ทำกิ๊ฟต์กับเด็กหลอดแก้ว ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน?
คู่สมรสที่มีบุตรยาก มักมีข้อสงสัยหลายอย่างในเรื่องของเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรที่สำเร็จ หนึ่งคำถามที่พบบ่อย คือการทำกิ๊ฟเปรียบเทียบกับการทำเด็กหลอดแก้ว เนื่องจากเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในการเพิ่มโอกาสการมีบุตร บทความนี้จึงจะมาอธิบายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวโดยละเอียด
การทำกิ๊ฟ คืออะไร
การทำกิ๊ฟท์ หรือ GIFT ย่อมาจาก gamete-intrafallopian-transfer เป็นเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์หรือช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรให้สำเร็จ ด้วยวิธีการนำไข่และอสุจิไปใส่ไว้ที่ท่อนำไข่ และปล่อยให้เกิดการปฏิสนธิกันภายในร่างกาย ช่วยแก้ปัญหาการมีบุตรยากที่เกิดจากอสุจิไม่สามารถเดินทางไปผสมกับไข่ได้ จึงช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรที่สำเร็จได้
ขั้นตอนการทำกิ๊ฟ คืออะไร
- ฉีดยากระตุ้นไข่ เป็นเวลา 7-10 วัน
- ติดตามการเจริญเติบโตของไข่ ด้วยการอัลตราซาวด์ตรวจดูการตอบสนองของรังไข่
- กระตุ้นให้ไข่ตก หากไข่มีขนาดเหมาะสมและมีจำนวนเพียงพอ รวมถึงฮอร์โมนมีอัตราเพิ่มขึ้นในระดับที่เหมาะสม
- ทำการเจาะไข่ หลังจากกระตุ้นให้ไข่ตกเป็นเวลา 34-36 ชั่วโมง โดยใช้เข็มเจาะถุงไข่ จากนั้นทำการดูดเอาไข่ภายในถุงออกมา
- นำเซลล์ไข่และอสุจิใส่กลับเข้าไปที่ท่อนำไข่
- ปล่อยให้เกิดการการปฏิสนธิกันตามธรรมชาติ
- แพทย์ให้ฮอร์โมนที่ช่วยในการฝังตัวของตัวอ่อน
- ทดสอบการตั้งครรภ์ โดยการตรวจระดับฮอร์โมน hCG สามารถตรวจได้หลังจากใส่ไข่และอสุจิไปแล้ว 12 วัน
การทำกิ๊ฟ ข้อดี ข้อเสีย คืออะไร
การทำกิ๊ฟ มีข้อดีคือช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรให้สำเร็จในผู้ที่มีบุตรยาก เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในอดีต สมัยที่เทคโนโลยีช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรยังไม่ก้าวหน้าเท่าปัจจุบัน แต่ถ้าหากพูดในมุมของปัจจุบัน การทำกิ๊ฟถือว่ามีข้อเสียมากกว่าข้อดี เพราะอัตราความสำเร็จค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับการทำเด็กหลอดแก้ว ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการทำกิ๊ฟก็ไม่ได้ถูกกว่าการทำเด็กหลอดแก้วเลย
ปัจจุบันการทำกิ๊ฟ จึงไม่เป็นที่นิยมแล้วในวงการแพทย์ที่ให้การรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก และหันไปใช้วิธีทำเด็กหลอดแก้วกันมากกว่า เพราะมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าค่อนข้างมาก
ทำกิ๊ฟต์กับเด็กหลอดแก้ว ต่างกันอย่างไร
การปฏิสนธิ
การทำกิ๊ฟ เป็นการปล่อยให้เกิดการปฏิสนธิกันเองระหว่างไข่และอสุจิตามธรรมชาติภายในร่างกาย โอกาสที่สำเร็จจึงต่ำกว่าการทำเด็กหลอดแก้ว ที่มีการนำไข่และอสุจิออกมาปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์อย่างใกล้ชิด การทำเด็กหลอดแก้ว ผู้เชี่ยวชาญจะทำการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน เพื่อให้ได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์ ก่อนย้ายกลับเข้าไปฝังตัวที่มดลูก แต่การทำกิ๊ฟจะไม่มีขั้นตอนการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน หากตัวอ่อนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ก็จะเดินทางไปฝังตัวที่มดลูกเอง
การคัดเลือกเซลล์สืบพันธุ์ที่แข็งแรง
การทำกิ๊ฟ ไม่มีขั้นตอนการคัดเลือกเซลล์สืบพันธุ์ที่แข็งแรงก่อนนำมาปฏิสนธิกัน แตกต่างจากการทำเด็กหลอดแก้ว เพราะการทำเด็กหลอดแก้ว ผู้เชี่ยวชาญจะคัดเลือกอสุจิที่สมบูรณ์และแข็งแรงมาผสมกับไข่ในหลอดแก้ว ซึ่งขั้นตอนนี้ส่งผลอย่างมากต่ออัตราการเพิ่มโอกาสการมีบุตรที่สำเร็จ
การพักฟื้น
การทำกิ๊ฟ คนไข้จะต้องพักฟื้นเป็นเวลา 1 วัน จึงจะกลับบ้านได้ เนื่องจากมีการผ่าตัดที่หน้าท้อง แต่การทำเด็กหลอดแก้ว คนไข้พักฟื้นเพียง 1-2 ชั่วโมงหลังทำเสร็จ ก็สามารถกลับบ้านได้
กล่าวโดยสรุป การทำกิ๊ฟต์กับเด็กหลอดแก้ว ต่างกันที่ขั้นตอนการปฏิสนธิ โดยการทำเด็กหลอดแก้ว เป็นการปฏิสนธิที่อยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ จึงเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ที่สำเร็จมากกว่าการทำกิ๊ฟ และสรุปได้ว่าการทำเด็กหลอดแก้วดีกว่าการทำกิ๊ฟอย่างเห็นได้ชัด
เขียนโดย
นพ. นฤมิต วงษ์ลิขิตปัญญา
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ประจำ Millennium IVF Clinic กรุงเทพฯ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ดูแลรักษา IVF บนพื้นฐานหลักฐานทางการแพทย์ พร้อมแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
แชร์บทความนี้
ปรึกษาทีมแพทย์ของเรา
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี คำแนะนำที่ชัดเจนและเฉพาะบุคคลสำหรับเส้นทาง IVF ของคุณ
นัดปรึกษา