Treatment Steps · อ่าน 20 นาที

เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) คืออะไร?

นพ. นฤมิต วงษ์ลิขิตปัญญา3 เมษายน 2568
M

เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ หรือ Assisted Reproductive Technology (ART) เป็นแนวทางการแพทย์ที่ช่วยให้คู่รักหรือบุคคลสามารถมีลูกได้สำเร็จ วิธีการที่เกี่ยวข้องกับ ART มีอยู่หลากหลายวิธีด้วยกัน แม้ว่าชื่อต่าง ๆ อาจฟังดูซับซ้อนไปบ้าง แต่วิธีการเหล่านี้มีประโยชน์มากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนสร้างครอบครัวค่ะ ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับ ART ให้เข้าใจง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะคุณจะเพิ่งเริ่มหาข้อมูลด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก หรือคุ้นเคยกับศัพท์ทางการแพทย์มาบ้างแล้วก็ตาม หากมีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับคำศัพท์และตัวย่อต่าง ๆ ที่พบได้บ่อยในกระบวนการรักษา รับรองว่าคุณจะก้าวไปข้างหน้าบนเส้นทางนี้ได้อย่างมั่นใจค่ะ

เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) มีอะไรบ้าง?

ART ครอบคลุมหลายกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาภาวะมีบุตรยาก เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ที่พบได้บ่อยที่สุด นอกจากนี้ ART ยังรวมถึงเทคนิคอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง หรืออิ๊กซี่ การทำเด็กหลอดแก้วแบบ (ICSI), การแช่แข็งไข่ไว้ใช้ในอนาคต (Egg Freezing), และการใช้อสุจิหรือไข่จากผู้บริจาค กระบวนการเหล่านี้เป็นการนำเซลล์สืบพันธุ์ เช่น ไข่ อสุจิ หรือตัวอ่อน ออกมาผ่านกระบวนการ ART ที่เกิดขึ้นภายนอกร่างกาย และนำกลับเข้าสู่มดลูกอีกครั้งเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์

การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF)

IVF หรือ In Vitro Fertilization เป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักมากที่สุด กระบวนการของ IVF เริ่มจากการเก็บไข่จากรังไข่ จากนั้นนำไปปฏิสนธิกับอสุจิในห้องปฏิบัติการ เมื่อเกิดตัวอ่อนแล้วจึงย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก โดยหวังให้เกิดการฝังตัวและตั้งครรภ์ IVF สามารถใช้ได้กับผู้ที่ประสบกับภาวะมีบุตรยากจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นท่อนำไข่อุดตัน ปริมาณอสุจิต่ำ รวมไปถึงภาวะมีบุตรยากแบบไม่ทราบสาเหตุ

การฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง หรืออิ๊กซี่ (ICSI) 

ICSI (Intracytoplasmic Sperm Insertion) เป็นเทคนิคที่มักใช้ร่วมกับ IVF แต่มีความเฉพาะเจาะจงขึ้นโดยใช้เข็มขนาดเล็กฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง วิธีนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพอสุจิหรือการเคลื่อนที่ของอสุจิ ซึ่งอาจทำให้การปฏิสนธิเป็นไปได้ยาก

การแช่แข็งไข่และตัวอ่อน

สำหรับบางคนที่ต้องการเลื่อนเวลาในการสร้างครอบครัวออกไป หรือมีความจำเป็นทางการแพทย์ เช่น ต้องเข้ารับการรักษาโรคมะเร็ง จึงต้องการรักษาภาวะเจริญพันธุ์ของตนเองไว้เพื่อให้ยังสามารถมีลูกได้ในอนาคต เทคโนโลยีที่ช่วยให้คุณสามารถตั้งครรภ์ได้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการคือการแช่แข็งไข่ (Egg Freezing) ซึ่งเป็นการเก็บรักษาไข่ที่ยังไม่ถูกปฏิสนธิเอาไว้ใช้ภายหลัง และการแช่แข็งตัวอ่อน (Embryo Freezing) ที่มีความเฉพาะขึ้นไปอีกขั้น โดยจะเป็นการเก็บรักษาตัวอ่อนที่ผ่านการปฏิสนธิแล้วเพื่อนำมาใช้ในอนาคตเมื่อคุณต้องการตั้งครรภ์

การใช้เซลล์สืบพันธุ์จากผู้บริจาค 

การใช้ไข่ อสุจิ หรือตัวอ่อนจากผู้บริจาค (Donors) คือทางเลือกหนึ่งสำหรับคู่รักหรือผู้ที่ประสบปัญหาในการใช้เซลล์สืบพันธุ์ของตนเอง โดยปกติแล้ว เซลล์จากผู้บริจาคต้องผ่านการตรวจคัดกรองอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและความเหมาะสมกับผู้รับ 

การอุ้มบุญ (Surrogacy)

ในบางกรณีที่ผู้หญิงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ อีกทางเลือกหนึ่งในการมีลูกเป็นของตนเองคือการให้ผู้หญิงอีกคน หรือแม่อุ้มบุญ (Surrogate) เป็นผู้ตั้งครรภ์แทน โดยตัวอ่อนที่ใช้ในการตั้งครรภ์ของแม่อุ้มบุญคือตัวอ่อนจากกระบวนการ IVF ที่ใช้เซลล์สืบพันธุ์ของพ่อแม่ หรือผู้บริจาค จากนั้นเมื่อไข่และอสุจิปฏิสนธิกันจนเกิดเป็นตัวอ่อนเรียบร้อยแล้ว ตัวอ่อนจะถูกย้ายเข้าสู่มดลูกของแม่อุ้มบุญเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไป

เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) เหมาะกับใครบ้าง?

ART มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติเนื่องด้วยหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสุขภาพ หรือสถานการณ์ส่วนตัว เช่น:

ท่อนำไข่อุดตันหรือเสียหาย: ทำให้ไข่และอสุจิไม่สามารถเดินทางมาพบกันได้ตามธรรมชาติ

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis): อาจส่งผลต่อคุณภาพไข่และการฝังตัวของตัวอ่อน

ภาวะมีบุตรยากในเพศชาย: เช่น ปริมาณอสุจิน้อย หรือการเคลื่อนที่ของอสุจิผิดปกติ ทำให้ต้องพึ่งพา ART

ภาวะมีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุ: ในกรณีที่แพทย์ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัด ART อาจช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้

คู่รักเพศเดียวกันหรือคนโสดที่ต้องการเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว: การใช้ไข่หรืออสุจิจากผู้บริจาค รวมถึงการอุ้มบุญ เป็นทางเลือกที่เปิดโอกาสในการมีลูกให้กับครอบครัวที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งคู่รัก LGBTQ+ และคนโสด

กระบวนการ ART มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

การเริ่มต้นบนเส้นทางสู่การมีลูกโดยใช้เทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ (ART) เข้ามาช่วยอาจดูซับซ้อนในตอนแรก แต่หากเข้าใจลำดับขั้นตอนแล้วก็จะรู้สึกมั่นใจมากขึ้นแน่นอน รายละเอียดของแต่ละวิธีอาจแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนคร่าว ๆ ดังนี้ค่ะ:

การปรึกษาและตรวจสุขภาพเบื้องต้น

ขั้นตอนแรกคือการพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์และปัญหาเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยากที่คุณกำลังเผชิญอยู่ จากนั้นแพทย์จะทำการตรวจด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น ตรวจระดับฮอร์โมน ตรวจนับจำนวนไข่ในรังไข่ และตรวจสุขภาพอสุจิ

การกระตุ้นไข่และการเก็บไข่

สำหรับการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธี IVF แพทย์จะให้ยากระตุ้นไข่ เพื่อให้รังไข่ผลิตไข่ออกมาหลายใบ หลังจากนั้นจึงทำการเก็บไข่ โดยทั่วไปแล้วการเก็บไข่เป็นกระบวนการที่ใช้เวลาไม่นาน และใช้ยาสลบอ่อน ๆ คนไข้จึงไม่รู้สึกเจ็บ

การปฏิสนธิและเพาะเลี้ยงตัวอ่อน

ไข่ที่ถูกเก็บมาจากรังไข่จะถูกนำมาผสมกับอสุจิเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการ เมื่อปฏิสนธิจนได้ตัวอ่อนแล้ว ตัวอ่อนนั้นจะถูกเพาะเลี้ยงต่อไปอีกประมาณ 5-6 วัน จึงจะพร้อมสำหรับการย้ายเข้าสู่มดลูก

การย้ายตัวอ่อนและการแช่แข็งตัวอ่อน

จากตัวอ่อนทั้งหมดที่ได้จากการปฏิสนธิ แพทย์จะคัดเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงที่สุดเพื่อย้ายเข้าสู่มดลูกในขั้นตอนต่อไป แต่หากมดลูกยังไม่พร้อมสำหรับการฝังตัว หรือคุณยังไม่พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ ก็สามารถแช่แข็งตัวอ่อนเหล่านี้เพื่อนำมาใช้ในอนาคตได้ค่ะ 

การตรวจการตั้งครรภ์ 

หลังจากย้ายตัวอ่อนประมาณ 2 สัปดาห์ คุณสามารถตรวจเลือดเพื่อดูว่าตั้งครรภ์สำเร็จหรือไม่ 

อัตราความสำเร็จและความท้าทาย

เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) ได้นำความสุขมาสู่ครอบครัวมากมาย แต่ก็ไม่ใช่เส้นทางที่ราบรื่นเสมอไป อัตราความสำเร็จแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก และวิธีการเฉพาะที่ใช้ ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงที่อายุน้อยกว่ามักมีอัตราความสำเร็จกับการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) สูงกว่า เนื่องจากไข่มีคุณภาพสูงกว่า

สิ่งหนึ่งที่สำคัญเมื่อเลือกใช้ ART เข้ามาช่วยในการรักษาภาวะมีบุตรยากคือการคาดหวังโดยอิงกับความเป็นจริง แม้ว่าเส้นทางนี้อาจทำให้คุณเครียดไปบ้าง แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่าผลลัพธ์ของวิธีการต่าง ๆ ดีขึ้นอย่างมาก เพราะฉะนั้นจึงวางใจได้เลยค่ะ  

ปัจจัยทางอารมณ์และร่างกาย 

เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) ไม่ใช่เพียงกระบวนการทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึกด้วย ไม่ว่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างการรักษา การรอคอยผลลัพธ์ และภาระทางการเงิน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดความเครียดได้ทั้งนั้น การได้รับแรงสนับสนุนจากคนรอบตัวที่พึ่งพาได้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งกับคุณในสถานการณ์เช่นนี้ ลองแบ่งปันเรื่องราวกับคู่ชีวิต สมาชิกในครอบครัว เพื่อน หรือปรึกษานักบำบัดมืออาชีพก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลยละค่ะ

สำหรับผลกระทบในแง่ของร่างกาย คุณอาจเผชิญกับผลข้างเคียงจากยากระตุ้นต่าง ๆ จนเกิดอาการอารมณ์แปรปรวน บวมน้ำ หรือรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อยระหว่างการรักษา แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ ทีมแพทย์จะคอยช่วยเหลือคุณในด้านกายภาพ พร้อมให้ความสำคัญกับสุขภาพของคุณเป็นหลัก

ที่ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Millennium IVF Clinic เรามุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือคุณอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน เราให้บริการด้าน ART หลากหลายวิธี โดยปรับรูปแบบการรักษาให้เหมาะสมกับความต้องการและสถานการณ์ของแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ ไม่ว่าคุณจะกำลังพิจารณาทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) การแช่แข็งไข่ (egg preservation) หรือทางเลือกอื่น ๆ เราพร้อมให้คำแนะนำที่ชัดเจนและนำเสนอทางเลือกการรักษาที่คำนึงถึงความรู้สึกของคุณเป็นสำคัญค่ะ 

เขียนโดย

NW

นพ. นฤมิต วงษ์ลิขิตปัญญา

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ประจำ Millennium IVF Clinic กรุงเทพฯ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ดูแลรักษา IVF บนพื้นฐานหลักฐานทางการแพทย์ พร้อมแผนการรักษาเฉพาะบุคคล

แชร์บทความนี้

ต้องการคำแนะนำ?

ปรึกษาทีมแพทย์ของเรา

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี คำแนะนำที่ชัดเจนและเฉพาะบุคคลสำหรับเส้นทาง IVF ของคุณ

นัดปรึกษา
LLINEWhatsApp