ฝากไข่ไว้แล้วต้องการตั้งครรภ์ต้องทำอย่างไร?
ฝากไข่ เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะมีบุตรยาก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่แล้วการฝากไข่จะตอบโจทย์การมีบุตรในช่วงอายุเยอะตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ช่วยให้คู่สมรสที่ต้องการมีบุตรเมื่อพร้อม ในช่วงวัยที่เซลล์ไข่อาจจะฝ่อไปแล้ว สามารถมีบุตรได้สำเร็จ
ฝากไข่ คืออะไร?
การฝากไข่ เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ค่อนข้างได้รับความนิยม เนื่องจากในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ มีลูกช้ารวมถึงแต่งงานช้า ทำให้อายุมากเกินไปที่จะตั้งครรภ์ ดังนั้นการฝากไข่จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่แก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ เพราะการฝากไข่ ฝ่ายหญิงจะฝากไข่ไว้กับแพทย์ก่อน และทำการแช่แข็งไว้ สามารถเก็บรักษาได้นาน 10 ปีขึ้นไป
เมื่ออายุ 35 ปี จะทำให้ทั้งความสมบูรณ์และจำนวนของไข่ลดลง ดังนั้นหากต้องการมีบุตรเมื่อายุมากขึ้น จะสามารถเอาไข่ที่ฝากไว้มาใช้งานได้ เพราะไข่ที่ฝากไว้ตั้งแต่อายุยังน้อยจะยังคงมีปริมาณที่เหมาะสมกับการตั้งครรภ์อีกทั้งยังมีความสมบูรณ์มากกว่า จึงช่วยให้มีบุตรได้ง่ายขึ้น
อธิบายเรื่องการฝากไข่โดยละเอียด คือ การนำเอาเซลล์สืบพันธุ์ (เซลล์ไข่) ของผู้หญิง ไปแช่แข็งในไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส เพื่อให้ไข่สามารถใช้ในอนาคตได้ โดยวิธีการนี้จะทำให้สามารถเก็บรักษาไข่ให้คงสภาพสมบูรณ์ได้นานถึง 10 ปี ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการมีบุตรยากในผู้ที่มีอายุมากได้
อ่านเพิ่มเติม: ฝากไข่คืออะไร สามารถเก็บได้กี่ปี มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
ขั้นตอนการฝากไข่
- ตรวจเลือดและฮอร์โมนต่างๆ เพื่อตรวจเช็คสภาพความสมบูรณ์ของร่างกายและเช็คฮอร์โมนพื้นฐานรวมถึง การตรวจโรคทางพันธุกรรม และโรคติดเชื้อต่างๆ ฯลฯ
- กระตุ้นรังไข่ โดยการฉีดยากระตุ้น แพทย์จะพิจารณาการเลือกใช้ปริมาณยาและตัวยาในการฉีด จากอายุและผลฮอร์โมน
- ติดตามผล โดยหลังจากการกระตุ้นรังไข่ประมาณ 3-5 วัน แพทย์จะเจาะเลือดเพื่อดูฮอร์โมน FSH, E2, LH และตรวจอัลตราซาวด์ติดตามดูการเจริญเติบโตของไข่ หากพบว่าไข่มีขนาดเหมาะสมตามที่ที่ต้องการแล้ว แพทย์จะฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตก
- ฉีดยากระตุ้นไข่ให้ตก เมื่อไข่เติบโตในขนาดที่เหมาะสม
- เก็บไข่ โดยแพทย์จะอัลตราซาวด์เพื่อดูตำแหน่งไข่ แล้วนำเข็มที่ใช้ในการเก็บไข่สอดเข้าไปที่รังไข่ แล้วใช้เข็มดูดเซลล์ไข่ออกมา
- แช่แข็งไข่ หลังดูดเซลล์ไข่ออกมา แพทย์จะนำเซลล์ไข่ไปบรรจุใส่หลอดแก้วไว้ แล้วนำไปไปแช่แข็งที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส
ขั้นตอนการนำไข่ที่ฝากไว้ออกมาใช้
หลังจากเก็บไข่เอาไว้ด้วยวิธีการแช่แข็ง จะสามารถเก็บรักษาไข่ให้คงสภาพเดิมเอาไว้ได้ยาวนานถึง 10 ปี คนไข้ที่ต้องการใช้งานเซลล์ไข่ควรนำไข่ออกมาใช้ภายใน 10 ปี แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่แพทย์แนะนำคือควรนำไข่ออกมาใช้ภายใน 5 ปี สำหรับการนำไข่ที่ฝากไว้ออกมาใช้งาน แพทย์จะนำไข่เข้าสู่กระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว คือทำการปฏิสนธิในหลอดแก้ว
- เก็บอสุจิ โดยการให้คนไข้ฝ่ายชายเก็บอสุจิใส่ภาชนะที่แพทย์เตรียมให้ด้วยตัวเอง ซึ่งทางคลินิกจะเตรียมพื้นที่มิดชิดไว้ให้
- คัดแยกอสุจิ โดยแพทย์จะคัดแยกอสุจิที่แข็งแรงสมบูรณ์ออกมา เพื่อนำมาผสมกับไข่ในห้องทดลอง
- ผสมเซลล์ ซึ่งแพทย์ทำการนำอสุจิที่คัดแยกไว้มาผสมกับไข่ที่ฝากไว้
- เพาะเลี้ยงตัวอ่อน โดยหลังจากผสมเซลล์แล้ว แพทย์จะติดตามผลและเพาะเลี้ยงตัวอ่อนต่อไป
- ย้ายตัวอ่อนเข้าไปฝังตัวในโพรงมดลูก เมื่อเพาะเลี้ยงตัวอ่อน กระทั่งตัวอ่อนเจริญเติบโตจนถึงช่วงที่เหมาะสมแล้ว แพทย์จะทำการย้ายตัวอ่อนเข้าไปฝังตัวในโพรงมดลูก เพื่อให้เจริญเติบโตในครรภ์มารดาต่อไป
ฝากไข่ ค่าใช้จ่ายเท่าไร
สำหรับการฝากไข่ก็จะมีเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมไว้ โดยแต่ละสถานพยาบาลก็จะมีอัตราค่ารักษาที่แตกต่างกันออกไป จากการสำรวจเริ่มต้นที่ 70,000 บาทไปจนถึง 200,000 บาท โดยประมาณ
อ่านเพิ่มเติม : แพ็กเกจฝากไข่แช่แข็ง
ฝากไข่ ที่ไหนดี
คนที่สนใจหรือวางแผนมีบุตร และต้องการฝากไข่อาจจะกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะฝากไข่ ที่ไหนดี สิ่งที่ต้องพิจารณามีหลายเรื่องด้วยกัน ได้แก่
1.งบประมาณ
เรื่องที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ หนีไม่พ้นเรื่องงบประมาณ เพื่อให้เหมาะกับงบประมาณที่มี ก็อาจจะต้องพิจารณาเรื่องนี้ แต่งบประมาณก็ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด ที่จะตัดสินใจได้ว่าฝากไข่ ที่ไหนดี เพราะสุดท้ายแล้วคนไข้เองก็จะต้องพิจารณาจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย
2.ความเชี่ยวชาญของแพทย์
การฝากไข่ก็เหมือนกับการรักษาทั่วไป ที่ควรพิจารณาความเชี่ยวชาญของแพทย์ด้วยเช่นกัน โดยการเลือกแพทย์เฉพาะทางในการรักษาภาวะผู้มีบุตรยากโดยเฉพาะ เพื่อการฝากไข่ที่ปลอดภัย หรือติดต่อศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่างทางเรา
3.สถานพยาบาล
สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและมีความสะอาด นำมาซึ่งความปลอดภัยในการรักษา และมีผลต่อการเก็บรักษาไข่ที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นสถานพยาบาลถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ควรนำมาพิจารณาร่วมด้วย นอกจากเลือกสถานพยาบาลที่สะอาด อย่าลืมดูเรื่องของใบอนุญาตการดำเนินการประกอบด้วย
ฝากไข่ อายุ 40 ทำได้ไหม
นอกจากคำถามเรื่องค่าใช้จ่าย และเรื่องสถานพยาบาลว่าควรทำการฝากไข่ ที่ไหนดี อีกหนึ่งคำถามที่พบบ่อยก็คือควรฝากไข่อายุเท่าไร และหากอายุมากสามารถฝากไข่ได้ไหม โดยทั่วไปแล้วแพทย์แนะนำว่าให้ฝากไข่ในช่วงอายุ 25-35 ปี แต่ถ้าหากอายุมากกว่านั้นหรือคำถามที่ว่าฝากไข่ อายุ 40 ทำได้ไหม เรื่องนั้นยังสามารถทำได้อยู่ แต่ต้องปรึกษาแพทย์ให้พิจารณาเป็นกรณีไป เพราะแพทย์อาจมีการตรวจความพร้อมของร่างกายเพิ่มเติมในแต่ละเคส
ทั้งนี้ทั้งนั้นการฝากไข่ถือเป็นเรื่องเบื้องต้นที่สามารถรักษาภาวะผู้มีบุตรยากได้ และช่วยให้คู่สมรสสามารถมีบุตรเมื่อพร้อม หรือแม้แต่ผู้หญิงโสดก็สามารถฝากไข่ไว้ก่อนได้เช่นกัน หากมีแผนที่จะมีบุตรในอนาคต เพื่อการเก็บรักษาเซลล์ไข่ให้คงสภาพ สามารถปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อนได้
อ่านเพิ่มเติม: อายุ 40 มีลูกได้หรือไม่ ควรมีลูกอายุเท่าไหร่ดี
เขียนโดย
นพ. นฤมิต วงษ์ลิขิตปัญญา
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ประจำ Millennium IVF Clinic กรุงเทพฯ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ดูแลรักษา IVF บนพื้นฐานหลักฐานทางการแพทย์ พร้อมแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
แชร์บทความนี้
ปรึกษาทีมแพทย์ของเรา
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี คำแนะนำที่ชัดเจนและเฉพาะบุคคลสำหรับเส้นทาง IVF ของคุณ
นัดปรึกษา