กาวติดตัวอ่อน (Embryo Glue) คืออะไร?
มาทำความรู้จักกับกาวติดตัวอ่อน หรือที่เรียกว่า Embryo Glue กันดีกว่า สำหรับคู่สมรสที่มีบุตรยาก และต้องเข้ารับการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ อย่างเช่นการทำเด็กหลอดแก้ว ทั้งแบบ IVF และ ICSI อาจต้องอาศัยกาวสำหรับติดตัวอ่อน เป็นตัวช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตร แม้ว่าเทคโนโลยีการทำเด็กหลอดแก้ว จะเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์อยู่แล้ว แต่อย่างที่รู้กันว่าการทำเด็กหลอดแก้ว ก็ไม่ได้การันตีว่าจะต้องสำเร็จ 100% และในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว อาจต้องอาศัยตัวช่วยบางอย่างเพื่อเพิ่มโอกาสด้วย ซึ่ง Embryo Glue ก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยนั้น
กาวติดตัวอ่อน (Embryo Glue) คืออะไร?
กาวติดตัวอ่อน คือสารที่ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อเพิ่มโอกาสการมีบุตรในการทำเด็กหลอดแก้ว การพัฒนากาวติดตัวอ่อนขึ้นมา ใช้หลักการเลียนแบบสภาพแวดล้อมในธรรมชาติ ของการฝังตัวอ่อนในเยื่อบุโพรงมดลูก โดยปกติแล้วหากมีการตั้งครรภ์ธรรมชาติ ร่างกายคุณแม่จะสร้างสารขึ้นมาเพื่อยึดติดตัวอ่อนให้ฝังตัวในโพรงมดลูกได้สำเร็จ
สารธรรมชาติที่ร่างกายคุณแม่สร้างขึ้นมามีชื่อว่าไฮยาลูโรแนน (Hyaluronan) เป็นสารคัดหลั่งเหนียวบริเวณเยื่อบุโพรงมดลูก รอการฝังตัวของตัวอ่อนที่เกิดจากการปฏิสนธิ โดยกาวติดตัวอ่อน ก็จะมีสารไฮยาลูโรแนนเป็นส่วนประกอบด้วย
กาวติดตัวอ่อน (Embryo Glue) มีสารอะไรบ้าง?
ในกาวตัวติดตัวอ่อน จะมีสารประกอบทั้งหมด 5 อย่างด้วยกัน ได้แก่
- Hyaluronan สารที่มีหน้าที่ยึดเกาะตัวอ่อนให้ติดกับเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นสารที่ร่างกายผู้หญิงจะผลิตออกมามากในโพรงมดลูก ช่วงที่มีการฝังตัวของตัวอ่อนตามธรรมชาติ
- Albumin สารอาหารที่จำเป็นต่อพัฒนาการของตัวอ่อน
- Heparin สารต้านการแข็งตัวของเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียน ซึ่งมีส่วนในการเพิ่มโอกาสการฝังตัวของตัวอ่อน
- วิตามิน สารอาหารสำหรับตัวอ่อนช่วงฝังตัว
- กรดอะมิโน สารอาหารสำหรับตัวอ่อนช่วงฝังตัวเช่นกัน
กาวติดตัวอ่อน (Embryo Glue) ใช้ตอนไหน?
กาวติดตัวอ่อน จะถูกใช้เมื่อมีการทำเด็กหลอดแก้ว โดยจะใช้หลังจากที่อสุจิและไข่ปฏิสนธิกันแล้วเกิดเป็นตัวอ่อนขึ้นมา หลังจากนั้นจะต้องย้ายตัวอ่อนเข้าไปฝังตัวในมดลูก กาวติดตัวอ่อนจะถูกใช้ในขั้นตอนนี้ เพื่อให้ตัวอ่อนฝังตัวและติดแน่นอยู่ในโพรงมดลูก
อธิบายขั้นตอนการใช้กาวติดตัวอ่อน
- นักเพาะเลี้ยงตัวอ่อนทำการคัดเลือกตัวอ่อนที่ดีที่สุด เพื่อนำไปฝังตัวที่มดลูก
- แพทย์อัลตราซาวด์หาตำแหน่งที่เหมาะสมกับการฝังตัวของตัวอ่อนภายในโพรงมดลูก
- เตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการย้ายตัวอ่อน รวมถึงกาวติดตัวอ่อน
- บรรจุตัวอ่อนลงในเครื่องมือที่มีกาวติดตัวอ่อน ทิ้งไว้เป็นเวลา 30 นาทีถึง 3 ชั่วโมง
- นำเครื่องมือที่บรรจุตัวอ่อนในกาว สอดผ่านปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูก
- วางตัวอ่อนในตำแหน่งที่ต้องการภายในโพรงมดลูก
- ถอดเครื่องมือออก
กาวติดตัวอ่อน (Embryo Glue) ช่วยอะไรบ้าง?
กาวติดตัวอ่อน ช่วยเพิ่มโอกาสให้การทำเด็กหลอดแก้วสำเร็จมากขึ้น เพราะหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การทำเด็กหลอดแก้วไม่สำเร็จ ก็คือตัวอ่อนไม่ฝังตัวในโพรงมดลูกหรือฝังตัวไม่สำเร็จ แต่ถ้าหากใช้กาวติดตัวอ่อน การฝังตัวที่โพรงมดลูกก็มีโอกาสที่จะสำเร็จมากขึ้น เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เสมือนการฝังตัวอ่อนตามธรรมชาติ
ทั้งนี้ในกาวสำหรับติดตัวอ่อนยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อตัวอ่อน ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสการฝังตัวของตัวอ่อนให้สำเร็จมากยิ่งขึ้นด้วย
นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยที่ยืนยันแล้วว่าการทำเด็กหลอดแก้วแบบใช้ Embryo Glue มีอัตราความสำเร็จมากกว่าการทำเด็กหลอดแก้วแบบไม่ใช้ Embryo Glue โดยอัตราความสำเร็จของการทำเด็กหลอดแก้วที่ใช้ Embryo Glue อยู่ที่ 38.6% ส่วนการทำเด็กหลอดแก้วแบบไม่ใช้ Embryo Glue อัตราความสำเร็จอยู่ที่ 30.3%
กาวติดตัวอ่อน (Embryo Glue) จำเป็นแค่ไหน?
ในการทำเด็กหลอดแก้วมีทั้งแบบใช้กาวและไม่ใช้กาว แม้ว่าการใช้กาวจะทำให้การทำเด็กหลอดแก้วสำเร็จมากกว่าแบบไม่ใช้กาว แต่การไม่ใช้กาวก็ยังมีโอกาสสำเร็จได้เช่นกัน ในกรณีที่เกิดข้อสงสัยว่า Embryo Glue จำเป็นมากแค่ไหนนั้น อาจต้องพิจารณาเป็นกรณีไป หากผู้มีบุตรยากเคยทำเด็กหลอดแก้วแบบไม่ใช้กาวมาแล้วไม่สำเร็จ อาจต้องลองเปลี่ยนมาใช้วิธีที่ต้องใช้กาวเป็นตัวช่วย เพื่อเพิ่มโอกาสการทำเด็กหลอดแก้วที่สำเร็จให้สูงขึ้น ดังนั้นการใช้กาวอาจจำเป็นสำหรับผู้ที่เคยทำเด็กหลอดแก้วแบบไม่ใช้กาวแล้วไม่สำเร็จ
กาวติดตัวอ่อน (Embryo Glue) เหมาะกับใคร?
เหมาะกับคนไข้ที่มีอายุมาก โดยเฉพาะคนที่อายุ 42 ปีขึ้นไป มักมีมดลูกที่อ่อนแอตามวัย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการฝังตัวของตัวอ่อนที่โพรงมดลูก ดังนั้นการใช้กาวเหมาะกับคนกลุ่มนี้ นอกจากนี้การใช้กาวยังเหมาะกับคนที่เคยทำเด็กหลอดแก้วแล้วไม่สำเร็จ จากการที่ตัวอ่อนไม่เกิดการฝังตัวที่มดลูก
กาวติดตัวอ่อน เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สำคัญในการทำเด็กหลอดแก้ว ยิ่งถ้าหากเป็นกรณีที่เคยทำเด็กหลอดแก้วแบบไม่ใช้กาวแล้วไม่สำเร็จ กาวสำหรับติดตัวอ่อนถือเป็นตัวช่วยที่ค่อนข้างสำคัญ ช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีความกังวลใจเกี่ยวกับการมีลูก แนะนำให้ปรับพฤติกรรมใช้ชีวิต รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และควรปรึกษาแพทย์ด้านการมีบุตรโดยเฉพาะเพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด หรือทักมาปรึกษากับ Millennium IVF Clinic ได้โดยตรงเช่นกันค่ะ
เขียนโดย
นพ. นฤมิต วงษ์ลิขิตปัญญา
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ประจำ Millennium IVF Clinic กรุงเทพฯ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ดูแลรักษา IVF บนพื้นฐานหลักฐานทางการแพทย์ พร้อมแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
แชร์บทความนี้
ปรึกษาทีมแพทย์ของเรา
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี คำแนะนำที่ชัดเจนและเฉพาะบุคคลสำหรับเส้นทาง IVF ของคุณ
นัดปรึกษา