สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการตรวจภาวะเจริญพันธุ์ครั้งแรก
การวางแผนมีลูกเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยความหวัง ความกังวล และคำถามสารพัด การตัดสินใจตรวจภาวะเจริญพันธุ์คือก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่งเลยค่ะ โดยเฉพาะสำหรับคู่รักและผู้คนอีกมากมายที่พยายามมีลูกมานานหลายเดือน หรือแม้กระทั่งหลายปีโดยไม่ประสบความสำเร็จ
ที่ Millennium IVF Clinic เราเข้าใจดีว่าการเข้ามาตรวจภาวะเจริญพันธุ์ครั้งแรกอาจเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนรู้สึกประหม่า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราทำทุกอย่างเพื่อให้คุณรู้สึกอุ่นใจและได้รับข้อมูลที่เข้าใจง่าย การตรวจครั้งแรกไม่ใช่การเริ่มต้นรักษาทันที แต่เป็นการเก็บข้อมูล ตรวจร่างกาย ทำความเข้าใจระบบสืบพันธุ์ของคุณ และช่วยให้คุณมองเห็นทางเลือกที่ชัดเจนมากขึ้นสำหรับเส้นทางข้างหน้าค่ะ
ใบความนี้ เราจะพาคุณมาเรียนรู้ว่าในวันนัดตรวจภาวะเจริญพันธุ์ครั้งแรกมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง สิ่งที่ควรเตรียมมา รวมถึงการตรวจต่าง ๆ เพื่อให้คุณรู้สึกพร้อมและมั่นใจมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคู่รักที่พยายามมีลูก หรืออยากเก็บรักษาภาวะเจริญพันธุ์ของตนเองไว้ หรือกำลังวางแผนเพื่ออนาคต การรู้ล่วงหน้าและเตรียมตัวอย่างเหมาะสมคือก้าวแรกที่สำคัญในการดูแลอนามัยเจริญพันธุ์ของคุณค่ะ
การตรวจประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถเพิ่มโอกาสสำเร็จในการมีลูกได้อย่างมากเลยนะคะ ตัวอย่างเช่น การตรวจระดับฮอร์โมน Anti-Müllerian (AMH) ที่ช่วยประเมินจำนวนไข่ที่เหลืออยู่ในรังไข่ การตรวจนี้เป็นเครื่องมือที่ช่วยทำนายการตอบสนองต่อการกระตุ้นรังไข่ในกระบวนการ IVF ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยค่ะ สำหรับคุณผู้ชาย การตรวจอสุจิก็สามารถช่วยระบุสาเหตุของปัญหาที่มักจะถูกมองข้ามหากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกจุด และรักษาได้อย่างทันท่วงทีค่ะ
เนื้อหาต่อไปนี้จะเป็นการอธิบายให้ชัดเจนขึ้นว่าเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ตัดสินใจเข้ารับการตรวจภาวะเจริญพันธุ์คืออะไร และขั้นตอนต่าง ๆ ที่คุณอาจพบในวันแรกของการตรวจค่ะ
ทำไมคุณจึงควรตรวจภาวะเจริญพันธุ์
สาเหตุที่พบบ่อย
หากคุณพยายามมีลูกมาระยะหนึ่งแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จ คุณไม่ได้โดดเดี่ยว และไม่ได้ทำอะไรผิดเลยค่ะ คู่รักหลายคู่ได้รับคำแนะนำให้เข้ารับการตรวจภาวะเจริญพันธุ์หากยังไม่ตั้งครรภ์หลังพยายามมานานกว่า 12 เดือน หรือหากฝ่ายหญิงอายุเกิน 35 ปี แพทย์มักแนะนำให้ตรวจหลังจากพยายามมาครบ 6 เดือน จากข้อมูลของ CDC พบว่าในผู้หญิงอายุระหว่าง 15-49 ปีที่ยังไม่เคยมีบุตร ราว 1 ใน 5 คนไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ แม้จะพยายามมาแล้ว 1 ปี
นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลอื่น ๆ ที่ทำให้หลายคนมาที่คลินิกของเราเพื่อขอคำแนะนำและการช่วยเหลือ เช่น:
- ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือไม่มาเลย
- เคยแท้งหลายครั้ง หรือมีอาการแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์
- ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
- จำนวนอสุจิน้อย หรือมีปัญหาเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยากในเพศชาย
- ต้องการเก็บรักษาภาวะเจริญพันธุ์ของตนเองไว้ก่อนเข้ารับการรักษาโรค หรือเพื่ออนาคต
ปัจจัยทางอารมณ์และการวางแผนชีวิต
บางครั้ง หลายคนก็นัดตรวจภาวะเจริญพันธุ์เพื่อความสบายใจของตนเอง ไม่ว่าคุณจะกำลังวางแผนเลื่อนเวลามีลูกออกไปก่อน กำลังเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการ IVF หรือกำลังพิจารณาทางเลือกอย่างการแช่แข็งไข่ การตรวจประเมินภาวะเจริญพันธุ์จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ
การรู้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณวางแผนอนาคตได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจิตใจ การเงิน หรือการจัดการชีวิตประจำวัน เมื่อเข้าใจถึงสถานการณ์ของตนเองอย่างรอบด้าน คุณก็จะสามารถตัดสินใจอย่างรอบคอบและมีเป้าหมายที่ชัดเจน
ในหัวข้อถัดไป เราจะพาคุณมาเตรียมความพร้อมสำหรับการพบแพทย์ครั้งแรก เพื่อให้คุณรู้สึกมั่นใจและพร้อมในทุกย่างก้าวของการเดินทางครั้งนี้ค่ะ
ควรเตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมสำหรับการมาพบแพทย์
ควรนำอะไรมาด้วยบ้าง
การเตรียมตัวสำหรับการตรวจภาวะเจริญพันธุ์ครั้งแรกไม่ใช่เรื่องซับซ้อนเลยค่ะ แต่การเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนจะช่วยให้การพูดคุยกับแพทย์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เราแนะนำให้คุณเตรียมสิ่งเหล่านี้มาด้วยค่ะ:
- บันทึกประจำเดือนของคุณ (วันที่ ระยะเวลา และความผิดปกติ)
- ผลตรวจต่าง ๆ เช่น ผลเลือด อัลตราซาวด์ หรือประวัติการรักษาภาวะมีบุตรยาก
- รายชื่อยาหรืออาหารเสริมที่กำลังรับประทานอยู่
- หากเป็นไปได้ให้พาคู่รักของคุณมาด้วย เพราะภาวะเจริญพันธุ์เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองฝ่าย
การเตรียมข้อมูลเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้แพทย์เข้าใจสุขภาพโดยรวมของคุณได้ชัดเจนขึ้น และสามารถมองเห็นสัญญาณของปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ

สิ่งที่ควรถามแพทย์ในวันนัดตรวจครั้งแรก
การมีคำถามในใจเป็นเรื่องปกติมาก และการตรวจภาวะเจริญพันธุ์ครั้งแรกถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการขอคำแนะนำจากแพทย์อย่างตรงไปตรงมา ต่อไปนี้คือคำถามที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับการพูดคุยค่ะ :
- วันนี้จะมีการตรวจอะไรบ้าง?
- ผลตรวจจะทราบเมื่อไหร่?
- หากพบความผิดปกติ จะมีแนวทางการรักษาหรือขั้นตอนอย่างไรต่อไป?
- สามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ?
ขั้นตอนการตรวจในการนัดหมายครั้งแรก
ขั้นตอนที่ 1 – การพูดคุยกับแพทย์
การตรวจภาวะเจริญพันธุ์จะเริ่มต้นด้วยการพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อพูดคุยและทำความเข้าใจสถานการณ์ของคุณอย่างละเอียด แพทย์จะรับฟังเรื่องราวของคุณ สิ่งที่คุณกังวล และสอบถามข้อมูลสำคัญ เช่น:
- รอบเดือน อาการที่เกี่ยวข้อง และสุขภาพโดยรวม
- ประวัติการเจ็บป่วยของตัวคุณและครอบครัว รวมถึงประวัติการตั้งครรภ์และแท้งในอดีต
- สุขภาพของคู่รัก
การพูดคุยในขั้นตอนนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการตรวจที่เหมาะสมสำหรับคุณที่สุดค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 – ตรวจร่างกายและอัลตราซาวด์
ในขั้นตอนนี้ แพทย์อาจทำการตรวจร่างกายเพื่อดูว่ามีสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาด้านสุขภาพระบบสืบพันธุ์หรือไม่ โดยทั่วไปแล้วจะมีการอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด ซึ่งแพทย์จะตรวจดูสิ่งต่อไปนี้ค่ะ:
- ตรวจดูรังไข่และมดลูกของคุณ
- นับจำนวนไข่ในระยะเริ่มต้น (Antral Follicles) ซึ่งใช้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงปริมาณไข่ที่เหลืออยู่
- ตรวจหาความผิดปกติ เช่น ซีสต์ เนื้องอกมดลูก หรือความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูกที่ผิดปกติ
การอัลตราซาวด์ใช้เวลาไม่นาน แถมยังไม่เจ็บด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 – การตรวจฮอร์โมนในเลือด
การตรวจเลือดช่วยให้เราเข้าใจการทำงานของฮอร์โมนในร่างกายได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยทั่วไป แพทย์จะตรวจดูฮอร์โมนต่อไปนี้:
- AMH (Anti-Müllerian Hormone): ช่วยบอกปริมาณไข่ที่ยังหลงเหลืออยู่ในรังไข่
- FSH, LH และ Estradiol: ใช้ดูการทำงานของรอบเดือน ว่ามีความสมดุลหรือไม่
- TSH และ Prolactin: ใช้คัดกรองปัญหาที่อาจเกี่ยวข้องกับต่อมไทรอยด์หรือระบบต่อมใต้สมอง
ผลเลือดเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์เห็นภาพรวมของอนามัยเจริญพันธุ์ของคุณได้ชัดเจนขึ้น
ขั้นตอนที่ 4 – การประเมินภาวะเจริญพันธุ์ของฝ่ายชาย (หากเกี่ยวข้อง)
หากคุณเข้ารับการตรวจในฐานะคู่รัก ฝ่ายชายอาจถูกขอให้เก็บตัวอย่างอสุจิเพื่อทำการประเมิน ซึ่งแพทย์จะตรวจดูในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้:
- จำนวนอสุจิ
- การเคลื่อนไหวของอสุจิ (Motility)
- รูปร่างของอสุจิ (Morphology)
หากพบว่าจำนวนอสุจิน้อย แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจฮอร์โมนเพิ่มเติมค่ะ
การตรวจเพิ่มเติม (ตามความจำเป็น)
ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมเพื่อความละเอียดมากขึ้น เช่น:
- การตรวจพันธุกรรม เพื่อดูว่ามีโรคทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดได้หรือไม่
- การตรวจเลือดหาเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น HIV หรือไวรัสตับอักเสบ
- การตรวจภาพถ่ายรังสี (เช่น HSG) เพื่อตรวจดูว่าท่อนำไข่อุดตันหรือไม่
การตรวจเหล่านี้ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน แต่แพทย์อาจแนะนำโดยพิจารณาจากผลตรวจเบื้องต้นหรือประวัติด้านสุขภาพของคุณค่ะ
แผนการดูแลภาวะเจริญพันธุ์ที่ออกแบบให้เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ
การตรวจภาวะเจริญพันธุ์ครั้งแรกเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้คุณเข้าใจอนามัยการเจริญพันธุ์ของตนเองและมองเห็นทางเลือกในอนาคตได้ชัดเจนขึ้น การเข้ารับการตรวจไม่ได้แปลว่าจะต้องรีบเร่งรักษาเสมอไปค่ะ ในทางกลับกัน ช่วงเวลานี้คือโอกาสที่คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง ค้นหาคำตอบ และวางแผนอย่างรอบคอบร่วมกับทีมแพทย์ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความเข้าใจ
ที่ Millennium IVF Clinic เราเชื่อว่าการดูแลอนามัยเจริญพันธุ์ไม่มีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้ผลกับทุกคน แพทย์จะพิจารณาผลตรวจของคุณอย่างละเอียด และพูดคุยกับคุณในเรื่องต่อไปนี้ค่ะ:
- ขณะนี้ควรเริ่มรักษาได้เลย หรือสามารถเฝ้าระวังไปก่อนได้
- แนวทางการรักษาที่เหมาะสม เช่น IUI, IVF, หรือการแช่แข็งเซลล์สืบพันธุ์
- ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละขั้นตอน และแนวทางการเดินหน้าต่อไปในแบบฉบับของคุณเอง
หากคุณต้องการทำความเข้าใจภาวะเจริญพันธุ์ของตนเองให้ดีขึ้น นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการนัดหมายเพื่อพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ
เขียนโดย
นพ. นฤมิต วงษ์ลิขิตปัญญา
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ประจำ Millennium IVF Clinic กรุงเทพฯ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ดูแลรักษา IVF บนพื้นฐานหลักฐานทางการแพทย์ พร้อมแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
แชร์บทความนี้
ปรึกษาทีมแพทย์ของเรา
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี คำแนะนำที่ชัดเจนและเฉพาะบุคคลสำหรับเส้นทาง IVF ของคุณ
นัดปรึกษา