผลของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มีดังต่อไปนี้: ความเสียหายต่ออวัยวะสืบพันธุ์ ในกรณีที่โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ส่งผลกระทบต่อรังไข่ ท่อนำไข่ หรือบริเวณรอบอวัยวะเหล่านี้ อาจทำให้เกิดพังผืดขึ้น ซึ่งพังผืดนี้อาจกีดขวางท่อนำไข่หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอวัยวะสืบพันธุ์ ซึ่งทำให้การเคลื่อนที่ของไข่หรือการปฏิสนธิเป็นไปได้ยากขึ้น […]
การตรวจและวิเคราะห์ภาวะมีบุตรยาก
ที่ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก Millenium IVF Clinic เราเชื่อว่าการดูแลเชิงป้องกันเป็นพื้นฐานสำคัญของอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ดีและยั่งยืน การตรวจสุขภาพประจำปีมีส่วนสำคัญในการตรวจพบความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะรุนแรง ซึ่งช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองได้อย่างรอบคอบ สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาสร้างหรือขยายครอบครัว การดูแลสุขภาพด้วยการตรวจอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาความสามารถในการเจริญพันธุ์และสุขภาพโดยรวมของคุณ วันนี้เราจะมากล่าวถึงความสำคัญของการตรวจอนามัยเจริญพันธุ์ประจำปี และการตรวจนี้มีประโยชน์ต่อเป้าหมายทางสุขภาพในระยะยาวของคุณอย่างไร ทำความเข้าใจการตรวจอนามัยการเจริญพันธุ์ การตรวจอนามัยการเจริญพันธุ์เป็นการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดเพื่อประเมินสุขภาพของระบบสืบพันธุ์ การตรวจเหล่านี้มักรวมถึงการตรวจร่างกาย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจด้วยภาพเพื่อค้นหาปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น สำหรับผู้หญิง การตรวจสุขภาพประจำปีอาจรวมถึงการตรวจต่อไปนี้: สำหรับผู้ชาย การตรวจสุขภาพประจำปีอาจรวมถึงการตรวจต่อไปนี้: ทีมงานของเราจะปรับการตรวจเหล่านี้ให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคลหรือคู่รัก ซึ่งการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงในด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ได้อย่างทันท่วงที ทำไมการตรวจสุขภาพประจำปีจึงสำคัญ เพราะชีวิตประจำวันของเราอาจเต็มไปด้วยภาระหน้าที่มากมายจนทำให้ไม่มีเวลาใส่ใจตนเอง และอาจทำให้หลายคนมองข้ามการตรวจสุขภาพประจำปีไป แต่การตรวจเหล่านี้มีความสำคัญมากด้วยหลายเหตุผล: การตรวจพบปัญหาสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ ภาวะบางอย่าง เช่น กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือปริมาณอสุจิต่ำ สเปิร์มไม่แข็งแรง อาจไม่แสดงอาการที่สังเกตได้ในระยะแรก การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอทำให้สามารถพบปัญหาเหล่านี้ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ง่ายต่อการควบคุมหรือรักษา การรักษาความสามารถในการเจริญพันธุ์สำหรับอนาคต แม้ว่าคุณอาจยังไม่ได้วางแผนที่จะมีครอบครัวในเร็ว ๆ นี้ แต่การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณเข้าใจสภาพของอนามัยการเจริญพันธุ์ของตนเอง และดำเนินการเพื่อคงสภาพนั้นหากจำเป็น เช่น การแช่แข็งไข่หรืออสุจิสำหรับผู้ที่ต้องการเลื่อนการมีบุตรออกไปในอนาคต การจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับอายุ อนามัยการเจริญพันธุ์จะเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป และภาวะบางอย่างอาจพบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งการตรวจสุขภาพประจำปีจะช่วยให้คุณสามารถติดตามและจัดการกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแก้ไขความเข้าใจผิดที่พบบ่อย หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการตรวจสุขภาพมีความจำเป็นเฉพาะเมื่อกำลังพยายามมีบุตรหรือมีอาการผิดปกติเท่านั้น ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง […]
การปรึกษาและการวินิจฉัย
ที่ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic เราเข้าใจว่าการตัดสินใจเข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยากเป็นเรื่องส่วนตัวอย่างมาก และมักจะเต็มไปด้วยความกังวลมากมาย สำหรับคนไข้ที่กำลังพิจารณาการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ต่างประเทศ ขั้นตอนต่าง ๆ อาจมีความยุ่งยากขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม คนไข้หลายคนก็พบว่าการขยายขอบเขตทางเลือกให้กว้างขึ้นโดยพิจารณาการรักษาในต่างประเทศช่วยให้สามารถเข้าถึงการแพทย์ที่ทันสมัย การรักษาที่ประหยัดค่าใช้จ่าย และโอกาสในการเข้ารับการรักษาในศูนย์เฉพาะทาง เช่น คลินิกของเราในกรุงเทพฯ หากคุณกำลังพิจารณาเกี่ยวกับการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ต่างประเทศ ในบทความนี้ เราได้รวบรวมสิ่งสำคัญที่คุณควรทราบเพื่อให้สามารถเตรียมตัวอย่างเหมาะสม เดินทางได้อย่างราบรื่น สะดวกสบาย และประสบความสำเร็จในการรักษา การหาข้อมูลเกี่ยวกับจุดหมายปลายทาง การเลือกประเทศที่เหมาะสมสำหรับการรักษาภาวะมีบุตรยากมีสิ่งที่ต้องพิจารณามากกว่าแค่ราคาที่ประหยัด คุณจำเป็นต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับบริบททางกฎหมาย การแพทย์ และวัฒนธรรมของประเทศที่คุณเลือกด้วยเช่นกัน ประเทศไทยได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการรักษาภาวะมีบุตรยากของคนไข้ต่างชาติ เนื่องจากมาตรฐานทางการแพทย์ที่สูงและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น คลินิกของเราที่นำเสนอเทคโนโลยีอันทันสมัยและการดูแลด้านการแพทย์เฉพาะทางที่มอบผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมให้กับคนไข้ นอกจากนี้ การต้อนรับอย่างอบอุ่นและความเป็นมิตรของประเทศไทยยังช่วยให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความกังวลอีกด้วย ข้อกำหนดทางกฎหมายและคุณสมบัติของผู้เข้ารับการรักษา แต่ละประเทศมีกฎหมายเกี่ยวกับการรักษาภาวะมีบุตรยากที่แตกต่างกัน บางประเทศอาจมีข้อจำกัดเกี่ยวกับผู้ที่สามารถเข้ารับการรักษาเฉพาะทาง เช่น การทำเด็กหลอดแก้วแบบ IVF หรือการบริจาคไข่ ประเทศไทยมีกฎระเบียบที่กำหนดขึ้นเพื่อรับรองการปฏิบัติที่มีจริยธรรม ซึ่งสิ่งสำคัญคือการตรวจสอบว่าคุณมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดก่อนที่จะเริ่มกระบวนการรักษาหรือไม่ เช่น คู่สมรสอาจต้องแสดงทะเบียนสมรสเป็นหลักฐานเพื่อยืนยันสิทธิ์ในการเข้ารับการรักษา คลินิกของเราพร้อมช่วยเหลือคนไข้ในทุกขั้นตอนของกระบวนการนี้เพื่อให้มั่นใจว่าเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องได้ถูกจัดเตรียมอย่างครบถ้วนสมบูรณ์และสอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่น เนื่องจากการจัดการเอกสารด้านการรักษาอาจทำให้คุณเกิดความเครียด การช่วยเหลือนี้จึงช่วยคลายความกังวลที่คุณอาจกำลังเผชิญและทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้น การเลือกคลินิกที่เหมาะสม คลินิกรักษาผู้มีบุตรยากแต่ละแห่งมีความแตกต่างกัน การค้นหาคลินิกที่ตอบโจทย์เป้าหมายของคุณเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก คุณควรพิจารณาคลินิกที่มีอัตราความสำเร็จ ความโปร่งใสในกระบวนการรักษา และรีวิวในทางที่ดีจากคนไข้ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของบริการและการดูแลอย่างใส่ใจจากคลินิก เรานำเสนอบริการแบบครบวงจรซึ่งสามารถปรับให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะบุคคล ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมที่จะศึกษาประวัติทางการแพทย์ของคุณอย่างละเอียดเพื่อการวางแผนที่รอบคอบ […]
ไลฟ์สไตล์กับภาวะเจริญพันธุ์
ที่ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic เราเข้าใจดีว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ของเรานั้นมีมากมาย และหนึ่งในปัจจัยที่กำลังได้รับความสนใจมากก็คือผลกระทบจากสารพิษในสิ่งแวดล้อม ซึ่งมักจะเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อย ๆ รอบตัวเรา สารพิษเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่ออนามัยการเจริญพันธุ์ของทั้งเพศชายและเพศหญิง สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนมีลูกคนแรก หรือมีลูกเพิ่มเพื่อขยายครอบครัว การรับรู้และเข้าใจความเสี่ยงเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อลดความเสี่ยงในการเผชิญกับสารพิษต่าง ๆ ได้ค่ะ ในบทความนี้ เราจะมาดูกันค่ะว่าสารพิษในสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์อย่างไร มีปฏิกิริยากับร่างกายของเราอย่างไร และเราจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อหลีกเลี่ยงสารพิษเหล่านั้น สารพิษในสิ่งแวดล้อมคืออะไร? สารพิษในสิ่งแวดล้อมคือสารเคมีหรือสารปนเปื้อนที่ส่งผลต่อสุขภาพเมื่อเราสัมผัส สารเหล่านี้มักพบได้ในของเสียจากอุตสาหกรรม สารเคมีทางการเกษตร สิ่งของภายในบ้าน หรือแม้กระทั่งบรรจุภัณฑ์อาหาร โดยทั่วไปแล้วสารพิษมักจะมาจากแหล่งเหล่านี้: ยาฆ่าแมลง: ยาฆ่าแมลงที่ถูกนำมาใช้เพื่อปกป้องพืชผลทางการเกษตรสามารถรบกวนการทำงานของฮอร์โมนได้ โลหะหนัก: ยกตัวอย่าง ตะกั่วและปรอทที่พบได้ในบางพื้นที่อุตสาหกรรม และท่อน้ำเก่าที่เสื่อมสภาพ พลาสติกและ BPA: พบในภาชนะบรรจุอาหารและขวดน้ำ เป็นสารเคมีที่สามารถเลียนแบบการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย และนำไปสู่การทำลายสมดุลของฮอร์โมน มลพิษทางอากาศ: สารปนเปื้อนในอากาศ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ อาจส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพโดยรวมและภาวะเจริญพันธุ์ สารพิษในสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิงอย่างไร? อนามัยการเจริญพันธุ์ของผู้หญิงมีความเปราะบางต่อปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมมาก การสัมผัสกับมลพิษต่าง ๆ อาจก่อให้เกิดผลเสียหลายอย่าง เช่น ทำให้ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ทำให้อวัยวะสืบพันธุ์เสียหาย และทำให้คุณภาพของไข่ด้อยลง ความไม่สมดุลของฮอร์โมน สารพิษหลายชนิด โดยเฉพาะสารที่เราเรียกว่า “สารรบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อ” (Endocrine […]
การแช่แข็งไข่
ที่คลินิกรักษาผู้มีบุตรยากของเราในกรุงเทพฯ เราเข้าใจดีว่าโรคทางกายอาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ และทำให้การมีลูกกลายเป็นเรื่องที่ลำบากขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ หากคุณกำลังเผชิญกับภาวะเหล่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนการวินิจฉัย เริ่มรักษา หรือวางแผนสำหรับอนาคตก็ตาม ไม่ต้องกังวลไปค่ะ ภาวะที่คุณกำลังเผชิญอยู่จะไม่กระทบกับแผนการสร้างครอบครัวของคุณแน่นอน เพราะคุณสามารถเลือกที่จะเก็บรักษาภาวะเจริญพันธุ์ของตัวเองด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อตั้งครรภ์ในภายหลัง กระบวนการทางการแพทย์เหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้ในอนาคต และคลายความกังวลเกี่ยวกับการรักษาไปได้เยอะเลยค่ะ ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ภาวะเจริญพันธุ์ของเราเสื่อมถอยลง? โรคบางโรคและการรักษาทางการแพทย์อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่ออนามัยเจริญพันธุ์ของคุณ เช่น การรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีบำบัด กระบวนการเหล่านี้ช่วยให้คุณหายจากโรคก็จริง แต่ก็อาจส่งผลต่อไข่ อสุจิ หรือการทำงานของระบบสืบพันธุ์ นอกจากนี้ โรคต่าง ๆ เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Diseases) หรือความผิดปกติทางพันธุกรรม ก็อาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ในระยะยาวได้เช่นเดียวกัน สำหรับผู้หญิง จำนวนและคุณภาพของไข่จะลดลงตามอายุ แต่หากคุณกำลังเผชิญกับโรคบางอย่าง การรักษาโรคนั้นอาจไปเร่งกระบวนการเสื่อมถอยให้เกิดเร็วขึ้น ส่วนในกรณีของผู้ชาย การรักษาด้วยรังสีหรือการผ่าตัดที่กระทบต่ออวัยวะสืบพันธุ์อาจทำให้จำนวนหรือคุณภาพของอสุจิถดถอยลง ดังนั้น หากคุณจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาโรคบางอย่าง และกระบวนการรักษานั้นอาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ เราแนะนำว่าควรเก็บรักษาภาวะเจริญพันธุ์ไว้ก่อนที่จะเข้ารับกระบวนการรักษา เพื่อให้คุณสามารถมีลูกได้ในอนาคตเมื่อหายจากโรคดังกล่าวแล้ว การเก็บรักษาภาวะเจริญพันธุ์คืออะไร? การเก็บรักษาภาวะเจริญพันธุ์หมายถึงวิธีทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาเซลล์สืบพันธุ์ของเราไว้ เช่น ไข่ อสุจิ หรือตัวอ่อน รวมทั้งเนื้อเยื่อสืบพันธุ์ เพื่อให้สามารถนำมาใช้ในอนาคตเมื่อต้องการมีลูก วิธีนี้เป็นทางเลือกสำหรับบุคคลหรือคู่รักที่ยังไม่มีแผนที่จะมีลูกในตอนนี้ แต่ต้องการที่จะมีลูกในอนาคตข้างหน้า แม้ว่าวิธีการเก็บรักษาภาวะเจริญพันธุ์สำหรับแต่ละคนจะแตกต่างกันไป […]
PGT/PGD
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีการตรวจพันธุกรรมได้ก้าวหน้าไปอย่างมาก นับเป็นข่าวดีสำหรับว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่กำลังต่อสู้กับภาวะมีบุตรยาก เพราะความก้าวหน้านี้ทำให้คุณมีความหวังและความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ แน่นอนว่าสำหรับคนที่อยากมีลูก การได้รู้ว่าปัจจัยทางพันธุกรรมส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์และสุขภาพของลูกในอนาคตได้อย่างไรเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่ Millennium IVF Clinic เราเชื่อว่าข้อมูลคือพลังที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จ ความก้าวหน้าในการตรวจพันธุกรรมทำให้เรามีข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการรักษา เมื่อมีข้อมูลมากขึ้น การรักษาก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียกได้ว่าปฏิวัติแนวทางการรักษาไปอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ การตรวจพันธุกรรมคืออะไร? การตรวจพันธุกรรมคือการตรวจสอบดีเอ็นเอเพื่อหาความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงของยีนที่อาจส่งผลต่อสุขภาพและภาวะเจริญพันธุ์ ซึ่งความผิดปกติเหล่านั้นอาจส่งต่อไปถึงลูก ดังนั้นการตรวจพบความผิดปกติทางพันธุกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คู่รักสามารถวางแผนเกี่ยวกับการมีลูกได้อย่างรอบคอบขึ้น ในแง่มุมของการรักษาภาวะมีบุตรยาก การตรวจพันธุกรรมถูกนำมาใช้ในการตรวจสุขภาพของตัวอ่อน การค้นหาโรคทางพันธุกรรมที่สามารถถ่ายทอดไปถึงลูก หรือการวิเคราะห์สาเหตุของภาวะมีบุตรยากที่อธิบายไม่ได้ ข้อมูลที่ได้จากการตรวจพันธุกรรมมีประโยชน์มากสำหรับการรักษาภาวะมีบุตรยาก จนเรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์และทำให้ผลลัพธ์การรักษาเป็นที่น่าพอใจยิ่งขึ้นอ่านเพิ่มเติม: เทคโนโลยีช่วยการมีบุตร มีอะไรบ้าง ปัจจัยด้านพันธุกรรมกับภาวะเจริญพันธุ์ ภาวะเจริญพันธุ์สามารถได้รับผลกระทบมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม อายุ รูปแบบการใช้ชีวิต และปัญหาสุขภาพ บางคนอาจมีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อคุณภาพของไข่หรืออสุจิ พัฒนาการของตัวอ่อน หรือความสามารถในการตั้งครรภ์และการดูแลรักษาครรภ์ให้สมบูรณ์ตลอดรอดฝั่ง ยกตัวอย่างเช่นความผิดปกติของโครโมโซมที่เกิดจากการมีจำนวนโครโมโซมมากหรือน้อยกว่าปกติอาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากหรือแท้งซ้ำซาก นอกจากนี้โรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากยีนเดี่ยว เช่น โรคซิสติก ไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis) หรือโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle Cell Anemia) ก็อาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ หรือถ่ายทอดไปสู่ลูกได้ การตรวจพบปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ […]
การดูแลด้านจิตใจ
การรักษาภาวะมีบุตรยากควบคู่ไปกับตารางงานที่แน่นขนัดอาจดูเป็นเรื่องที่ยุ่งยากในตอนแรก ไหนจะต้องเดินทางไปพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง ต้องเข้ารับการตรวจต่าง ๆ แถมยังต้องเจอเผชิญกับอารมณ์ที่แปรปรวนอีก แค่คิดก็รู้สึกเหนื่อยได้ง่าย ๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ แต่ความจริงคือคุณรับมือกับมันได้ไม่ยากเลยค่ะ ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบ การสนับสนุนจากคนรอบข้าง และทัศนคติที่ดี คุณจะสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งในเรื่องงานและการสร้างครอบครัวได้อย่างแน่นอน ที่ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก Millenium IVF Clinic เราได้ช่วยเหลือและร่วมเดินทางไปกับคู่รักมากมายบนเส้นทางสู่การเป็นพ่อแม่ เราจึงเข้าใจดีว่าการจัดการทั้งสองด้านของชีวิตให้สมดุลเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างเรื่องงานและการรักษาภาวะมีบุตรยาก การรักษาภาวะมีบุตรยากต้องใช้ทั้งเวลา พลังงาน และความมุ่งมั่น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเลือด การรับยา หรือการอัลตร้าซาวด์ วันนัดหมายสำหรับขั้นตอนเหล่านี้อาจตรงกับตารางงาน เช่น การประชุม กำหนดส่งงาน หรือทริปธุรกิจที่คุณไม่สามารถเลื่อนได้ เช่นเดียวกับนาฬิกาชีวิตที่เดินหน้าไปเรื่อย ๆ ความทับซ้อนระหว่างหน้าที่การงานและเป้าหมายในการมีลูกอาจทำให้คุณเครียด หรือในบางกรณีอาจทำให้หมดไฟ แต่กุญแจสำคัญในการรับมือกับทั้งหมดนี้คือการวางแผน เพราะการวางแผนที่จะช่วยลดผลกระทบ และช่วยให้คุณประสบความสำเร็จทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงาน ทำความเข้าใจกระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยาก ก่อนที่จะวางแผนจัดการเวลา คู่รักควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนและระยะเวลาของการรักษาภาวะมีบุตรยากเสียก่อน เมื่อรู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้างในกระบวนการรักษา คุณก็จะสามารถจัดตารางชีวิตให้สอดคล้องกับการรักษาได้ง่ายขึ้นค่ะ การปรึกษาเบื้องต้น: นี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางการรักษาภาวะมีบุตรยาก แพทย์จะสอบถามประวัติทางการแพทย์ ทำการตรวจเบื้องต้น และพูดคุยเกี่ยวกับทางเลือกในการรักษา การตรวจวินิจฉัย: เพื่อการวินิจฉัยอย่างครอบคลุม แพทย์อาจทำการตรวจเลือด อัลตร้าซาวด์ และกระบวนการอื่น ๆ เพื่อตรวจอนามัยเจริญพันธุ์ […]
PGT/PGD
การตรวจคัดกรองโครโมโซม หรือ PGT (Preimplantation genetic testing) มีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ PGT-A, PGT-M และ PGT-SR แต่ละประเภทมีหน้าที่เฉพาะในการตรวจหาความผิดปกติในรูปแบบที่แตกต่างกัน ในบทความนี้ เราจะพามาทำความรู้จักการตรวจพันธุกรรมทั้ง 3 ประเภท พร้อมอธิบายถึงความแตกต่าง เพื่อให้คู่รักและผู้ที่กำลังวางแผนสร้างครอบครัวสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และเป้าหมายของตนเองค่ะ PGT-A (Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidy) การตรวจ PGT-A คืออะไร: PGT-A คือการตรวจสอบจำนวนโครโมโซมในตัวอ่อน โดยปกติแล้ว มนุษย์มีโครโมโซมทั้งหมด 46 แท่ง แบ่งออกเป็น 23 คู่ แต่บางครั้งก็มีโอกาสที่ตัวอ่อนจะมีจำนวนโครโมโซมมากหรือน้อยกว่าปกติ เราเรียกภาวะนี้ว่า Aneuploidy เช่น ดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) ที่เกิดจากการมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง การตรวจ PGT-A สำคัญอย่างไร: ภาวะ […]
ขั้นตอนการรักษา
เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ หรือ Assisted Reproductive Technology (ART) เป็นแนวทางการแพทย์ที่ช่วยให้คู่รักหรือบุคคลสามารถมีลูกได้สำเร็จ วิธีการที่เกี่ยวข้องกับ ART มีอยู่หลากหลายวิธีด้วยกัน แม้ว่าชื่อต่าง ๆ อาจฟังดูซับซ้อนไปบ้าง แต่วิธีการเหล่านี้มีประโยชน์มากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนสร้างครอบครัวค่ะ ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับ ART ให้เข้าใจง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะคุณจะเพิ่งเริ่มหาข้อมูลด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก หรือคุ้นเคยกับศัพท์ทางการแพทย์มาบ้างแล้วก็ตาม หากมีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับคำศัพท์และตัวย่อต่าง ๆ ที่พบได้บ่อยในกระบวนการรักษา รับรองว่าคุณจะก้าวไปข้างหน้าบนเส้นทางนี้ได้อย่างมั่นใจค่ะ เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) มีอะไรบ้าง? ART ครอบคลุมหลายกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาภาวะมีบุตรยาก เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ที่พบได้บ่อยที่สุด นอกจากนี้ ART ยังรวมถึงเทคนิคอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง หรืออิ๊กซี่ การทำเด็กหลอดแก้วแบบ (ICSI), การแช่แข็งไข่ไว้ใช้ในอนาคต (Egg Freezing), และการใช้อสุจิหรือไข่จากผู้บริจาค กระบวนการเหล่านี้เป็นการนำเซลล์สืบพันธุ์ เช่น ไข่ อสุจิ หรือตัวอ่อน ออกมาผ่านกระบวนการ ART ที่เกิดขึ้นภายนอกร่างกาย และนำกลับเข้าสู่มดลูกอีกครั้งเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์ […]
เด็กหลอดแก้ว (IVF)
สำหรับคู่รักหรือใครที่กำลังเริ่มต้นเส้นทางการรักษาภาวะมีบุตรยาก หนึ่งในสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือการทำความเข้าใจตัวเลือกต่าง ๆ ของตัวเองค่ะ เพราะบนเส้นทางสู่การเป็นพ่อแม่ แต่ละคนล้วนพบเจอสถานการณ์ที่ไม่เหมือนกันที่ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก อย่าง Millennium IVF Clinic เราเข้าใจดีว่าการรักษาภาวะมีบุตรยากไม่มีวิธีที่ตายตัวสำหรับทุกคน เพราะฉะนั้น การศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างวิธีการทำเด็กหลอดแก้วแบบ IVF จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ วันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับสองวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ Mini-IVF และ Conventional IVF (IVF แบบดั้งเดิม) พร้อมแนะนำแนวทางในการตัดสินใจว่าวิธีไหนเหมาะสำหรับคุณที่สุดค่ะ What is Conventional IVF? Conventional IVF หรือ IVF แบบดั้งเดิม คืออะไร? การทำเด็กหลอดแก้วแบบIVF แบบดั้งเดิม หรือที่หลายคนเรียกกันสั้น ๆ ว่า “IVF” คือกระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ต้องฉีดฮอร์โมนโกนาโดโทรปินในปริมาณมากเพื่อกระตุ้นให้รังไข่ผลิตไข่ออกมาหลายใบในรอบเดียว หลักการของกระบวนการนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมา นั่นคือยิ่งมีไข่มาก ก็ยิ่งมีโอกาสที่ไข่และอสุจิจะปฏิสนธิจนเกิดเป็นตัวอ่อนที่แข็งแรง และนำไปสู่การตั้งครรภ์ที่สำเร็จ ข้อดี ข้อเสีย Mini-IVF คืออะไร? Mini-IVF หรือที่เรียกกันว่าการทำเด็กหลอดแก้วแบบ IVF แบบใช้ยาน้อย เป็นวิธีการรักษาที่อ่อนโยนกว่า IVF […]
การแช่แข็งไข่
การวางแผนอนาคตด้านการมีบุตรไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะวันนี้คุณสามารถเลือกดูแลภาวะเจริญพันธุ์ของคุณได้อย่างมั่นใจที่ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic ค่ะ เราเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการแช่แข็งไข่และตัวอ่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ทำให้ผู้คนสามารถวางแผนชีวิตได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือ “ควรเลือกแช่แข็งไข่หรือแช่แข็งตัวอ่อนดี?” คำตอบนั้นไม่มีตายตัวค่ะ เพราะการตัดสินใจใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์เป็นเรื่องส่วนตัวที่ลึกซึ้ง และขึ้นอยู่กับแผนชีวิตของแต่ละคน สิ่งสำคัญก็คือการเข้าใจข้อแตกต่างระหว่างสองทางเลือกนี้ ซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและเหมาะสมกับเป้าหมายของตัวเองค่ะ การแช่แข็งไข่คืออะไร? การแช่แข็งไข่ (Egg Freezing) หรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า Oocyte Cryopreservation คือนวัตกรรมที่ทำให้การวางแผนภาวะเจริญพันธุ์สำหรับผู้หญิงก้าวหน้าไปอีกขั้น การแช่แข็งไข่เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ยังไม่พร้อมมีลูกในตอนนี้ แต่ต้องการเก็บรักษาความสามารถในการมีลูกไว้เพื่ออนาคต ขั้นตอนเบื้องต้นของการแช่แข็งไข่คล้ายกับกระบวนการ IVF ทั่วไป โดยแพทย์จะให้ยากระตุ้นเพื่อให้รังไข่สร้างไข่มากกว่าปกติ จากนั้นจึงเก็บไข่ออกมา ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาไม่นาน สิ่งที่ทำให้การแช่แข็งไข่ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงมากคือเทคนิคที่เรียกว่า Vitrification หรือการแช่แข็งแบบผลึกแก้ว เทคนิคนี้จะเปลี่ยนไข่ให้กลายเป็นสภาพคล้ายแก้วในเสี้ยววินาที ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เกิดผลึกน้ำแข็งที่เคยเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จของการแช่แข็งในอดีต ด้วยนวัตกรรมนี้ อัตราความสำเร็จในการแช่แข็งไข่จึงสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยในคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากชั้นนำ พบว่า 90% ของไข่ที่ผ่านการแช่แข็งด้วยเทคนิค Vitrification สามารถรอดจากการละลาย และในจำนวนนี้ ประมาณ 70% สามารถปฏิสนธิได้สำเร็จ และประมาณ 50% มีโอกาสพัฒนาไปเป็นการตั้งครรภ์ ทำไมผู้หญิงหลายคนจึงเลือกแช่แข็งไข่? การแช่แข็งไข่การย้ายตัวอ่อนเป็นวิธีรักษาความสามารถในการมีลูกที่ตรงใจผู้หญิงยุคใหม่จำนวนมาก เนื่องจากข้อดีต่อไปนี้: […]
PGT/PGD
ที่ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic เราเข้าใจดีว่าบนเส้นทางสู่การมีลูก บางครั้งก็อาจต้องเจอทางโค้งที่ไม่คาดคิด แม้ร่างกายจะดูแข็งแรงดี แต่บางคนก็อาจพบภาวะมีบุตรยาก ปัญหานี้ทำให้เราต้องหาวิธีแก้ไขและพิจารณาทุกแนวทางที่เป็นไปได้ หนึ่งในเรื่องที่เราให้ความสำคัญก็คือ “พันธุกรรม” ซึ่งมีบทบาทต่ออนามัยการเจริญพันธุ์ค่ะ แม้การพูดถึงพันธุกรรมอาจฟังดูซับซ้อน แต่การทำความเข้าใจเกี่ยวกับความผิดปกติทางพันธุกรรมที่อาจเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยากจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ และสามารถเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเอง ในบทความนี้ เรามาเรียนรู้กันดีกว่าค่ะว่าความผิดปกติทางพันธุกรรมแบบใดที่พบได้บ่อยและอาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ของคุณ เพื่อให้คุณเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ความผิดปกติของโครโมโซม โครโมโซมเป็นโครงสร้างสำคัญที่บรรจุข้อมูลทางพันธุกรรมของเราไว้ และมีบทบาทโดยตรงต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์ หากจำนวนหรือโครงสร้างของโครโมโซมผิดปกติ ไม่ว่าจะในเพศชายหรือหญิง ก็อาจส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ได้ กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ (Turner Syndrome): กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ในเพศหญิงเกิดจากโครโมโซม X แท่งหนึ่งหายไปหรือไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจส่งผลให้รังไข่ทำงานผิดปกติ หรือที่เราเรียกว่า ภาวะรังไข่เสื่อมก่อนวัย (Premature Ovarian Insufficiency) และนำไปสู่ภาวะมีบุตรยาก เพราะการไม่มีโครโมโซม X อีกแท่งหนึ่งทำให้รังไข่เจริญเติบโตและทำงานได้ไม่เต็มที่ ในเพศชายก็มีภาวะที่เรียกว่ากลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ (Klinefelter Syndrome) ซึ่งเกิดจากการที่มีโครโมโซม X เกินมาหนึ่งแท่ง (XXY) ภาวะนี้มักจะทำให้มีจำนวนอสุจิน้อย หรือไม่มีอสุจิเลย (Azoospermia) ซึ่งส่งผลเสียต่อภาวะเจริญพันธุ์อย่างมาก โครโมโซม X ที่เกินมานี้จะไปรบกวนการสร้างฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) […]
ไลฟ์สไตล์กับภาวะเจริญพันธุ์
เวลาวางแผนมีลูก หลายคนมักโฟกัสที่การตรวจภาวะเจริญพันธุ์ การนับวันไข่ตก หรือการรักษาต่าง ๆ แต่ความจริงแล้วการใช้ชีวิตประจำวันของเราก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิง การเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพโดยรวม สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจว่าอาหารและการออกกำลังกายส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์อย่างไร พร้อมแนะนำการปรับเปลี่ยนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะพยายามด้วยวิธีธรรมชาติหรือวางแผนทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ทำไมไลฟ์สไตล์ถึงมีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์? ภาวะเจริญพันธุ์ไม่ใช่แค่เรื่องของฮอร์โมน แม้ว่าการรักษาภาวะมีบุตรยากจะเน้นไปที่ฮอร์โมนและระบบสืบพันธุ์เป็นหลัก แต่สุขภาพโดยรวมของร่างกายก็มีบทบาทที่สำคัญไม่แพ้กัน ร่างกายต้องรู้สึกปลอดภัยและมีความสมดุลมากพอจึงจะพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ ซึ่งพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างการนอนหลับ ความเครียด การสูบบุหรี่ รวมถึงอาหารที่รับประทาน ล้วนส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ของเราได้ทั้งนั้นเลยค่ะ ยกตัวอย่าง ระดับความเครียดที่สูงอาจไปรบกวนการตกไข่ในผู้หญิง หรือการสร้างอสุจิในผู้ชายได้ อีกทั้งการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอก็อาจส่งผลต่อฮอร์โมนที่ควบคุมรอบเดือน หรือระดับเทสโทสเตอโรนได้เช่นกัน ทั้งผู้ชายและผู้หญิงต่างก็ได้รับผลกระทบ ภาวะเจริญพันธุ์ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กันค่ะ มีหลายงานวิจัยพบว่าผู้ชายที่รับประทานอาหารดี มีสารอาหารครบถ้วน และออกกำลังกายสม่ำเสมอมักจะมีปริมาณอสุจิมาก และอสุจิก็เคลื่อนที่ได้ดีด้วย สำหรับผู้หญิง การมีฮอร์โมนที่สมดุลและการตกไข่ที่สม่ำเสมอก็มักเกิดจากการได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดีเช่นกัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อยเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นนอกจากจะส่งผลดีต่อทั้งคุณและคู่รักแล้ว ยังทำให้คุณมีพื้นฐานร่างกายที่แข็งแรงสำหรับการตั้งครรภ์และทำหน้าที่พ่อแม่ในอนาคตด้วยค่ะ อาหารมีบทบาทอย่างไรต่อภาวะเจริญพันธุ์? อาหารที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ การกินอาหารที่สมดุลนั้นไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อฮอร์โมน รวมถึงคุณภาพของไข่และอสุจิด้วยค่ะ ประเภทอาหารที่ควรเน้นได้แก่: เรามักพบวัตถุดิบเหล่านี้ในเมนูอาหารเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นรูปแบบการรับประทานอาหารที่ได้รับการยอมรับว่าดีต่อภาวะเจริญพันธุ์ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง อาหารที่ควรลดหรือหลีกเลี่ยง อาหารบางประเภทอาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ได้หากรับประทานบ่อย […]
TESA/PESA
เมื่อคู่รักเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก หลายคนอาจไม่รู้ว่าสาเหตุเกือบครึ่งหนึ่งมาจากฝ่ายชาย ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยกว่าที่คิดค่ะ ในบางกรณี ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การสร้างอสุจิ แต่เป็นการที่ไม่สามารถหลั่งอสุจิออกมาตามธรรมชาติได้ เช่น ในภาวะที่มีการอุดตัน หรือในกรณีที่ร่างกายไม่ผลิตอสุจิออกมาเลย ถ้าคุณหรือคนรักได้รับคำแนะนำให้ทำ IVF ร่วมกับ ICSI (การฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง) คุณอาจเคยได้ยินชื่อวิธีการที่ใช้ในการเก็บอสุจิอย่าง TESA และ PESA ศัพท์ทางการแพทย์เหล่านี้อาจฟังดูน่ากลัวในตอนแรก แต่ความจริงแล้ว TESA และ PESA เป็นวิธีที่ปลอดภัย ตรงไปตรงมา และได้ผลดีทีเดียวสำหรับการเก็บอสุจิในกรณีที่ไม่มีอสุจิในน้ำเชื้อ ทั้งสองเทคนิคนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์อย่าง IVF หรือ ICSI ซึ่งช่วยให้ผู้ชายมากมายกลายเป็นคุณพ่อได้สำเร็จ ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า TESA และ PESA คืออะไร ใช้ในกรณีไหน แตกต่างกันอย่างไร และควรเตรียมตัวอย่างไรหากแพทย์แนะนำให้คุณใช้วิธีใดวิธีหนึ่งค่ะ ทำไม TESA และ PESA จึงถูกนำมาใช้ในการรักษาภาวะมีบุตรยาก? ไม่สามารถเก็บอสุจิจากการหลั่งตามธรรมชาติได้ TESA และ PESA เป็นหัตถการที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยในกรณีที่ไม่พบอสุจิในน้ำเชื้อ ซึ่งเป็นภาวะที่เรียกว่า “Azoospermia” หรือภาวะไม่มีอสุจิในน้ำอสุจินั่นเอง โดยภาวะนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 […]
การตรวจและวิเคราะห์ภาวะมีบุตรยาก
การวางแผนมีลูกเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยความหวัง ความกังวล และคำถามสารพัด การตัดสินใจตรวจภาวะเจริญพันธุ์คือก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่งเลยค่ะ โดยเฉพาะสำหรับคู่รักและผู้คนอีกมากมายที่พยายามมีลูกมานานหลายเดือน หรือแม้กระทั่งหลายปีโดยไม่ประสบความสำเร็จ ที่ Millennium IVF Clinic เราเข้าใจดีว่าการเข้ามาตรวจภาวะเจริญพันธุ์ครั้งแรกอาจเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนรู้สึกประหม่า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราทำทุกอย่างเพื่อให้คุณรู้สึกอุ่นใจและได้รับข้อมูลที่เข้าใจง่าย การตรวจครั้งแรกไม่ใช่การเริ่มต้นรักษาทันที แต่เป็นการเก็บข้อมูล ตรวจร่างกาย ทำความเข้าใจระบบสืบพันธุ์ของคุณ และช่วยให้คุณมองเห็นทางเลือกที่ชัดเจนมากขึ้นสำหรับเส้นทางข้างหน้าค่ะ ใบความนี้ เราจะพาคุณมาเรียนรู้ว่าในวันนัดตรวจภาวะเจริญพันธุ์ครั้งแรกมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง สิ่งที่ควรเตรียมมา รวมถึงการตรวจต่าง ๆ เพื่อให้คุณรู้สึกพร้อมและมั่นใจมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคู่รักที่พยายามมีลูก หรืออยากเก็บรักษาภาวะเจริญพันธุ์ของตนเองไว้ หรือกำลังวางแผนเพื่ออนาคต การรู้ล่วงหน้าและเตรียมตัวอย่างเหมาะสมคือก้าวแรกที่สำคัญในการดูแลอนามัยเจริญพันธุ์ของคุณค่ะ การตรวจประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถเพิ่มโอกาสสำเร็จในการมีลูกได้อย่างมากเลยนะคะ ตัวอย่างเช่น การตรวจระดับฮอร์โมน Anti-Müllerian (AMH) ที่ช่วยประเมินจำนวนไข่ที่เหลืออยู่ในรังไข่ การตรวจนี้เป็นเครื่องมือที่ช่วยทำนายการตอบสนองต่อการกระตุ้นรังไข่ในกระบวนการ IVF ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยค่ะ สำหรับคุณผู้ชาย การตรวจอสุจิก็สามารถช่วยระบุสาเหตุของปัญหาที่มักจะถูกมองข้ามหากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกจุด และรักษาได้อย่างทันท่วงทีค่ะ เนื้อหาต่อไปนี้จะเป็นการอธิบายให้ชัดเจนขึ้นว่าเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ตัดสินใจเข้ารับการตรวจภาวะเจริญพันธุ์คืออะไร และขั้นตอนต่าง ๆ ที่คุณอาจพบในวันแรกของการตรวจค่ะ ทำไมคุณจึงควรตรวจภาวะเจริญพันธุ์ สาเหตุที่พบบ่อย หากคุณพยายามมีลูกมาระยะหนึ่งแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จ คุณไม่ได้โดดเดี่ยว และไม่ได้ทำอะไรผิดเลยค่ะ คู่รักหลายคู่ได้รับคำแนะนำให้เข้ารับการตรวจภาวะเจริญพันธุ์หากยังไม่ตั้งครรภ์หลังพยายามมานานกว่า 12 เดือน หรือหากฝ่ายหญิงอายุเกิน 35 […]
อิ๊กซี่ (ICSI)
หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นกลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) คุณอาจสงสัยว่าคุณยังสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อแพทย์กล่าวถึงวิธีรักษา เช่น การฉีดอสุจิเข้าเซลล์ไข่โดยตรง (ICSI) คำถามนี้เป็นเรื่องที่พบบ่อย และมักมาพร้อมกับทั้งความหวัง ความไม่แน่ใจ และความอยากรู้ว่าต้องเผชิญอะไรบ้าง ข่าวดีคือ ผู้หญิงจำนวนมากที่มีภาวะ PCOS สามารถตั้งครรภ์ได้สำเร็จ และในบางกรณี ICSI เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การตั้งครรภ์เป็นจริงได้ บทความนี้จะอธิบายว่า PCOS ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์อย่างไร วิธีการทำ ICSI คืออะไร และมีทางเลือกใดบ้างในการรักษา เพื่อให้คุณตัดสินใจในขั้นตอนต่อไปอย่างมั่นใจ PCOS คืออะไร และส่งผลต่อการเจริญพันธุ์อย่างไร? PCOS คืออะไร? PCOS เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับความไม่สมดุลของฮอร์โมน ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของรังไข่ ผู้หญิงที่มี PCOS มักมีประจำเดือนมาไม่ปกติหรือไม่มีการตกไข่อย่างสม่ำเสมอ อาการอื่นที่พบได้บ่อย ได้แก่ สิว ขนดก และน้ำหนักตัวที่ลดลงยาก อย่างไรก็ตาม อาการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ทำไม PCOS จึงทำให้ตั้งครรภ์ยาก หนึ่งในปัญหาหลักของ PCOS คือการตกไข่ที่ไม่สม่ำเสมอหรือไม่เกิดขึ้นเลย แม้จะมีจำนวนไข่เพียงพอ แต่ไข่อาจไม่เจริญเต็มที่หรือไม่หลุดออกมา PCOS ยังเชื่อมโยงกับภาวะดื้อต่ออินซูลินและระดับการอักเสบในร่างกายที่สูง ซึ่งอาจกระทบต่อคุณภาพไข่และความสมดุลของฮอร์โมน […]
เด็กหลอดแก้ว (IVF)
หากคุณผ่านกระบวนการทำ IVF มาแล้วและทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของตัวอ่อน การย้ายตัวอ่อนที่ตรงเวลา หรือฮอร์โมนที่สนับสนุนอย่างเหมาะสม แต่ยังไม่ตั้งครรภ์ — คุณไม่ได้เผชิญสิ่งนี้เพียงลำพังค่ะ หลายคนอาจมองข้ามปัจจัยเล็ก ๆ แต่สำคัญมากอย่างหนึ่งไป นั่นคือ “ความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก” ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ภายในมดลูก และเป็นจุดที่ตัวอ่อนจะฝังตัว หากเยื่อบุนี้ไม่เหมาะสม แม้ตัวอ่อนจะดีแค่ไหน โอกาสสำเร็จก็อาจลดลงได้ ในการทำ IVF การเตรียมตัวให้ถูกจังหวะและถูกวิธีคือหัวใจสำคัญ ตัวอ่อนต้องฝังตัวในโพรงมดลูกที่ไม่เพียงแต่พร้อมทางฮอร์โมน แต่ต้องพร้อมทางร่างกายด้วย ซึ่งหมายถึงเยื่อบุโพรงมดลูกที่แข็งแรงและพัฒนาเต็มที่ บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า “ความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก” คืออะไร ทำไมจึงสำคัญต่อความสำเร็จของการฝังตัว และมีวิธีดูแลหรือปรับปรุงอย่างไร หากค่าที่ได้ยังไม่เหมาะสม ไม่ว่าคุณจะกำลังเตรียมตัวสำหรับการย้ายตัวอ่อนครั้งแรก หรือเคยมีประสบการณ์รอบที่ไม่สำเร็จมาแล้ว การเข้าใจปัจจัยนี้จะช่วยให้คุณวางแผนการรักษาได้ชัดเจนและมั่นใจมากยิ่งขึ้นค่ะ เยื่อบุโพรงมดลูกคืออะไร และทำไมความหนาจึงมีความสำคัญ? เยื่อบุโพรงมดลูกคืออะไร? เยื่อบุโพรงมดลูกคือชั้นเนื้อเยื่อด้านในสุดของมดลูก ซึ่งจะหนาตัวขึ้นในแต่ละเดือนภายใต้อิทธิพลของฮอร์โมนเอสโตรเจน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฝังตัวของไข่ที่ปฏิสนธิแล้ว เยื่อบุนี้จะกลายเป็นพื้นที่ที่นุ่ม อุดมไปด้วยเลือดและสารอาหาร หากไม่มีการฝังตัวเกิดขึ้น เยื่อบุนี้ก็จะหลุดลอกออกมาในรูปแบบของประจำเดือน ในกระบวนการทำ IVF ร่างกายของคุณจะไม่ได้ผ่านกระบวนการนี้อย่างธรรมชาติ ฮอร์โมนจะถูกใช้เพื่อเตรียมมดลูกของคุณ และทีมดูแลจะจัดเวลาทุกอย่างอย่างระมัดระวังให้ตรงกับการพัฒนาของตัวอ่อน นั่นคือเหตุผลที่เยื่อบุโพรงมดลูกที่พร้อมรับและเตรียมตัวมาอย่างดีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทำไมความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูกจึงมีบทบาทใน IVF แม้ตัวอ่อนคุณภาพดีแค่ไหนก็ไม่สามารถฝังตัวได้ดีถ้าเยื่อบุโพรงมดลูกไม่พร้อมรับ เยื่อบุโพรงมดลูกที่บางเกินไปอาจไม่สามารถให้การสนับสนุนหรือการไหลเวียนของเลือดที่จำเป็นสำหรับตัวอ่อนในการฝังตัวและเติบโต มดลูกที่พร้อมรับนั้นสำคัญพอ […]
ภาวะเจริญพันธุ์ของชายและหญิง
เมื่อคุณเตรียมตัวสำหรับการทำ IVF การเลือกใช้อสุจิสดหรืออสุจิแช่แข็งอาจดูเป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับคุณภาพไข่หรือการเตรียมฮอร์โมน แต่การตัดสินใจนี้กลับก่อให้เกิดคำถามมากมาย เช่น การใช้อสุจิแช่แข็งจะส่งผลต่อการปฏิสนธิหรือไม่? จะทำให้อัตราการตั้งครรภ์ลดลงหรือเปล่า? การเข้าใจว่าทั้งสองแบบนี้ให้ผลลัพธ์อย่างไร และแบบไหนดีกว่ากันจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทคนิคการแช่อสุจิได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก ในบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้ว่าอสุจิสดและอสุจิแช่แข็งเปรียบเทียบกันอย่างไรในผลลัพธ์สำคัญของ IVF เช่น การปฏิสนธิ คุณภาพตัวอ่อน อัตราการตั้งครรภ์ และอัตราการคลอดสำเร็จ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยล่าสุด เราจะช่วยให้คุณเข้าใจว่าข้อมูลเหล่านี้หมายถึงอะไรสำหรับเส้นทาง IVF ของคุณ โดยเฉพาะถ้าคุณใช้สเปิร์มจากผู้บริจาค มีความท้าทายเรื่องเวลานัด หรือสถานการณ์พิเศษอื่น ๆ การแช่อสุจิทำงานอย่างไร กระบวนการเริ่มต้นด้วยการแช่แข็งตัวอ่อน (cryopreservation) ซึ่งจะใช้ตัวอสุจิคุณภาพสูงที่แยกออกมาด้วยเทคนิค swim-up ผสมกับสารละลายป้องกัน (มักเป็นสารที่มีส่วนผสมของกลีเซอรอล) เพื่อปกป้องเซลล์อสุจิในระหว่างการแช่เย็น จากนั้นจะทำการลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็ง เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้ตัวอย่างนี้ จะมีการละลายอย่างอ่อนโยนภายใต้สภาพที่ควบคุมอย่างแม่นยำ ทำไมเราต้องแช่แข็งอสุจิ การแช่แข็งอสุจิช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและสนับสนุนการวางแผน: อสุจิแช่แข็งส่งผลต่อการปฏิสนธิและคุณภาพของตัวอ่อนได้หรือไม่? งานวิจัยในปี 2024 พบว่าแม้การเคลื่อนไหวของอสุจิจะลดลงจากประมาณ 82% เป็น 75% หลังจากการแช่แข็งและละลาย แต่เปอร์เซ็นต์การปฏิสนธิแทบไม่แตกต่างกันเลย คือ 68.3% สำหรับอสุจิแช่แข็ง และ 67.5% สำหรับอสุจิสด จำนวนตัวอ่อนที่มีชีวิต […]
การย้ายตัวอ่อน
คุณอาจได้เตรียมความพร้อมเรื่องการเจริญพันธุ์มาอย่างดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของตัวอ่อน ระดับฮอร์โมน หรือการกำหนดเวลาที่เหมาะสม แต่สำหรับบางคน การย้ายตัวอ่อนกลับเข้าโพรงมดลูกก็ยังไม่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ แล้วถ้ามีปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้ามอย่าง “ไมโครไบโอม” หรือจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในระบบสืบพันธุ์ล่ะ? งานวิจัยล่าสุดชี้ว่า ความสมดุลของแบคทีเรียที่ “เป็นมิตร” ในบริเวณนี้ อาจมีบทบาทช่วยให้ตัวอ่อนฝังตัวได้สำเร็จมากขึ้น บทความนี้จะอธิบายว่า ไมโครไบโอมของระบบสืบพันธุ์คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อกระบวนการฝังตัวของตัวอ่อน (ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งครรภ์) และคลินิกที่ทันสมัย เช่น Millennium IVF นำความรู้นี้มาช่วยวางแผนการรักษาอย่างไรบ้าง เราจะพูดถึงทั้งการทดสอบไมโครไบโอมและวิธีดูแลให้ระบบจุลินทรีย์ของคุณสมดุล เพื่อให้คุณมีข้อมูลพร้อมในการตัดสินใจบนเส้นทาง IVF อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นค่ะ ไมโครไบโอมในระบบสืบพันธุ์คืออะไร? ไมโครไบโอมในช่องคลอดหมายถึงระบบนิเวศของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในช่องคลอดของคุณ โดยทั่วไปจะมีแบคทีเรียกลุ่มแลคโตบาซิลลัสเป็นชนิดหลัก แบคทีเรียที่เป็นมิตรเหล่านี้ช่วยรักษาความเป็นกรดด่าง (pH) ให้อยู่ในระดับต่ำ และปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อ ไมโครไบโอมในมดลูก ซึ่งเคยเชื่อว่าปราศจากเชื้อจริง ๆ แล้ว อาจมีชุมชนจุลินทรีย์ขนาดเล็ก รวมถึงแบคทีเรียในเยื่อบุโพรงมดลูก (endometrium) อยู่ด้วย นักวิทยาศาสตร์ยังคงถกเถียงกันว่ามีไมโครไบโอมหลักในมดลูกที่คงที่หรือไม่ เนื่องจากหลักฐานซับซ้อนเพราะจำนวนแบคทีเรียมีน้อยมากและมีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนในการเก็บตัวอย่าง ทำไมจึงมีความสำคัญต่อการฝังตัวของตัวอ่อน สภาพแวดล้อมที่มีสุขภาพดีและเต็มไปด้วยแบคทีเรีย Lactobacillus จะสร้าง “ดิน” ที่มีความเป็นกรดและมีการอักเสบน้อย ซึ่งเหมาะสมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน ในทางกลับกัน การเกิด “dysbiosis” หรือความไม่สมดุลของจุลินทรีย์สามารถกระตุ้นการอักเสบที่รบกวนการเกาะตัวของตัวอ่อนได้ […]
การฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI)
การเข้ารับการฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) อาจทำให้เกิดความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความหวังและความไม่แน่ใจ หลายคนอาจสงสัยว่าขั้นตอนต่าง ๆ มีอะไรบ้าง เจ็บหรือไม่ หรือหลังทำต้องใช้ชีวิตอย่างไรต่อไป บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับกระบวนการ IUI ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงช่วงรอผลสองสัปดาห์ เพื่อช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจและพร้อมมากขึ้นค่ะ ในบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้ภาพรวมของแต่ละขั้นตอนในรอบการทำ IUI พร้อมคำอธิบายว่าแต่ละขั้นตอนสำคัญอย่างไร เราจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆว่า IUI คืออะไร เหมาะกับใคร และยาที่ใช้ในกระบวนการมีบทบาทอย่างไรในการกำหนดช่วงเวลาการตกไข่ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเตรียมเชื้ออสุจิ ขั้นตอนการฉีดเชื้อ และสิ่งที่คุณควรคาดหวังหลังจากทำหัตถการ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ในการทำ IUI หรือเคยมีประสบการณ์มาก่อน บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจกระบวนการและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจค่ะ สถิติที่น่าสนใจ: อัตราการตั้งครรภ์จาก IUI ต่อรอบอยู่ที่ประมาณ 9–20% ขึ้นอยู่กับอายุและการวินิจฉัย แต่เมื่อทำหลายรอบ อัตราความสำเร็จรวมสามารถเพิ่มขึ้นได้ถึง 30–40% เลยทีเดียว บทความนี้จะอธิบายให้ชัดเจนว่าตัวเลขนี้มีความหมายอย่างไรต่อเส้นทางการสร้างครอบครัวของคุณค่ะ ทย์ไปจนถึงช่วงรอผลหลังทำหัตถการ IUI คืออะไร และเหมาะกับใคร? IUI หรือการฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง เป็นหัตถการเพื่อการเจริญพันธุ์ที่ทำในช่วงเวลาที่ตรงกับการตกไข่ โดยใช้อสุจิที่ผ่านการล้างอย่างพิเศษเพื่อให้มีคุณภาพดี การฉีดเชื้อเข้าไปใกล้ไข่มากขึ้นช่วยเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิ โดยไม่ต้องผ่านปากมดลูก หลายคนรู้สึกสบายใจกับกระบวนการนี้เพราะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ทำที่คลินิก และไม่เจ็บมากนัก ใครบ้างที่อาจเหมาะกับการทำ IUI *หมายเหตุ: กลุ่มผู้เข้ารับการรักษาตามหมวดหมู่ที่กล่าวถึงนี้ ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ารับการทำ IUI ในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน จากงานวิจัยพบว่า อัตราการตั้งครรภ์ต่อรอบการทำ IUI อยู่ที่ประมาณ 7.5% ถึง 10% ในผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 40 ปี และจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น โดยอยู่ที่ประมาณ 9.8% ในผู้หญิงอายุระหว่าง 40–42 ปี สำหรับผู้ที่อายุน้อยกว่า 35 ปี อัตราความสำเร็จอาจอยู่ที่ประมาณ 13–14% ต่อรอบการทำ IUI ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเหตุใดการทำ IUI จึงมักเป็นทางเลือกแรกในการรักษาภาวะมีบุตรยาก เพราะเป็นวิธีที่ไม่รุกล้ำร่างกายมากนัก ทำซ้ำได้ง่าย และยังคงมีโอกาสสำเร็จที่ดี ขึ้นอยู่กับสภาวะของแต่ละบุคคล การเตรียมตัวก่อนเข้าสู่รอบการทำ IUI การปรึกษาแพทย์ครั้งแรกและการตรวจประเมินภาวะเจริญพันธุ์ ยาที่คุณอาจได้รับ ขึ้นอยู่กับโปรไฟล์ภาวะเจริญพันธุ์ของคุณ ทีมแพทย์อาจแนะนำยาเหล่านี้เพื่อกระตุ้นการตกไข่: สุขภาพ ประวัติทางการแพทย์ และความสะดวกของคุณในการเข้ารับการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ล้วนมีบทบาทสำคัญในการเลือกแนวทางที่เหมาะสมสำหรับรอบ IUI ของคุณ การติดตามรอบเดือนและการจับเวลาที่เหมาะสม การติดตามการตกไข่ เมื่อฟอลลิเคิลที่โดดเด่นมีขนาดประมาณ 18–20 มม. และระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนของคุณสูงขึ้น คุณจะได้รับการฉีดฮอร์โมน hCG เพื่อกระตุ้นการตกไข่ การฉีดนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ช่วยให้ไข่หลุดออกมา จากนั้นจะนัดทำ IUI ประมาณ 36 ชั่วโมงต่อมา เพื่อให้ตรงกับช่วงตกไข่และเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิให้สูงสุด การเก็บและเตรียมตัวอสุจิ ขั้นตอนการทำ IUI คนไข้ส่วนใหญ่มักพักอยู่ในห้องประมาณ 10–20 นาทีหลังทำเพื่อให้แน่ใจว่ารู้สึกปกติดี เมื่อถึงเวลาที่ต้องคิดถึงขั้นตอนถัดไป สิ่งที่คุณสามารถทำได้ หากคุณยังไม่แน่ใจว่าจะทำ IUI ต่อไปหรือเปลี่ยนไปทำ IVF ลองปรึกษาทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ Millennium IVF เราพร้อมช่วยคุณวางแผนเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ
PGT/PGD
การทำ IVF อาจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในกรณีที่ตัวอ่อนฝังตัวไม่สำเร็จหรือตั้งครรภ์แล้วแท้งในระยะเริ่มต้น ซึ่งบ่อยครั้งสาเหตุที่แท้จริงมักซ่อนอยู่ในโครโมโซม เช่น การมีโครโมโซมเกินหรือลดลงบางส่วนที่ส่งผลต่อพัฒนาการของตัวอ่อน การตรวจคัดกรองโครโมโซมก่อนการฝังตัว หรือ PGT-A (Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidy) จึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วย “ส่องดูภายใน” เพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมปกติ อาจช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จของการทำ IVF ได้ ในบทความนี้ เราจะอธิบายอย่างชัดเจน เข้าใจง่ายว่า PGT-A ทำงานอย่างไร ใครเหมาะสมที่สุด และข้อดี-ข้อจำกัดของการตรวจนี้ คุณจะได้เรียนรู้ว่า PGT-A มีส่วนช่วยลดอัตราการแท้ง และการเลือกตัวอ่อนที่โครโมโซมสมบูรณ์ (euploid) ช่วยเพิ่มโอกาสการฝังตัวได้อย่างไร พร้อมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ความจำเป็นต้องเจาะเซลล์ตัวอ่อน และข้อจำกัดของวิธีนี้ เมื่ออ่านจบ คุณจะมีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจว่า PGT-A เหมาะกับเส้นทางการมีบุตรของคุณหรือไม่ เพื่อให้คุณพูดคุยกับทีม IVF ของเราได้อย่างมั่นใจและรอบคอบ PGT คืออะไร และทำงานอย่างไร? PGT-A vs PGT-M vs PGT-SR เมื่อพูดถึง “การตรวจโครโมโซม” ในกระบวนการ IVF คนส่วนใหญ่มักหมายถึง PGT-A (Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidy) ซึ่งเป็นการตรวจคัดกรองเพื่อดูว่าตัวอ่อนมีจำนวนโครโมโซมครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ เพราะหากมีโครโมโซมขาดหรือเกิน เช่นในกรณีของกลุ่มอาการดาวน์ (Down syndrome) อาจทำให้การตั้งครรภ์ไม่สำเร็จตั้งแต่แรกเริ่ม นอกจากนี้ยังมีการตรวจ PGT ประเภทอื่นอีกสองแบบที่คุณอาจเคยได้ยิน ได้แก่ กระบวนการเก็บตัวอย่างเซลล์และการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ การตรวจนี้ไม่ได้ “ซ่อมแซม” ตัวอ่อน แต่เป็นวิธีช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโอกาสสูงสุดในการตั้งครรภ์ที่แข็งแรงสมบูรณ์ ประโยชน์ของการตรวจโครโมโซม (PGT-A) มีอะไรบ้าง เพิ่มอัตราการฝังตัวและการตั้งครรภ์จนคลอด จากผลการศึกษาพบว่า PGT-A อาจช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ที่ดำเนินการต่อเนื่องและการคลอดบุตรอย่างสมบูรณ์ได้ แม้จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่ก็มีความหมายต่อความสำเร็จต่อการย้ายตัวอ่อนในแต่ละครั้ง ลดอัตราการแท้งบุตร การใช้ PGT-A ยังสัมพันธ์กับการลดอัตราการแท้งบุตรอย่างมีนัยสำคัญ: เพิ่มโอกาสการฝังตัว ลดจำนวนครั้งที่ต้องย้ายตัวอ่อน การเลือกตัวอ่อนที่เหมาะสมมีความสำคัญกับ: ใครที่ได้ประโยชน์สูงสุดในการตรวจ PGT-A? PGT-A ให้ผลดีที่สุดกับกลุ่มต่อไปนี้: ใครที่เหมาะสมที่สุดกับการตรวจ PGT (Preimplantation Genetic Testing) กลุ่มที่เหมาะสำหรับการทำ PGT-A […]
ไลฟ์สไตล์กับภาวะเจริญพันธุ์
เมื่อคู่รักเริ่มคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์ หลายคนมักถามคำถามที่คุ้นเคย: กางเกงชั้นในที่ใส่มีผลจริงหรือ? เรื่องราวเรื่องบ็อกเซอร์กับบรีฟเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันมาหลายสิบปี ทำให้หลายคู่ไม่แน่ใจว่าสิ่งพื้นฐานอย่างกางเกงชั้นในอาจส่งผลต่อโอกาสในการมีลูกหรือไม่ ทฤษฎีนี้มาจากข้อเท็จจริงที่ว่าอสุจิถูกสร้างขึ้นในอัณฑะ ซึ่งต้องการอุณหภูมิที่เย็นกว่าส่วนอื่นของร่างกาย การใส่กางเกงชั้นในรัดแน่นถูกเสนอว่าสามารถเพิ่มความร้อนบริเวณนี้ ซึ่งอาจทำลายกระบวนการสร้างอสุจิได้ แต่แม้ว่าสมมติฐานจะดูเรียบง่าย หลักฐานจริงกลับให้มุมมองที่ซับซ้อนกว่า ในบทความนี้ เราจะวิเคราะห์ว่าการเลือกกางเกงชั้นในมีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชายจริงหรือไม่ คุณจะเข้าใจว่าความเข้าใจผิดนี้มาจากไหน งานวิจัยปัจจุบันเสนออะไร และปัจจัยใดที่ส่งผลต่อสุขภาพอสุจิอย่างแท้จริง ทำความเข้าใจพื้นฐานภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชาย ก่อนที่จะเจาะลึกเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับกางเกงชั้นใน ควรเข้าใจก่อนว่าอสุจิถูกสร้างขึ้นอย่างไรและอะไรบ้างที่ส่งผลต่อสุขภาพของมัน กระบวนการสร้างอสุจิ อสุจิถูกสร้างขึ้นภายในอัณฑะผ่านกระบวนการที่เรียกว่า สเปอร์มาโตเจเนซิส (spermatogenesis) กระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 70 ถึง 90 วันตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสมบูรณ์ อัณฑะตั้งอยู่นอกร่างกายในถุงอัณฑะเนื่องจากต้องรักษาอุณหภูมิให้เย็นกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อทำงานได้อย่างเหมาะสม แม้การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเล็กน้อยก็สามารถทำให้อสุจิทำงานได้น้อยลง ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพอสุจิโดยทั่วไป การเลือกกางเกงชั้นในอาจมีบทบาทเพียงเล็กน้อย แต่ปัจจัยอื่น ๆ มีความสำคัญมากกว่า: ความเชื่อเกี่ยวกับกางเกงชั้นในรัดแน่น การถกเถียงเรื่องบ็อกเซอร์กับบรีฟมีมานานหลายปี ผู้ชายหลายคนกังวลว่าการใส่กางเกงชั้นในรัดแน่นอาจลดโอกาสในการเป็นพ่อ แต่ความจริงมีความซับซ้อนกว่านั้น ที่มาของความคิดนี้ ผลการวิจัยชี้ว่า งานวิทยาศาสตร์มีผลลัพธ์ผสมกัน เคล็ดลับเชิงปฏิบัติสำหรับผู้ชายที่พยายามตั้งครรภ์ แม้ว่าสไตล์กางเกงชั้นในจะมีบทบาทเพียงเล็กน้อย ผู้ชายก็ยังสามารถทำขั้นตอนที่มีความหมายเพื่อสนับสนุนการสร้างอสุจิที่แข็งแรงและปรับปรุงภาวะเจริญพันธุ์โดยรวมได้ การเลือกสวมใส่เสื้อผ้า พฤติกรรมที่มีหลักฐานรองรับ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาจากการเลือกใช้ชีวิตประจำวัน: มองไกลกว่าการถกเถียงเรื่องบ็อกเซอร์กับบรีฟ การใส่กางเกงชั้นในรัดแน่นเพียงอย่างเดียวไม่น่าจะเป็นปัจจัยตัดสินภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชาย แต่อาจมีความสบายเล็กน้อยจากการสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวมและระบายอากาศได้ดี ผลกระทบหลักต่อสุขภาพอสุจิรวมถึงปัจจัยการใช้ชีวิตและปัญหาทางการแพทย์ที่กว้างกว่า เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ […]
การพักฟื้นและการดูแลหลังการรักษา
การมีอาการท้องอืด หนักท้อง หรือรู้สึกไม่สบายตัวหลังการทำ IVF อาจทำให้คนไข้หลายคนรู้สึกประหลาดใจ แม้กระบวนการจะเป็นไปด้วยดี แต่ในช่วงไม่กี่วันหลังการกระตุ้นรังไข่หรือการเก็บไข่ อาจเกิดอาการบวม เหนื่อยล้า หรือความไม่สบายเล็กน้อย ซึ่งทำให้กิจวัตรประจำวันดูยากกว่าที่คาดไว้ ความรู้สึกเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากไม่มีคำแนะนำที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ความกังวลที่ไม่จำเป็นได้ อาการท้องอืดและความไม่สบายตัวหลัง IVF มักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของร่างกายต่อยากระตุ้นการเจริญพันธุ์และความผันผวนของฮอร์โมน ในบทความนี้ เราจะอธิบายสาเหตุของอาการเหล่านี้ ชี้แจงว่าสิ่งใดถือว่าเป็นเรื่องปกติในช่วงพักฟื้น และแนะนำวิธีปฏิบัติที่ช่วยบรรเทาความไม่สบายตัวได้ที่บ้าน การเข้าใจการตอบสนองของร่างกายมากขึ้นจะช่วยให้คุณฟื้นตัวได้อย่างมั่นใจและลดความกังวลลง เหตุใดจึงเกิดอาการท้องอืดและไม่สบายตัวหลัง IVF การมีอาการท้องอืดหลัง IVF ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น แต่เป็นการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายต่อการกระตุ้น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และกระบวนการเก็บไข่เอง การเข้าใจสาเหตุมักช่วยให้อาการเหล่านี้จัดการได้ง่ายขึ้น ผลของการกระตุ้นรังไข่ ระหว่างการกระตุ้น รังไข่จะถูกกระตุ้นให้สร้างฟอลลิเคิลหลายใบ แทนที่จะเป็นเพียงใบเดียวเหมือนในรอบเดือนตามธรรมชาติ เมื่อฟอลลิเคิลเจริญเติบโต รังไข่จะมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้เกิดความรู้สึกแน่นหรือกดดันบริเวณท้องน้อย ซึ่งอาจเริ่มขึ้นก่อนการเก็บไข่และรุนแรงที่สุดหลังจากนั้น ร่างกายจะกักเก็บของเหลวมากขึ้นเมื่อมีการกระตุ้น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของของเหลวในเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดอาการบวมและท้องอืด ซึ่งอาจคล้ายกับอาการก่อนมีประจำเดือนอย่างรุนแรง บทบาทของการเก็บไข่ การเก็บไข่เป็นหัตถการที่มีการรุกล้ำน้อย แต่ยังคงเกี่ยวข้องกับการสอดเข็มผ่านผนังช่องคลอดเพื่อเก็บไข่จากฟอลลิเคิลแต่ละใบ ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบเล็กน้อยภายในร่างกายเป็นเวลาหลายวัน อาการเหล่านี้มักจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อรังไข่กลับสู่ขนาดปกติ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลังการรักษา หลังการเก็บไข่ ระดับเอสโตรเจนจะลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ระดับโปรเจสเตอโรนอาจเพิ่มขึ้น […]
เด็กหลอดแก้ว (IVF)
การเริ่มต้นรอบการทำ IVF มักมาพร้อมกับทั้งความหวังและความมุ่งมั่น การฉีดยาทุกวัน การติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ และการวางแผนอย่างรอบคอบ ล้วนมุ่งไปสู่การเก็บไข่ ซึ่งคนไข้จำนวนมากมองว่าเป็นหมุดหมายสำคัญ เมื่อรอบการรักษาถูกยุติก่อนจะถึงขั้นตอนนั้น ข่าวดังกล่าวอาจดูฉับพลันและน่าผิดหวังอย่างยิ่ง และอาจทำให้เกิดคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น หรือการรักษาล้มเหลวไปแล้วทั้งหมดหรือไม่ ในความเป็นจริง การยกเลิกรอบการทำ IVF เป็นการตัดสินใจทางการแพทย์ที่คำนึงถึงความปลอดภัยและโอกาสความสำเร็จในอนาคต ระดับฮอร์โมนอาจไม่ตอบสนองตามที่คาดไว้ ฟอลลิเคิลอาจเจริญเติบโตช้าเกินไปหรือเร็วเกินไป หรืออาจเกิดปัญหาสุขภาพที่ทำให้การดำเนินการต่อไม่เหมาะสม ในบทความนี้ เราจะอธิบายสาเหตุหลักที่ทำให้รอบการทำ IVF อาจต้องหยุดก่อนการเก็บไข่ วิธีที่แพทย์ประเมินสถานการณ์เหล่านี้ และทางเลือกที่คนไข้มักมีหลังจากนั้น การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้สามารถช่วยลดความสับสน และทำให้ขั้นตอนถัดไปชัดเจนและเป็นไปได้มากขึ้น การยกเลิกรอบการทำ IVF หมายความว่าอย่างไร การได้รับแจ้งว่ารอบการรักษาถูกยกเลิกอาจฟังดูเหมือนเป็นข้อสรุป แต่ในมุมมองทางการแพทย์แล้วไม่ใช่เช่นนั้น การยกเลิกก่อนการเก็บไข่หมายความว่าการรักษาถูกหยุดก่อนขั้นตอนการเก็บไข่จะเกิดขึ้น จะไม่มีการเก็บไข่ และกระบวนการจะไม่ดำเนินต่อไปสู่การปฏิสนธิหรือการพัฒนาของตัวอ่อน แม้จะเป็นเรื่องท้าทายทางอารมณ์ แต่การตัดสินใจนี้มักทำขึ้นเพื่อป้องกันโอกาสความสำเร็จที่ลดลงหรือเพื่อปกป้องสุขภาพของคุณ แพทย์จะไม่ยกเลิกรอบการรักษาโดยไม่ไตร่ตรอง การตัดสินใจเกิดขึ้นจากข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่เก็บรวบรวมระหว่างการติดตามผล เช่น ภาพอัลตราซาวด์และระดับฮอร์โมน เมื่อข้อมูลเหล่านี้บ่งชี้ว่าการดำเนินการต่ออาจมีความเสี่ยงหรือมีโอกาสได้น้อยที่จะได้ไข่ที่มีคุณภาพ การหยุดตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในรอบถัดไปได้ เหตุใดการยกเลิกจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในบางครั้ง รอบการทำ IVF ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสและความปลอดภัย หากสมดุลนั้นเอนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป การดำเนินการต่ออาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ในสถานการณ์เหล่านี้ การยกเลิกช่วยให้ทีมดูแลสามารถทบทวนและปรับแผนใหม่ แทนที่จะเดินหน้าต่อในรอบที่มีศักยภาพจำกัด การยกเลิกรอบการทำ […]
สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
ภาวะมีบุตรยากคืออะไร สาเหตุใดบ้างที่ส่งผลต่อภาวะมีบุตรยาก พร้อมวิธีการรักษาเพื่อให้คนไข้มีลูกง่ายขึ้น
กฎหมายเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์
สำหรับคุณผู้หญิงที่ทำหมันแล้วแต่อยากมีลูก ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีในการช่วยให้ตั้งครรภ์ หนึ่งเรื่องที่คุณผู้หญิงหลายคนสงสัยก็คือควรทำ IUI หรือทําอิ๊กซี่ (ICSI) จะดีกว่ากัน ครั้งนี้ทางศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic ก็ได้รวบรวมเอาความรู้เบื้องต้นมาฝาก พร้อมชี้แนะกฏหมายที่ควรรู้ กรณีใช้เทคโนโลยีที่ในการช่วยให้ตั้งครรภ์ การทำหมันผู้หญิง ทำอย่างไร? การทำหมันผู้หญิง แพทย์จะจัดการกับท่อนำไข่ ซึ่งเป็นอวัยวะที่เกี่ยวกับการปฏิสนธิ เพราะท่อนำไข่เป็นทางผ่านของอสุจิ หากตีบหรือตันก็จะทำให้อสุจิไม่สามารถเดินทางเข้าไปผสมกับเซลล์ไข่ได้ และไม่สามารถมีบุตรได้ เมื่อต้องการทำหมัน แพทย์จึงทำการปิดทางผ่านของอสุจิตัดท่อนำไข่ออกไปบางส่วนทั้ง 2 ข้าง เพื่อป้องกันการปฏิสนธิกันระหว่างไข่และอสุจิ ผู้หญิงทำหมันแล้วอยากลูก ทำได้หรือไม่? สำหรับผู้หญิงที่ทำหมันแล้ว แต่อยากมีลูกภายหลัง สามารถทำได้ ซึ่งจะทำได้ทั้งแบบ “แก้หมัน” และแบบที่ “ไม่ต้องแก้หมัน” ทางศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากที่มีความเชี่ยวชาญ จะรองรับการทำให้เกิดการปฏิสนธิด้วยเทคโนโลยีช่วยตั้งครรภ์ ที่ตอบโจทย์การมีบุตรทั้ง 2 แบบ ดังนี้ แบบที่ 1 : ทำให้มีบุตรโดยการแก้หมัน การทำให้มีบุตรโดยการแก้หมัน คือการผ่าตัดเชื่อมต่อท่อนำไข่ที่ถูกตัดไปแล้ว ให้กลับมาติดกันใหม่ คือในตอนที่แพทย์ทำการตัดท่อนำไข่ที่เชื่อมระหว่างมดลูกกับรังไข่ไว้ให้ขาดออกจากกัน แต่ท่อนำไข่ก็จะไม่ได้หายไปไหน ยังสามารถนำกลับมาเชื่อมต่อใหม่ได้ ซึ่งการผ่าตัดเชื่อมต่อท่อนำไข่มี 2 แบบคือ […]
บทความรายเดือนจากผู้เชี่ยวชาญของเรา — ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
สมัครรับข่าวสาร